ท่าเรือฯมาบตาพุด เฟส 3 โชว์ความพร้อมรองรับขนส่งสินค้าเหลวและก๊าชธรรมชาติ 14 ล้านตัน/ปี

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและคณะ รวมทั้งผู้บริหารหน่วยงานเกี่ยวข้อง เดินทางตรวจราชการเพื่อติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ณ ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง พร้อมกล่าวมอบนโยบายส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่โครงการฯ ยกระดับระบบคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ ควบคู่การพัฒนาอุตสาหกรรมด้านพลังงานของประเทศ โดยรัฐบาลได้จัดทำแผนพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภายในเขตพัฒนาพื้นที่พิเศษภาคตะวันออก (EEC Project) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) และท่าเรือก๊าซ (Superstructure) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและความจุในการขนถ่ายก๊าซธรรมชาติและสินค้าเหลวของท่าเรือ มาบตาพุดที่อยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด และเพื่อให้มีท่าเรือสาธารณะบริการมากขึ้น แบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงที่ 1 การลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ในการพัฒนาพื้นที่ท่าเรือ พื้นที่ประมาณ 200 ไร่ รวมมูลค่าการลงทุนประมาณ 47,900 ล้านบาท ช่วงที่ 2 การลงทุนพัฒนาก่อสร้างในส่วนของท่าเรือ โดยเอกชนเป็นผู้ลงทุนพัฒนาท่าเทียบเรือสินค้าเหลว เพื่อรองรับธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะสามารถรองรับการขนถ่ายก๊าซธรรมชาติและสินค้าเหลวได้เพิ่มอีก 14 ล้านตันต่อปีในอีก 30 ปีข้างหน้า
ไฟเขียว พรฎ.กำหนดพื้นที่ทดลองเพาะปลูกและสกัดสารสำคัญจากฝิ่น-เห็ดขี้ควาย ผลิตมอร์ฟีน/ยาต้านซึมเศร้า
เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 66 ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี(ครม.) ได้อนุมัติร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดพื้นที่ทดลองเพาะปลูกและสกัดสารสำคัญจากฝิ่น และกำหนดพื้นที่ทดลองปลูกและสกัดสารสำคัญจากพืชเห็ดขี้ควาย เพื่อประโยชน์ในการศึกษาวิจัย สาระสำคัญของกฎหมายได้กำหนดพื้นที่ทดลองเพาะปลูกและสกัดสารสำคัญจากฝิ่นและเห็ดขี้ควาย ตลอดจนมาตรการควบคุมและตรวจสอบการเพาะปลูกและสารสำคัญจากพืชดังกล่าว โดยกำหนดพื้นที่ทดลองปลูกในวิทยาลัยป้องกันและปราบปรามยาเสพติดระหว่างประเทศ สำนักงาน ป.ป.ส. ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ส่วนการทดลองสกัดมอร์ฟีนจากฝิ่นเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์นั้นให้ดำเนินการในพื้นที่องค์การเภสัชกรรม 2 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร และปทุมธานี ในร่างพระราชกฤษฎีกายังได้เพิ่มเติมพื้นที่ทดลองเพาะเห็ดขี้ควายเพื่อการศึกษาวิจัยให้ครอบคลุมทั้ง 4 ภูมิภาคในพื้นที่ของสถาบันการศึกษาที่มีความพร้อม เพื่อให้ประเทศไทยมีการศึกษาวิจัยการนำพืชฝิ่นหรือเห็ดขี้ควาย ไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ที่เป็นยาเพื่อใช้ในการบำบัดรักษาผู้ป่วยมะเร็ง ยาต้านการซึมเศร้า หรือผู้ป่วยที่จำเป็นอื่น ภายใต้มาตรการควบคุมและลดการนำเข้ายาประเภทมอร์ฟีนจากต่างประเทศในอนาคต
มะพร้าวไทย…ผลไม้ฤดูร้อนฮิต ติดอันดับใช้สิทธิฯ FTA ส่งออกจีนเพิ่มสูง

นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าสำหรับการส่งออกภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) ในเดือนมกราคม – พฤษภาคม ปี 2566 จำนวน 12 ฉบับ มีมูลค่ารวม 33,455.12 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นสัดส่วนการใช้สิทธิฯ สูงถึง 76.70% สำหรับสินค้าผลไม้ไทย เช่น ทุเรียน ฝรั่ง มะม่วง และมังคุด เป็นต้น นับเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมในจีนเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน อีกทั้งยังมีมูลค่าการใช้สิทธิฯ ส่งออกสูงภายใต้กรอบความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA) มากกว่า 3,300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ นอกจากนี้ สินค้ามะพร้าวทั้งกะลาก็เป็นหนึ่งในสินค้าผลไม้จากไทยที่มีการขยายตัวสูงในจีน โดยในช่วงกลางไตรมาส 2 ของปี 2566 สินค้ามะพร้าวทั้งกะลามีมูลค่าการใช้สิทธิฯ ส่งออกไปจีน (ACFTA) สูงถึง 187.91 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มสูง 26.96% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยจีนมีการนำเข้ามะพร้าวทั้งกะลาจากไทยเป็นอันดับ 1 คิดเป็นสัดส่วนปริมาณการนำเข้าสูงถึง 54.83% และมีมูลค่าส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 80.02% ของการนำเข้าสินค้ามะพร้าวทั้งกะลาทั้งหมด ซึ่งการนำเข้าโดยใช้สิทธิ ACFTA ทำให้ไทยได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าจีนเหลือ 0% จากเดิมที่จะต้องเสียภาษี 60% (MFN Rate)
สถานทูตเตือนพลเมืองไทยระวังอาชญากรรมเลียนแบบในเกาหลีใต้
สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโซลประกาศผ่านทางหน้าเพจเฟซบุ๊กเมื่อวันอังคาร (8 ส.ค.) โดยเตือนให้พลเมืองไทยระมัดระวังการก่ออาชญากรรมเลียนแบบในเกาหลีใต้ หลังจากเกิดเหตุคนร้ายใช้มีดไล่แทงผู้บริสุทธิ์หลายครั้งในช่วงไม่นานมานี้ และมีผู้ข่มขู่ก่อเหตุเลียนแบบผ่านทางอินเทอร์เน็ตเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโซลระบุในเอกสารลงวันที่ 7 ส.ค.ว่า “ตามที่ในระยะนี้มีเหตุการณ์มีผู้ร้ายโจมตีบุคคลอื่นโดยใช้มีด โดยเหตุการณ์แรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2566 ที่บริเวณใกล้สถานีรถไฟ Silim กรุงโซล เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 3 ราย และต่อมาเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2566 มีผู้ก่อเหตุโจมตีบุคคลอื่นโดยขับรถพุ่งชน และใช้มีดแทงที่บริเวณห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งที่เมือง Songnam จังหวัดคยองกี เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 13 ราย และล่าสุด ทางการตำรวจของสาธารณรัฐเกาหลี ได้เปิดเผยเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2566 เพิ่มเติมว่า ทางตำรวจกำลังสืบสวนบุคคลต้องสงสัยจำนวน 46 คน ที่ได้โพสต์ข้อความข่มขู่ว่า จะฆาตกรรมบุคคลอื่นในสถานที่ต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในกรุงโซล ในลักษณะการก่ออาชญากรรมเลียนแบบ
สถานเอกอัครราชทูตฯ จึงขอแนะนำคนไทยในสาธารณรัฐเกาหลี ดังนี้
1. ขอให้เพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้นระหว่างการเดินทางโดยระบบขนส่งมวลชนต่างๆ ในระยะนี้ ให้สังเกตบุคคลอื่นและสภาพแวดล้อมรอบตัว หลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์มือถือ/ฟังเพลง โดยหูฟังตลอดเวลา
2. ขอให้ใช้เส้นทางหลักและหลีกเลี่ยงทางสายเปลี่ยวหากต้องเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ โดยลำพัง เนื่องจากจะสามารถตะโกนขอความช่วยเหลือจากบุคคลอื่นได้
3. หากถูกโจมตี ก็ขอให้ตะโกนขอรับความช่วยเหลือจากบุคคลรอบข้าง (คำว่า “ช่วยด้วย” ในภาษาเกาหลีนั้น อ่านว่า โทวาจูเซโย)
4. หากคนไทยในสาธารณรัฐเกาหลีต้องการความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน สามารถโทรศัพท์แจ้งฝ่ายกงสุลของสถานเอกอัครราชทูตฯ ที่เบอร์ +8210-6747-0095 หรือ + 8210-3099-2955″
นักวิจัยจีนพบ ‘ยีนสำคัญ’ ช่วยเพิ่มผลผลิตข้าว


















