Monday, August 31, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.253

อีอีซี มั่นใจนวัตกรรมขั้นสูงเป็นมิตรสิ่งแวดล้อม ช่วยยกระดับชุมชน ต่อยอดสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการ อีอีซี
ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการ อีอีซี กล่าวถึงแนวทางการพัฒนาพื้นที่อีอีซีที่จะสอดรับกับบริบทโลก ยกระดับการลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูง ที่จะต่อยอดไปสู่การพัฒนาพื้นที่และชุมชน ตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยจุดเด่นของพื้นที่อีอีซี นอกจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานหลัก รถไฟความเร็วสูง สนามบินอู่ตะเภา ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดและแหลมฉบัง เชื่อมโยงการเดินทางและขนส่งสินค้าอย่างไร้รอยต่อ อีอีซี ยังเดินหน้าพัฒนาระบบนิเวศรองรับการลงทุนในทุกมิติ โดยเฉพาะการเตรียมปรับปรุงกลไกทางกฎหมายและระเบียบลดขั้นตอนการขออนุมัติ อนุญาต เพื่อให้เกิดการลงทุนที่รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ เข้าถึงบริการภาครัฐได้สะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่นักลงทุนส่วนใหญ่ต้องการ พร้อมทั้งการกำหนดสิทธิประโยชน์ให้ตรงความต้องการแต่ละกลุ่มคลัสเตอร์ และการพัฒนาทักษะแรงงานขั้นสูงรองรับการลงทุนในพื้นที่อีอีซีได้ต่อเนื่อง ก้าวสู่ศูนย์กลางเชื่อมการลงทุนนวัตกรรมขั้นสูงของภูมิภาค เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศ เป็นหมุดหมายของนักลงทุนและประชากรโลก

“ทีเส็บ” จับมือ “สกพอ.” ดันอุตสาหกรรมไมซ์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่อีอีซี

นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ
นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวถึงการร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และพันธมิตร จัดงาน EEC Cluster Fair 2023 กระตุ้นการลงทุนในพื้นที่อีอีซี ระหว่างวันที่ 6-8 กันยายน 2566 ณ ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้านานาชาตินงนุช พัทยา ว่า จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Sustainable Destination Robotics, Automation and Beyond” เพื่อแสดงนิทรรศการและงานแสดงสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve) ในพื้นที่อีอีซี ที่จะนำไปสู่งานใหญ่ในปี 2568 คืองาน EEC Expo 2025 ด้าน ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ รองผู้อำนวยการทีเส็บ กล่าวว่า ทีเส็บผลักดันเส้นทางศักยภาพในภาคตะวันออก คือ พัทยา ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองไมซ์ซิตี้ ในการยกระดับให้เป็นเมืองที่มีความพร้อมในการจัดงาน ด้วยการพาชมเมืองอุตสาหกรรมในพื้นที่ของโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ที่สามารถจัดโปรแกรมด้านอินเซนทีฟ กับคอร์เปอเรทมีทติ้ง หรือแม้กระทั่งคอนเวนชั่นได้ โดยเฉพาะในกลุ่มของอุตสาหกรรมเป้าหมายที่อยู่ในนโยบายของภาครัฐ คือ ออโต้เมชั่น โรโบติกส์ ยานยนต์ไฟฟ้า รวมไปถึงนวัตกรรมการแพทย์ การเกษตร ไบโอเทคโนโลยี ซึ่งอีอีซีมีนวัตกรรมขั้นสูงในอุตสาหกรรมดังกล่าวจำนวนมาก

“ชุมพร” ขึ้นแท่นฐานปล่อยจรวดดีที่สุด 1 ใน 4 ของโลก หนุนไทยฮับ Space Economy

รศ.ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)

รศ.ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า สจล. ได้เปิด KMITL Space Hub อย่างเป็นทางการ ภายใต้วิทยาลัยอุตสาหกรรมการบินนานาชาติ (IAAI) ตั้งอยู่ในพื้นที่วิทยาเขตชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ จังหวัดชุมพร เป็นศูนย์เรียนรู้ วิจัยนวัตกรรมและเทคโนโลยีอวกาศ ซึ่งนักวิชาการ นักวิจัย ผู้ประกอบการ สตาร์ทอัพ เยาวชน จนถึงประชาชนสามารถมาเรียนรู้และเที่ยวชมได้ สำหรับจุดเด่นของพื้นที่ชุมพร ได้รับการยอมรับจากต่างประเทศว่าเหมาะกับการเป็นท่าอวกาศยาน (Spaceport) และการทำงานด้านสำรวจวิจัยอวกาศ นับเป็น 1 ใน 4 จุดใกล้เส้นศูนย์สูตรแม่เหล็กโลกที่ดีที่สุดในโลกเท่าที่มีอยู่ นอกเหนือจากแอฟริกา บราซิล และ ฟิลิปปินส์ เนื่องจากมีความโดดเด่น 5 ประการคือ อยู่ใกล้บริเวณศูนย์สูตรแม่เหล็กโลก มีทะเลขนาบทั้งสองฝั่งซ้าย-ขวา ภูมิศาสตร์แนวชายฝั่งเป็นคาบสมุทร ไม่มีภัยพิบัติที่รุนแรง มีเส้นทางคมนาคมหลากหลายและเข้าถึงสะดวก นอกจากนี้ สจล.ยังผนึก 5 องค์กรผู้เชี่ยวชาญด้านอวกาศ ประกอบด้วย 1.สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA), 2.สถาบันวิจัยนานาชาติเทคโนโลยีสารสนเทศของญี่ปุ่น (NICT), 3.สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการ โทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.), 4.บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (NT) และ 5.บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน)  พัฒนางานนวัตกรรมและการเติบโตของ ‘เศรษฐกิจอวกาศ’ (Space Economy) เพื่อคนไทย เศรษฐกิจไทย มากกว่า 35,600 กิจการ คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 56,000 ล้านบาทต่อปี คาดว่าในอนาคตจะเกิดอาชีพใหม่เพิ่มขึ้นอีกกว่า 300 – 400 อาชีพ เป็นโอกาสของไทยในการส่งเสริมธุรกิจและสตาร์ทอัพที่ช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอวกาศยุคใหม่ เช่น ธุรกิจดาวเทียมขนาดเล็ก นวัตกรรมอุปกรณ์สื่อสารขั้นสูง ธุรกิจระบบจัดการบนอวกาศ ธุรกิจการท่องเที่ยวในอวกาศ เทคโนโลยีอวกาศเพื่อจัดการ ‘Climate Change’ การติดตามก๊าซเรือนกระจก เฝ้าระวังผลกระทบจาก Climate Change ทั้งการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล ภัยจากแผ่นดินทรุดตัว ปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง PM 2.5 และการเตือนภัยไฟป่า เป็นต้น

ผู้ส่งออกไทยเฮ! ศรีลังกาปลดล็อคห้ามนำเข้ารถบรรทุกและยานยนต์ขนาดใหญ่

นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2566 ศรีลังกาประกาศยกเลิกมาตรการห้ามนำเข้ารถบรรทุกและยานยนต์ขนาดใหญ่จากต่างประเทศ อาทิ รถบัส รถบรรทุก และรถบรรทุกของเหลวและก๊าซ ซึ่งศรีลังกาห้ามนำเข้ารถยนต์ประเภทดังกล่าวมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 เนื่องจากประสบปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศ แต่ปัจจุบันเศรษฐกิจของศรีลังกาเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น จึงเริ่มทยอยผ่อนคลายมาตรการจำกัดการนำเข้าสินค้าอย่างค่อยเป็นค่อยไป และได้ยกเลิกมาตรการห้ามนำเข้ารถบรรทุกและยานยนต์ขนาดใหญ่ แต่ยังคงห้ามนำเข้ารถยนต์ส่วนบุคคลประเภทรถยนต์นั่ง ทั้งนี้ การยกเลิกห้ามนำเข้ารถบรรทุกและยานยนต์ขนาดใหญ่ ถือเป็นโอกาสอันดีของผู้ประกอบการไทยที่จะสามารถส่งออกรถยนต์ประเภทดังกล่าวไปศรีลังกาเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้มูลค่าการส่งออกรถบรรทุกและยานยนต์ขนาดใหญ่ของไทยขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยปี 2562 ก่อนศรีลังกาใช้บังคับมาตรการดังกล่าว ไทยมีการส่งออกรถบรรทุกและรถบรรทุกของเหลวและก๊าซ มูลค่า 368 ล้านบาท และรถบัส มูลค่า 1.22 ล้านบาท

กลุ่ม G20 ไฟเขียว ‘สหภาพแอฟริกา’ ร่วมเป็นสมาชิกถาวร

(แฟ้มภาพซินหัว : เจ้าหน้าที่กองกำลังกึ่งทหารของอินเดียยืนประจำการใกล้ป้ายประชาสัมพันธ์การประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มจี20 ในกรุงนิวเดลีของอินเดีย วันที่ 7 ก.ย. 2023) // www.xinhuathai.com
สำนักข่าวซินหัว รายงาน เมื่อวันเสาร์ (9 ก.ย.) สมาชิกกลุ่มจี20 (G20) เห็นพ้องการรับรองสถานภาพสมาชิกถาวรของสหภาพแอฟริกา (AU) เพื่อเพิ่มความเป็นตัวแทนของกลุ่มจี20 ยิ่งขึ้น รายงานระบุว่ามีการบรรลุข้อตกลงข้างต้น ณ ที่ประชุมเปิดการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม G20 ระยะ 2 วัน ในกรุงนิวเดลี เมืองหลวงของอินเดีย ระหว่างวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ ด้าน อาซาลี อัสซูมานี ประธานาธิบดีสหภาพคอโมโรส และประธานสหภาพแอฟริกาคนปัจจุบัน ได้เข้านั่งประจำตำแหน่งของที่ประชุมเปิดข้างต้น อนึ่ง จีนเป็นประเทศแรกที่แสดงการสนับสนุนสถานภาพสมาชิกของสหภาพแอฟริกาในกลุ่มจี20 อย่างชัดเจน