บทบาท คลองปานามา ต่อการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากภัยแล้ง & เอลนีโญ

ในปี 2566 สถานการณ์ภัยแล้ง ปริมาณน้ำฝนที่น้อยกว่าปกติ ได้ส่งผลต่อระดับน้ำใน คลองปานามา ให้ลดลง โดยภัยแล้งเป็นส่วนหนึ่งของผลพวงปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Nino) อุณหภูมิที่สูงขึ้นกว่าปกติจะส่งผลกระทบไม่เพียงแต่การเพาะปลูกและการใช้ชีวิตประจำวัน แต่ยังส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังการเดินเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นส่งผลต่อการลดลงของระดับน้ำในทะเลสาบกาตุนที่เป็นแหล่งน้ำสำหรับใช้ผันเข้าคลองปานามา ซึ่งอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 7 ปี

โดยหน่วยงานวิชาการในต่างประเทศได้คาดการณ์ว่า ในปี 2566 ปานามาจะเผชิญกับปรากฏการณ์ El Nino ตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายนเป็นต้นไปจนถึงสิ้นปี จึงมีการคาดการณ์ว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวจะส่งผลให้สำนักงานบริหารคลองปานามา (The PanamaCanal Authority) จำเป็นต้องลดระดับเพดานสูงสุดของอัตรากินน้ำลึกของเรือที่ขนส่งข้าม คลองปานามา และเพิ่มอัตราค่าธรรมเนียมผ่านทางผันแปรสำหรับการใช้น้ำเพื่อการเดินเรือ

รู้จัก คลองปานามา และบทบาทความสำคัญต่อการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศของไทยและในระดับโลก

คลองปานามา มีความยาวประมาณ 80 กิโลเมตร อยู่คั่นกลางระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิกกับมหาสมุทรแอตแลนติก เป็นคลองที่ขุดด้วยฝีมือมนุษย์เพื่อเชื่อมการขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างสองมหาสมุทรโดยคลองปานามามีความสำคัญต่อการค้าโลก 4 ประการสำคัญ ได้แก่
1. เชื่อมการขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิกกับมหาสมุทรแอตแลนติก ช่วยย่นระยะเวลาการขนส่งสินค้าข้ามกันระหว่างสองมหาสมุทร ปัจจุบันคลองปานามาเป็นเส้นทางสำหรับการขนส่งสินค้าของ 180 เส้นทางเดินเรือ เชื่อมโยงการขนส่งสินค้าของท่าเรือทั่วโลกกว่า 1,920 ท่าเรือ ใน 170 ประเทศ
2. เส้นทางการขนส่งสินค้าที่สำคัญของโลก มีสัดส่วนร้อยละ 6 ของการค้าทางทะเลโลก มีปริมาณการขนส่งอยู่ที่ประมาณ 518.2 ล้านตันต่อปีครอบคลุมทั้งสินค้าปิโตรเลียม สินค้าโภคภัณฑ์ทางการเกษตร ถ่านหิน เคมีภัณฑ์ ปุ๋ย และสินค้าอุตสาหกรรม อีกทั้งคลองปานามาเป็นเส้นทางการขนส่งที่สำคัญระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศในทวีปเอเชีย โดยไทยเป็นคู่ค้าอันดับที่ 6 ของสหรัฐฯ ในทวีปเอเชีย ที่ใช้คลองปานามาเป็นเส้นทางการขนส่งของเรือตู้คอนเทนเนอร์ มีมูลค่ารวม17,912.2 ล้านเหรียญสหรัฐ
3. ประหยัดเวลาและต้นทุนการขนส่ง คลองปานามาถูกขุดขึ้นเพื่อประโยชน์ด้านการขนส่งที่สั้นลงและใช้เวลาน้อยลง โดยประหยัดกว่าการขนส่งที่ผ่านแหลมกู๊ดโฮปของทวีปแอฟริกา และแหลมฮอร์นของทวีปอเมริกาใต้

คลองปานามา

4. เส้นทางการขนส่งสินค้าที่สำคัญของสหรัฐฯไปยังตลาดโลก โดยสหรัฐฯเป็นผู้ใช้หลักของคลองปานามา และร้อยละ 73 ของการขนส่งสินค้าข้ามคลองปานามาเป็นการขนส่งสินค้าของสหรัฐฯ ทั้งการขนส่งสินค้าเกษตรไปยังจีน ญี่ปุ่น การขนส่งก๊าซธรรมชาติไปยังเกาหลีใต้และญี่ปุ่น
ส่วนความสำคัญของคลองปานามาต่อการค้าระหว่างประเทศของไทย เป็นเส้นทางการขนส่งสินค้าไปยัง/จากท่าเรือฝั่งตะวันออก (East Coast) ของสหรัฐฯ และการขนส่งสินค้าระหว่างไทยกับประเทศในแถบลาตินอเมริกา โดยเฉพาะประเทศที่อยู่ทางตะวันออกของทวีปอเมริกาใต้ ได้แก่ บราซิล เวเนซุเอลา กายอานา ซูรินาเม และเฟรนซ์เกียนา และประเทศที่ตั้งอยู่บริเวณทะเลแคริบเบียน หรืออเมริกากลาง
สำหรับสินค้าสำคัญของไทยที่ขนส่งไปยังท่าเรือฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ได้แก่ ยางรถบรรทุกหรือรถบัส ส่วนประกอบของเครื่องปรับอากาศ โซลาร์เซลล์ ยางรถยนต์นั่ง และปลาทูน่าปรุงแต่ง โดยท่าเรือสำคัญที่นำเข้าสินค้าจากไทยมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ท่าเรือ Newark รัฐนิวเจอร์ซี ท่าเรือ Savannah รัฐจอร์เจีย ท่าเรือ Houston รัฐเท็กซัส ท่าเรือ Norfolk-Newport News รัฐเวอร์จิเนีย และ (5) ท่าเรือ Charleston รัฐเซาท์แคโรไลนา
ขณะที่สินค้าส่งออกสำคัญไปยังทวีปอเมริกาใต้ ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง ยางพารา เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ ส่วนสินค้าส่งออกสำคัญไปยังอเมริกากลาง ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ

คลองปานามา

ชี้ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับการขนส่งสินค้าผ่านคลองปานามาจากภาวะภัยแล้ง

ในปี 2566 สถานการณ์ภัยแล้ง ปริมาณน้ำฝนที่มีน้อยกว่าปกติ ส่งผลต่อระดับน้ำในคลองปานามาให้ลดลงอย่างชัดเจน โดยภัยแล้งเป็นส่วนหนึ่งของผลพวงปรากฏการณ์เอลนีโญ ที่เป็นปรากฏการณ์ความแปรปรวนของสภาพอากาศที่ผิดปกติ เนื่องจากลมประจำถิ่นที่เรียกว่า “ลมการค้า (Trade winds)”
โดยลมนี้ได้พัดกระแสน้ำอุ่นจากด้านตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิก (ฝั่งตะวันตกของทวีปอเมริกาใต้) มายังฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก (ฝั่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) อ่อนกำลังลงอย่างผิดปกติ ทำให้พื้นที่ทางฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกเกิดภาวะแล้งฉับพลันจากกระแสลมการค้าที่นำพาฝนอ่อนตัวลง อุณหภูมิของอากาศจะสูงขึ้นกว่าปกติ
ขณะที่ทางฝั่งตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกในโซนเหนือเส้นศูนย์สูตร ซึ่งเป็นที่ตั้งของประเทศสหรัฐอเมริกา และภูมิภาคอเมริกากลางได้รับผลกระทบย้อนกลับเช่นเดียวกัน เนื่องจากอุณหภูมิของอากาศและน้ำจะสูงขึ้นจากกระแสน้ำอุ่นที่มีมากกว่าปกติ
อุณหภูมิที่สูงขึ้นกว่าปกตินี้เอง ที่จะส่งผลกระทบไม่เพียงแต่การเพาะปลูกและการใช้ชีวิตประจำวัน แต่ยังส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังการเดินเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นส่งผลต่อการลดลงของระดับน้ำในทะเลสาบกาตุนที่เป็นแหล่งน้ำสำหรับใช้ผันเข้าคลองปานามา รวมถึงไว้ใช้อุปโภคบริโภคของประชาชนปานามาทั้งประเทศ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำที่สุดในรอบ 7 ปี

คลองปานามา

ทั้งนี้ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากภาวะภัยแล้งต่อการขนส่งสินค้าผ่านคลองปานามา มี 2 ผลกระทบหลักได้แก่

หนึ่ง : การลดเพดานสูงสุดของอัตรากินน้ำลึกของเรือขนส่งสินค้าที่จะอนุญาตให้ผ่านคลองปานามา ซึ่งเป็นมาตรการลดความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุท้องเรือติดก้นคลองและไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ เนื่องจากเรือมีน้ำหนักบรรทุกที่มากเกินไป หรือที่เรียกว่า “Risk of vessel grounding” ส่งผลให้ปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ต่อเที่ยวลดลง
ทั้งนี้ จากการประมาณการระดับน้ำในทะเลสาบกาตุนของสำนักงานบริหารคลองปานามาในช่วงเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม 2566 เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 79.5 ฟุต หากปรากฏการณ์เอลนีโญรุนแรงขึ้นที่อาจส่งผลต่อปริมาณน้ำฝนที่น้อยลง จะส่งผลต่อเนื่องไปยังปริมาณน้ำในคลองปานามา มีความเป็นไปได้ที่จะทำให้สำนักงานบริหารคลองปานามาพิจารณาปรับระดับเพดานสูงสุดของอัตรากินน้ำลึกของเรืออีกครั้ง

สอง : การขึ้นอัตราค่าธรรมเนียมผันแปร Fresh Water Surchage เมื่อปริมาณน้ำฝนน้อยลงจนระดับน้ำในทะเลสาบกาตุนที่ใช้เป็นแหล่งน้ำผันน้ำเข้าคลองปานามาลดต่ำลงมาก ทำให้สำนักงานบริหารคลองปานามาจำเป็นต้องปรับเพิ่มอัตราค่าธรรมเนียมดังกล่าวที่ได้กำหนดช่วงไว้อยู่ที่ร้อยละ 1 – 10 ซึ่งปัจจุบันเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่อัตราร้อยละ 7.99 สูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าที่มีอัตราร้อยละ 2 – 4 เท่านั้น ซึ่งอัตราค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นนี้มีเพื่อชดเชยการใช้น้ำเพื่อเดินเรือข้ามคลองปานามา เนื่องจากการเดินเรือแต่ละเที่ยวได้ทำให้น้ำในคลองปานามาที่มาจากทะเลสาบกาตุนไหลออกลงสู่ทะเลและมหาสมุทร
จากการศึกษาข้างต้น พบว่า ภัยแล้งและปรากฏการณ์เอลนีโญไม่เพียงแต่สร้างผลกระทบต่อภาคการเกษตร และการอุปโภคบริโภคของประชากรโลกเท่านั้น แต่ยังจะส่งผลต่อการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศผ่านต้นทุนการขนส่งที่สูงขึ้นทั้งทางตรงและทางอ้อมด้วยเช่นกัน
ดังนั้น ประเด็นภาวะโลกร้อนจึงมีความสำคัญยิ่งที่ผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคการค้าระหว่างประเทศจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้นับตั้งแต่ช่วงกลางปี 2566 เป็นต้นไป ตามวงจรการเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญที่มีระยะเวลายาวนาน 2 ปีขึ้นไป ดังการประกาศเตือนภัยล่าสุดขององค์การอุตุนิยมวิทยาระหว่างประเทศเมื่อเดือนพฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา

ที่มา : บทความ เรื่อง “บทบาทของคลองปานามาต่อการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากสถานการณ์ภัยแล้งของโลก” โดย กองวิจัยเศรษฐกิจการค้ามหภาค สํานักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์


ติดตามกระแสความเป็นไปของโลกในด้านสิ่งแวดล้อม

“น้ำทะเลครึ่งโลก” เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่! และความรู้เกี่ยวกับ Phytoplankton

ภัยแล้ง & ปรากฏการณ์เอลนีโญ ความท้าทายเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง 2566

เมื่อยุโรปเดินหน้าออกกฎหมายตอบโจทย์ Circular Economy กำหนดให้สมาร์ทโฟนทุกรุ่นจะต้องมีแบตเตอรี่แบบถอดเปลี่ยนได้ภายในปี 2570