Friday, August 28, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.259

นายกฯ ห่วง “ลิเบีย” สั่งให้ความช่วยเหลือทุกด้าน บุคลากร กู้ภัย แพทย์ พยาบาล ทหาร และ เวชภัณฑ์

www.xinhuathai.com
วันนี้ (16 กันยายน 2566) นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี สั่งการเพิ่มเติมมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยประเทศลิเบีย จากสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ โดยนายกรัฐมนตรีเตรียมส่งสารแสดงความเสียใจ พร้อมเตรียมบริจาคเงินในนามประเทศไทยผ่านสถานเอกอัครราชทูตลิเบีย จำนวน 1.5 ล้านบาท ในเบื้องต้น พร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ทั้งในด้านบุคลากร ไม่ว่าจะเป็นหน่วยกู้ภัย แพทย์ พยาบาล ทหาร ฯลฯ รวมทั้งเวชภัณฑ์ และอื่นที่จำเป็นต่างๆ ซึ่งกำลังดำเนินการประสานกับทางลิเบียอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นภัยภิบัติที่มาพร้อมความสูญเสียที่ไม่มีใครคาดคิดและเตรียมการณ์รับมือไว้ก่อนได้ เป็นภาวะฉุกเฉิน และเมื่อเกิดขึ้นแล้วสิ่งสำคัญที่สุดคือกำลังใจ และการให้ความช่วยเหลือเพื่อนมนุษยชาติด้วยกัน ในนามรัฐบาลไทยขอส่งกำลังใจพร้อมกับประชาชนชาวไทยให้ชาวลิเบียก้าวผ่านเหตุการณ์ครั้งนี้ไปให้ได้ด้วยความเข้มแข็ง โดยเมื่อ 15 กันยายน 2566 มวลน้ำมหาศาลทะลักราวสึนามิถล่มเมืองเดอร์นา ทางภาคตะวันออกของลิเบีย หลังเขื่อน 2 แห่งแตกจากสาเหตุรองรับมวลน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนไม่ไหว เนื่องจากฝนตกหนักจากอิทธิพลพายุแดเนียล โดยคลิปจากกล้องวงจรปิด แสดงให้เห็นนาทีที่น่าสะพรึงกลัว มวลน้ำมหาศาลไหลบ่าท่วมถนนสายหนึ่งในเมืองเดอร์นา จนทำให้ท้องถนนที่เงียบสงบจมอยู่ใต้บาดาล ถูกน้ำท่วมสูงภายในพริบตา โดยใช้เวลาเพียงแค่ 25 วินาที และกระแสน้ำที่ไหลอย่างรุนแรงได้พัดรถยนต์บนถนนประมาณ 20 คันลอยไปกับน้ำชนิดที่ผู้คนไม่ทันตั้งตัว อาจทำให้มีผู้เสียชีวิตในเมืองเดอร์นา พุ่งทะยานถึง 20,000 ศพ หลังจากสภาเสี้ยววงเดือนในลิเบียแจ้งยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดว่าพุ่งสูงถึง 11,300 ศพแล้ว และยังมีผู้สูญหายอีกหลายพันศพ

มาตรการวีซ่าฟรีส่งผลบวกต่างชาติเที่ยวไทย แต่ผลลัพธ์ชัดเจนยังไม่เกิดในปีนี้

ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยได้รับปัจจัยบวกจากมาตรการวีซ่าฟรี 2 ประเทศ คือ จีนและคาซัคสถาน โดยเฉพาะสำหรับตลาดนักท่องเที่ยวจีนซึ่งกำลังเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว และด้วยข้อจำกัดด้านเส้นทางการบินที่ยังมีอยู่ รวมถึงจังหวะการทำตลาดที่อาจค่อนข้างกระชั้น ทำให้ผลบวกในช่วงที่เหลือของปีนี้น่าจะค่อนข้างจำกัด โดยมองว่าในช่วงที่เหลือของปี 2566 นักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยอาจจะเพิ่มขึ้นเป็นเฉลี่ยประมาณ 3.5-4.0 แสนคนต่อเดือน เทียบกับช่วง 8 เดือนแรกของปีที่เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2.8 แสนคนต่อเดือน แต่ผลบวกคงจะชัดเจนมากขึ้นในปี 2567 โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลตุรษจีน ขณะที่ นักท่องเที่ยวจากคาซัคสถาน แม้ขนาดตลาดมีสัดส่วนไม่ถึง 1% ของจำนวนชาวต่างชาติเที่ยวไทยทั้งหมด แต่เป็นตลาดใหม่และกำลังเติบโต มาตรการดังกล่าวจึงน่าจะช่วยให้ไทยเป็นทางเลือกในการท่องเที่ยวอันดับต้นๆ
แต่เนื่องด้วยที่ผ่านมา การฟื้นตัวของตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยต่ำกว่าที่ประเมินในช่วงต้นปี 2566 โดยการตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะภาวะเศรษฐกิจของตลาดนักท่องเที่ยวหลักที่ชะลอตัว และค่าใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวยังสูง โดย ณ ปัจจุบัน จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาแล้วคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 67% ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยในช่วงเดียวกันของปี 2562 และพบว่าตลาดนักท่องเที่ยวหลักของไทย อาทิ จีน สปป.ลาว และญี่ปุ่น สัดส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวยังกลับมาไม่ถึง 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562  ขณะที่ไปข้างหน้า การท่องเที่ยวยังมีประเด็นเฉพาะของตลาด อาทิ รัฐบาลอินเดียเพิ่มเพดานจัดเก็บภาษีการโอนเงินออกนอกประเทศจากอัตราจัดเก็บเดิมที่ 5% เป็น 20% ก็คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อตลาดนักท่องเที่ยวจากอินเดียบางส่วน การแข่งขันในภาคการท่องเที่ยวระหว่างประเทศมีความรุนแรงมากขึ้น และมาตรการเฉพาะของแต่ละประเทศในการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยทั้งปี 2566 น่าจะอยู่ที่ประมาณ 27.6 ล้านคน ขณะที่ในปี 2567 ชาวต่างชาติเที่ยวไทยน่าจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 31 ล้านคน แต่หากเศรษฐกิจโลกกลับมาฟื้นตัวอย่างมีศักยภาพ และทางการมีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวเพิ่มเติม ก็น่าจะส่งผลบวกต่อตลาดต่างชาติเที่ยวไทยมากขึ้นได้ในปีหน้า

“ผัดกะเพรา” คว้าแชมป์อาหารจานผัดดีที่สุดในโลก

TasteAtlas เว็บไซต์อาหารระดับโลก จัดอันดับให้ “ผัดกะเพรา” อาหารไทยขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง Best Stir-Fries in the World หรืออาหารจานผัดที่ดีที่สุดในโลก โดยจัดให้ผัดกะเพรา คืออาหารจานผัดที่ดีที่สุดในโลก  คัดเลือกจาก 50 อาหารจานผัดที่ดีที่สุดในโลก ซึ่งเมนูผัดกระเพราได้คะแนนสูงสุดที่ 4.8 คะแนน นอกจากนี้ยังมีเมนูอาหารไทยอื่นๆ ที่ติดอันดับ Best Stir-Fries in the World ได้แก่ อันดับ 8 ผัดไทย, อันดับ 19 ผัดซีอิ้ว, อันดับ 23 คั่วกลิ้ง และอันดับ 44 ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์

ร้านอาหารพลิกกลยุทธ์ ดึงสินค้า GI ของดีชุมชนประยุกต์เมนูไฟน์ไดนิ่ง

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า นอกจากการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI ที่เป็นภารกิจหลักของกรมทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว กรมฯยังให้ความสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า GI ไทย สะท้อนถึงอัตลักษณ์พื้นถิ่นและให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง จัดกิจกรรมเพื่อดึงเครือข่ายร้านอาหารระดับมิชลินร่วมรังสรรค์เมนูไฟน์ไดนิ่งจากวัตถุดิบ GI ล่าสุด ร้านนอร์ธ ร้านอาหารเหนือสไตล์ไฟน์ไดนิ่ง ย่านสุขุมวิท ซอย 33 ได้นำสินค้า GI ได้แก่ ขมิ้นชัน สุราษฎร์ธานี เนื้อโคขุนโพนยางคำ ของจังหวัดสกลนคร ข้าวเหนียวเขี้ยวงูเชียงราย มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบางคล้า ของจังหวัดฉะเชิงเทรา และเกลือภูเขาบ่อเกลือน่าน มาเป็นวัตถุดิบในการรังสรรค์เมนูใหม่ประจำร้าน อาทิ ซุปผักกูดล้านนา แกงฮังเลแก้มวัวไทยเฟรนซ์โพนยางคำสกลนคร คัสตาร์ตอ่องปูนา ซอร์เบท์มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบางคล้า และเหนือสุดในสยามน้ำพริกน้ำผักเวียงนาราย เป็นต้น เพื่อสร้างประสบการณ์ให้ผู้บริโภคได้ลิ้มรสชาติความอร่อย อันเป็นเอกลักษณ์ของวัตถุดิบ GI ผ่านเมนูอาหารเหนือ ซึ่งกรมทรัพย์สินทางปัญญาขอชื่นชมผู้ประกอบการที่ให้ความสำคัญกับวัตถุดิบท้องถิ่นอย่าง GI นับเป็นร้านอาหารต้นแบบที่มีส่วนร่วมสนับสนุนสินค้าชุมชนไทยอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ กรมฯ ขอเชิญชวนร้านอาหารหรือเครือข่ายอุตสาหกรรมอาหารนำวัตถุดิบท้องถิ่นที่สะท้อนถึงแหล่งที่มา อัตลักษณ์ทางภูมิศาสตร์อย่างสินค้า GI มาเป็นส่วนหนึ่งของเมนูอาหาร เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างเข้มแข็งไปพร้อมกับธุรกิจร้านอาหาร

นาซา ชี้ อากาศโลก 2023 ร้อนที่สุดนับตั้งแต่ปี 1880 แนวโน้มต่อเนื่องระยะยาว

(แฟ้มภาพซินหัว : ชายสองคนนำผ้ามาพันรอบศีรษะเพื่อป้องกันแดด ท่ามกลางคลื่นความร้อนในกรุงนิวเดลี เมืองหลวงของอินเดีย วันที่ 23 พ.ค. 2023) // www.xinhuathai.com
เมื่อวันพฤหัสบดี (14 ก.ย.) องค์การนาซา (NASA) ประกาศว่าโลกเผชิญอากาศร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ในฤดูร้อนปี 2023 นับตั้งแต่มีการเก็บบันทึกข้อมูลระดับโลกในปี 1880 คณะนักวิทยาศาสตร์ประจำสถาบันกอดดาร์ดเพื่อการศึกษาอวกาศ (GISS) สังกัดนาซา ระบุว่าอุณหภูมิรวมช่วงเดือนมิถุนายน กรกฎาคม และสิงหาคม สูงกว่าฤดูร้อนอื่นๆ ในบันทึกของนาซา 0.23 องศาเซลเซียส และสูงกว่าอุณหภูมิเฉลี่ยช่วงฤดูร้อนระหว่างปี 1951-1980 ที่ 1.2 องศาเซลเซียส นาซารวบรวมบันทึกอุณหภูมิจากข้อมูลอุณหภูมิอากาศพื้นผิวที่เก็บจากสถานีอุตุนิยมวิทยานับหมื่นแห่ง รวมถึงข้อมูลอุณหภูมิพื้นผิวน้ำทะเลจากเครื่องมือที่ติดตั้งบนเรือและทุ่นลอยน้ำ สำนักข่าวซินหัว ระบุ สถิติใหม่ข้างต้นมีขึ้นเมื่ออากาศร้อนผิดปกติแผ่ปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของโลก ซึ่งซ้ำเติมเหตุการณ์ไฟป่าครั้งรุนแรงในแคนาดาและฮาวาย ส่งคลื่นความร้อนแผดเผาในหลายภูมิภาคกว้างใหญ่ของโลก จอช วิลลิส นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศและนักสมุทรศาสตร์จากห้องปฏิบัติการแรงขับเคลื่อนไอพ่น (JPL) ของนาซา กล่าวว่าอุณหภูมิพื้นผิวน้ำทะเลที่สูงเป็นพิเศษ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลพวงจากการกลับมาของเอลนีโญ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อุณหภูมิพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในฤดูร้อนปีนี้
เอลนีโญเป็นปรากฏการณ์สภาพภูมิอากาศตามธรรมชาติ ซึ่งมีอุณหภูมิพื้นผิวน้ำทะเลอบอุ่นกว่าปกติ ส่วนระดับน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนตอนกลางและตะวันออกเพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ นาซาทิ้งท้ายว่าฤดูร้อนปี 2023 ที่สร้างสถิติอุณหภูมิพุ่งสูงใหม่นี้ เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มอากาศร้อนในระยะยาว