Saturday, August 29, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.224

นายกฯชี้ EEC ต้นแบบการพัฒนาพื้นที่ยุคใหม่ ยกระดับเศรษฐกิจ สังคม คุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

การลงทุนด้านเศรษฐกิจ BCG
นางสาวทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงความสำคัญและความสำเร็จการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ถือเป็นต้นแบบพัฒนาเชิงพื้นที่ที่่สมบูรณ์แบบเป็นเป้าหมายของนักลงทุน ช่วยผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน โดยมีกรอบการพัฒนา คือ Ecosystem พัฒนาระบบนิเวศรองรับการเติบโตในทุกมิติ ให้เอื้อต่อการพัฒนานวัตกรรม การลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย การประกอบธุรกิจ รวมถึงการพัฒนาเมืองและการยกระดับชีวิต ความเป็นอยู่ของชุมชนอย่างยั่งยืน Exclusive กำหนดสิทธิประโยชน์และมาตรการพิเศษ ในการชักชวนการลงทุนที่มีลักษณะเฉพาะตัว โดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับจากโครงการการลงทุนนั้น ๆ และ Collaborative บูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ในการทำให้การลงทุน เกิดผลประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ชุมชน ทุกหน่วยงานที่ร่วมมือกันจนเห็นความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมที่เกิดขึ้นกับพื้นที่ EEC ไม่ใช่เพียงความสำเร็จด้านโครงสร้างความเชื่อมโยง แต่รวมถึงการลงทุนจำนวนมากกว่าที่ตั้งเป้าหมายไว้ ทั้งเห็นความสำเร็จถึงประโยชน์ที่ส่งตรงถึงคนไทย พัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ชุมชน สร้างงาน พัฒนาการศึกษา นวัตกรรม โดยไม่มองข้ามการพัฒนาอย่างสมดุล เกิดประโยชน์ถึงประชาชนทุกคน

อินฟอร์มาฯเผยธุรกิจกลุ่มบริการด้านอาหารเครื่องดื่ม 5 แสนล้าน ยังติดเทรนด์ดาวรุ่ง

นางสาวสุภาภรณ์ อังศรีสุรพร ผู้จัดการฝ่ายบริหารโครงการอาวุโส อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย
นางสาวสุภาภรณ์ อังศรีสุรพร ผู้จัดการฝ่ายบริหารโครงการอาวุโส อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ผู้จัดงาน Food & Hospitality Thailand 2023 กล่าวถึงธุรกิจกลุ่มกาแฟ เบเกอรี่ กลุ่มบาร์และร้านอาหารว่า ทั้ง 2 กลุ่มยังคงติดอยู่ในกลุ่มธุรกิจดาวรุ่ง เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ได้รับปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว การใช้จ่ายของภาคประชาชนที่มีความมั่นใจขึ้น รวมถึงพฤติกรรมและวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่บริโภคและใช้ชีวิตนอกบ้านมากขึ้น ซึ่งประมาณการมูลค่ารวมของธุรกิจกลุ่มบริการด้านอาหาร-เครื่องดื่มในปี 2566 ธุรกิจร้านอาหารยังมีมูลค่ารวมมาเป็นอันดับ 1 อยู่ที่ประมาณ 4.25 แสนล้านบาท (ไม่รวมธุรกิจผับและบาร์) ส่วนตลาดรวมของธุรกิจร้านกาแฟอยู่ที่ประมาณ 65,000 ล้านบาท และตลาดรวมของธุรกิจเบเกอรี่อยู่ที่ประมาณ 38,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม แม้ธุรกิจในกลุ่มดังกล่าวจะได้รับผลจากปัจจัยบวก แต่ผู้ประกอบการก็ควรต้องคำนึงถึงปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น อัตราเงินเฟ้อ การแข่งขันที่สูงขึ้น รวมถึงภาวะเศรษฐกิจไทยและต่างประเทศยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ดังนั้นหนึ่งในทางออกของผู้ประกอบการคือ ต้องมีการเตรียมพร้อม พัฒนาเพิ่มศักยภาพ  การบริหารความเสี่ยง รวมถึงติดตามแนวโน้มและทิศทางของธุรกิจตลอดเวลา

‘ฮาบิแทท กรุ๊ป’ มองคอนโดฯลักชัวรี่ใจกลางเมืองยังน่าสนใจ สร้างผลตอบแทนระยะยาว

นายชนินทร์ วานิชวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป จำกัด
นายชนินทร์ วานิชวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป จำกัด ผู้นำด้านการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน กล่าวถึงตลาดคอนโดมิเนียมลักชัวรี่ โลว์ไรส์ ทำเลใจกลางเมือง ยังสร้างยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นตลาดที่สามารถขับเคลื่อนไปได้ในทุกสภาวะเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันเริ่มเห็นกำลังซื้อและดีมานต์ตลาดเช่าของชาวต่างชาติกลับมาค่อนข้างมาก และเห็นถึงสัญญาณการฟื้นตัวของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการอยู่อาศัยทำเลใจกลางเมือง พร้อมพื้นที่ใช้สอยและฟังก์ชั่นหลากหลายสำหรับการใช้ชีวิตในเมือง โดยเฉพาะปีนี้เป็นโอกาสของผู้ซื้อคอนโดมิเนียมทำเลใจกลางเมือง จากจำนวนคอนโดมิเนียมพร้อมขายในตลาดที่มีเหลืออยู่จำนวนไม่มากนัก เพราะมีอัตราดูดซับค่อนข้างมากในช่วงโควิด-19 ในช่วงนี้หลายโครงการเริ่มทำการตลาด พร้อมข้อเสนอพิเศษเพื่อสร้างสีสันและดึงดูดความสนใจจากลูกค้า โดยเฉพาะข้อเสนอด้านราคา และ โอกาสการลงทุนที่ซื้อไว้เพื่อปล่อยเช่าสร้างผลตอบแทนในระยะยาว

ดีอีเอส เตือน ซื้อขายบุหรี่ไฟฟ้า ผิดกฎหมายโทษหนัก

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะโฆษกระทรวงฯ ฝ่ายข้าราชการประจำ
นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะโฆษกระทรวงฯ ฝ่ายข้าราชการประจำ เตือนว่า กรณีผู้ขายหรือผู้ให้บริการบุหรี่ไฟฟ้า มีความผิดตามกฎหมายหลายฉบับ อาทิพ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภคฯ  ที่มีโทษจำคุก 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 600,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจผิดกฎหมายอีกหลายฉบับ ประกอบด้วย 1) กรณีผู้นำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งสินค้าฯประกอบประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้บารากู่และบารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า เป็นสินค้าที่ต้องห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2557 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับเป็นเงิน 5 เท่าของราคาสินค้าหรือทั้งจำทั้งปรับ และยังเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากรฯ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 2) กรณีผู้ครอบครองหรือรับไว้ซึ่งบุหรี่ไฟฟ้า เป็นความผิดฐานช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ หรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่เข้ามาในราชอาณาจักร โดยยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้องตาม พ.ร.บ.ศุลกากรฯ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับเป็นเงิน 4 เท่าของราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว หรือทั้งจำทั้งปรับ 3) บุหรี่ไฟฟ้าเป็นผลิตภัณฑ์ยาสูบ ตามความใน พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบฯ ดังนั้น การสูบบุหรี่ไฟฟ้าในเขตปลอดบุหรี่ จึงมีความผิด ตาม พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบฯ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท 

สหรัฐฯ พบยอด ‘ฆ่าตัวตาย’ สูงทุบสถิติในปี 2022

(แฟ้มภาพซินหัว : คนที่ริมทะเลอ่าวฮาลฟ์มูนเบย์ รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ วันที่ 5 มี.ค. 2021) // www.xinhuathai.com
สำนักข่าวซินหัว รายงาน ข้อมูลชั่วคราวจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ ระบุว่ามีชาวอเมริกันเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายในปี 2022 มากกว่าปีอื่นๆ ของการบันทึกสถิติที่ผ่านมา โดยเมื่อวันพฤหัสบดี (10 ส.ค.) ซีเอ็นเอ็นรายงานว่าสหรัฐฯ มีผู้เสียชีวิตจากการทำร้ายตัวเองหรือฆ่าตัวตายในปี 2022 อย่างน้อย 49,449 ราย หรือคิดเป็นเกือบ 15 รายต่อประชาชนหนึ่งแสนคน “อัตราการฆ่าตัวตายพุ่งขึ้นในปี 2021 สวนทางกับการลดลงในสองปีก่อนหน้า และอัตราดังกล่าวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปี 2022 จนแซงสถิติสูงสุดครั้งก่อนหน้าในปี 2018” ซีเอ็นเอ็นระบุ
อัตราการฆ่าตัวตายในปี 2022 (14.9 รายต่อประชาชนหนึ่งแสนคน) สูงขึ้นร้อยละ 5 จากสถิติสูงสุดในปี 2018 (14.2 รายต่อประชาชนหนึ่งแสนคน) และสูงขึ้นร้อยละ 10 ในช่วงสองปีที่ผ่านมา  รายงานระบุว่าการฆ่าตัวตายเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับที่ 11 ในปี 2021 และปี 2022 ตามข้อมูลชั่วคราว โดยเป็นรองจากโรคตับแข็ง และอยู่เหนือโรคไข้หวัดใหญ่และโรคปอดอักเสบ ทั้งนี้ อาวุธปืนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆ่าตัวตายของชาวอเมริกันมากกว่าครึ่งหนึ่งในปี 2022