ตามติดภารกิจ EEC + 12 ศูนย์เชี่ยวชาญการพัฒนาบุคลากร : MARA & กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน รวมพลังเดินหน้า EEC Model Type B พัฒนาคนภาคอุตสาหกรรมยุค 4.0 (ตอนที่ 3)

จากตัวแบบสำคัญของการเดินหน้า EEC Model Type A จนสามารถสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมทั้งในและต่างประเทศของ ศูนย์ ENMEC หรือ ศูนย์เครือข่ายการพัฒนาบุคลากรด้านเมคคาทรอนิกส์ มทร.ตะวันออก มาในวันนี้ขอหยิบเอาอีกหนึ่งต้นแบบของสถาบันฝึกอบรมที่เป็นกำลังสำคัญในการเดินหน้า EEC Model Type B เพื่อพัฒนาคนในภาคอุตสาหกรรมให้ก้าวทันยุค 4.0 นั่นคือ สถาบันพัฒนาบุคลากรสาขาเทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติและหุ่นยนต์ หรือ MARA ซึ่งอยู่ภายใต้สังกัด กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน


สมเกียรติ อู่เงิน ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาบุคลากรสาขาเทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติและหุ่นยนต์ (MARA)
โดยในโอกาสนี้ สมเกียรติ อู่เงิน ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาบุคลากรสาขาเทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติและหุ่นยนต์ (MARA) ได้มาสรุปเกี่ยวกับหลักสูตรการฝึกอบรมระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ ที่ทางสถาบันฯได้เปิดให้กับบุคลากรในภาคอุตสาหกรรมในรูปแบบ EEC Model Type B ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
“จากการที่ MARA ได้มีโอกาสร่วมงานกับ EEC ในเรื่องของการพัฒนาคน ซึ่งสอดคล้องกับงานหลักของ MARA ที่ต้องการยกระดับฝีมือแรงงานให้กับคนทำงานที่ต้องใช้ทักษะในด้านระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ ในการพัฒนาอุตสาหกรรมให้พร้อมที่จะรับเทคโนโลยีใหม่ๆ จริงๆ เราเริ่มงานตั้งแต่ปี 2563 ในตอนที่เริ่มทำกับ EEC ใหม่ๆ มาจนถึงวันนี้ ตัวเลขของจำนวนผู้เข้ารับการอบรมในแบบ EEC Model Type B คือ 53 คน ในปี 2563, 112 คน ในปี 2564 ส่วนในปี 2565 เป็นปีที่เราได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากอีอีซีในเรื่องของครุภัณฑ์ จากนั้นก็ได้จัดซื้อจัดจ้าง ติดตั้ง และมาพัฒนาในปี 2566”

“โดยในปี 2566 เราฝึกอบรมคนในแบบ EEC Model Type B ทั้งหมด 1,207 คน และตัวเลขตรงนี้ถือว่าแสดงถึงจำนวนบุคลากรที่ได้รับการอบรมหลังจากที่ทาง MARA มีความพร้อม ได้รับการสนับสนุนในเรื่องครุภัณฑ์จากอีอีซี ให้เราได้ขยายในรูปแบบของเครื่องไม้เครื่องมือและเทคโนโลยี หลักสูตรที่เราเปิดอบรม จะเน้นเรื่องการปฏิบัติในทักษะที่เกี่ยวข้องกับหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติเป็นหลัก โดยหลักสูตรที่มีสถานประกอบการส่งคนเข้ามาอบรมมากที่สุด 5 อันดับ มีดังนี้”
1. การควบคุมและบำรุงรักษาหุ่นยนต์ Yaskawa ซึ่งหลักสูตรนี้ได้เครือข่ายที่ดีในการถ่ายทอด knowhow
2. การควบคุมหุ่นยนต์อุตสาหกรรม (FANUC) เกี่ยวข้องกับการควบคุม การเขียนโปรแกรม การใช้ Simulation รวมถึง การนำหุ่นยนต์ไปพ่วงต่อ
3. การกำหนดขนาดและความหมายของสัญลักษณ์ เป็นการเรียนเกี่ยวกับชุดซอฟต์แวร์ Product Design & Manufacturing Collection (PDMC)
4. PLC Mitsubishi GX-Work 2 Basic
5. PLC Mitsubishi GX-Work 2 Advanced

“โดยที่ผ่านมา เราฝึกอบรมในอาคาร สถานที่ และด้วยวิทยากรในเครือข่าย ครุภัณฑ์ที่ได้รับมา เราฝึกที่ MARA มากที่สุด คือประมาณ 300 กว่าคน นอกจากนั้น ก็ไปฝึกอบรมที่ศูนย์ Yaskawa ที่เป็นเครือข่าย เพื่อถ่ายทอด knowhow ต่อมาก็เป็นส่วนของการไปฝึกอบรมที่ภาคอุตสาหกรรมหรือสถานประกอบการจริง โดยเราได้ใช้วิธีไปนำเสนอหลักสูตร คลาสเรียน ตรงไปยังสถานประกอบการ และชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ที่ทางผู้ประกอบการจะได้จากการเข้าร่วมฝึกอบรมทักษะ ตามแนวทาง EEC Model Type B”
“ยกตัวอย่าง มีหลายบริษัทที่ใช้หุ่นยนต์ในกระบวนการผลิต เมื่อได้มาฝึกอบรมกับ MARA พนักงานที่ผ่านการอบรม จากแค่ใช้หุ่นยนต์เป็น ก็สามารถซ่อม บำรุง รักษาหุ่นยนต์นั้นได้ด้วย ซึ่งเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา หรือ Maintenance หุ่นยนต์ อย่างเห็นได้ชัด”
“นอกจากนั้น เรายังเห็นความสำคัญของการสร้างเสริมทักษะด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติให้กับ SME ขนาดเล็ก ซึ่งมีข้อจำกัดตรงที่เมื่อต้องเสียค่าคอร์สแพงๆ ก็จะสู้ไม่ไหว เราก็เปิดโอกาสให้มาฝึกกับ MARA ได้ โดยเป็นการ Reskill ให้พนักงาน โดยเคยทำแค่ชิ้นส่วน แต่ตอนนี้มาทำระบบออโตเมชั่นเอง เป็นชุดที่ตรวจสอบชิ้นงาน ทำให้บริษัทเขาได้รับงานในด้านออโตเมชั่น”
“และในส่วนของข้อเสนอที่อยากจะขอนำเสนอคือ เราพบว่า จากกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่คิดว่าน่าจะเป็นกลุ่มเป้าหมายที่มาร่วมฝึกอบรมกับเรามากที่สุด แต่ตอนนี้ อุตสาหกรรมที่มาขึ้น พรบ. กับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กลายเป็นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับการผลิตอาหารมากที่สุด และมีเปอร์เซ็นต์ที่ค่อนข้างสูง ถัดไปก็จะเป็นอุตสาหกรรมค้าปลีก อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และ อุตสาหกรรมยานยนต์ ตามลำดับ”

“การที่แนวโน้มเป็นเช่นนี้เราสามารถถอดบทเรียนได้ว่า ในภาคอุตสาหกรรมอาหาร ความต้องการในการฝึกอบรมมีสูงมาก อาจเป็นเพราะการตระหนักว่าออโตเมชั่นสามารถตอบโจทย์ในกระบวนการผลิตได้ ดังนั้น สรุปได้ว่า อุตสาหกรรมที่ต้องการความช่วยเหลือในด้านการเทรนนิ่งเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ คือ อุตสาหกรรมการผลิตอาหาร ที่เมื่อได้รับการฝึกอบรมแล้ว จะได้นำเอาความรู้ทางเทคโนโลยีใหม่ๆนี้ไปปรับใช้ต่อไป นี่เป็นภารกิจหนึ่งของ MARA ที่เราคิดว่าจะประชาสัมพันธ์เชิงรุกไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารให้มากขึ้น”
“นอกจากนั้น ในส่วนของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เขายังขาดในเรื่องของคน knowhow และขาดเรื่องของวิทยากร เพราะในสถาบันการศึกษาก็ยังไม่มีหลักสูตรที่จะตอบโจทย์เขาได้โดยตรง ในอนาคต MARA จึงมีโปรเจกต์ที่จะทำเรื่อง Analog Device ในเรื่องของการพัฒนาคน ไม่ว่าจะเป็น Type A หรือ Type B ร่วมกับ วิทยาลัยอีเทค เป็นการที่จะเติมทักษะให้คนที่ทำงานอยู่ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์”
จิตรพงศ์ พุ่มสอาด ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบริการ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน
ในงานประชุมสัมมนาเครือข่ายการพัฒนาบุคลากรเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ ศูนย์ EEC Nets ครั้งที่ 2 นี้ ยังมี จิตรพงศ์ พุ่มสอาด ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบริการ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน เข้าร่วมอภิปรายถึงร่างแผนพัฒนากำลังคนในอีอีซี ภายใต้คณะกรรมการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพแห่งชาติ (กพร.ปช.) ที่จัดทำโดยคณะทำงานจัดทำแผนพัฒนากำลังคนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน ดังนี้
“กพร.ปช. ที่จัดตั้งขึ้นนี้ ทำหน้าที่กำหนดนโยบายการพัฒนาแรงงานของประเทศให้สอดคล้องกับนโยบายและยุทธศาสตร์ชาติ และประสานระบบการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างภาคการศึกษาและภาคแรงงาน ประสานการฝึกอบรมฝึกอาชีพของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ที่กล่าวมานี้ก็เกี่ยวกับการวางนโยบาย แผนแม่บท เกี่ยวกับการปฏิรูปต่างๆของประเทศไทยในเรื่องของการพัฒนาแรงงาน”
“และที่ผ่านมา เนื่องจากทาง กรมพัฒนาฝีมือแรงงานตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องของการพัฒนาบุคลากร และฝีมือแรงงานในพื้นที่อีอีซี จึงได้จัดตั้งคณะทำงานขึ้น โดยมี ดร.อภิชาต ทองอยู่ เป็นประธาน ให้มาดูแลในเรื่องการทำแผนพัฒนาบุคลากรในอีอีซี ซึ่งเป็นแผนกลุ่มจังหวัดที่ทางกระทรวงแรงงานให้ความสำคัญ และจะได้นำเสนอทางรองนายกรัฐมนตรีเป็นลำดับถัดไป”

“โดยหัวใจหลักของการจัดตั้ง กพร.พช. อีกเรื่องหนึ่ง คือ ไม่อยากเห็นการทำงานที่ซ้ำซ้อนกัน โดยเฉพาะการทำงานของภาครัฐที่อาจมีความซ้ำซ้อน ด้วยเหตุนี้ การจัดตั้ง สถาบัน MARA จึงเกิดจาก คณะทำงาน กพร.พช. ที่ได้เสนอกรอบการจัดตั้ง และได้งบสนับสนุนในการจัดจาก EEC จนเกิดเป็น สถาบัน MARA ในที่สุด ขณะที่ ในส่วนของผลกระทบและความท้าทาย คือ
  • Automation Technology จะเข้ามามีบทบาทในกระบวนการผลิตแทนมนุษย์ ส่งผลให้แรงงานไทยมีโอกาสตกงานสูงกว่า 12 ล้านคน
  • การเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีและดิจิทัลแบบก้าวกระโดด ในอีก 20 ปีข้างหน้า งานประมาณ 5 ล้านตำแหน่งจะหายไป
  • การขาดแคลนแรงงานทักษะ ต้องมีการยกระดับและรับรองทักษะของแรงงานไทย
  • สังคมผู้สูงอายุ อัตราการเกิดต่ำ สัดส่วนของประชากรวัยแรงงานขยายตัวน้อย
  • โครงสร้างการผลิตเปลี่ยนจากการใช้แรงงานเข้มข้นเป็นการใช้องค์ความรู้และเทคโนโลยีมากขึ้น
  • มีแนวโน้มด้านการเรียนรู้ออนไลน์เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“และแผนพัฒนากำลังคนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน มีเป้าประสงค์ชัดเจนในการยกระดับฝีมือแรงงานในอีอีซี พัฒนาระบบฐานข้อมูลด้านแรงงานเพื่อวางแนวทางการทำ Data driven และเรายังมองเรื่องการทำงานอย่างไร้รอยต่อเป็นเรื่องสำคัญ มองว่าจะจัดทำ Credit bank ซึ่งเหล่านี้มีปัจจัยความสำเร็จอยู่ที่ความร่วมมือ และคาดหวังว่า แผนการดำเนินงานนี้จะสอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่ และแผนนี้เป็นเครื่องมือ เป็นทุน ในการขับเคลื่อนความสำเร็จของการพัฒนาทักษะและฝีมือแรงงานในพื้นที่ได้”
“ที่ผ่านมา ในส่วนของปัญหาอุปสรรคที่เจอในระหว่างทำแผน คือ เราเดินหน้าทำ Demand driven แต่ยังขาดในส่วนของ Data Driven คือ คนที่มาใช้บริการของ MARA ก็ยังเป็นลูกค้าที่อยู่ใน Data เดิม  ส่วนคนที่ไม่รู้จักก็ยังไม่รู้จักเหมือนเดิม ซึ่งเราได้คำแนะนำจาก ดร.อภิชาติ ว่าต้องเน้นการวางอีโคซิสเตมและเครือข่าย ซึ่งจะมาช่วยเติมเต็มช่องว่างตรงนี้ได้ และสุดท้ายเครือข่ายต้องขยายออกไป ไม่ได้ครอบคลลุมแค่อุตสาหกรรมในพื้นที่อีอีซีเท่านั้น แต่ต้องครอบคลุมอุตสาหกรรมนอกพื้นที่ด้วย เพื่อให้เราสามารถนำคนมาฝึกให้ได้ตรงตามเป้าหมายและตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมอย่างที่ตั้งเป้าไว้”

อัปเดตภารกิจในการพัฒนาบุคลากรในพื้นที่อีอีซี

ตามติดภารกิจ EEC + 12 ศูนย์เชี่ยวชาญการพัฒนาบุคลากร : ผลงานที่จับต้องได้จริงของ ENMEC ศูนย์ EEC Nets ต้นแบบด้านเมคคาทรอนิกส์ (ตอนที่ 2)

ตามติดภารกิจ EEC + 12 ศูนย์เชี่ยวชาญการพัฒนาบุคลากร ขับเคลื่อนการศึกษายุคใหม่ เติมเต็ม Ecosystem เพื่อเดินหน้าประเทศไทยสู่ Industry 4.0 (ตอนที่ 1)

ถอดบทเรียน ปี 2566 พร้อมเดินหน้า เร่งรัด และขยายผล ‘หลักสูตรพัฒนาบุคลากร’ ตามแนวทาง CWIE+EEC Model Type A Master Class

Previous article“ข้าวมันไก่สิงคโปร์” อาหารง่ายๆ ที่กลายเป็น “Signature ท่องเที่ยว” ระดับโลก
Next article“EV” เป็นอนาคต “EV conversion” ปลุกโอกาส
mm
เริ่มต้นขีดเขียนในฐานะ สื่อมวลชน กับงานผู้สื่อข่าวประจำกองประชาสัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ในปี 2546 ก่อนไปหาประสบการณ์ชีวิตที่เมลเบิร์น ออสเตรเลียมา 1 ปี และกลับมายึดอาชีพ “นักเขียน” จริงจัง กับการเป็น กองบรรณาธิการนิตยสารชีวจิต 3 ปี หลังจากนั้นคิดว่าน่าจะเปลี่ยนสายไปทำงานในบริษัท PR agancy ได้ 6 เดือน เมื่อรู้ว่าไม่ถูกจริต เลยออกมาเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ประจำกองบรรณาธิการนิตยสารฟีลกู้ดอย่าง Happy+ อยู่ 1 ปี สัมภาษณ์ทั้งดาราและคนบันดาลใจ ก่อนเข้าสู่ระบบงานประจำอีกครั้งกับนิตยสาร MBA กับการเป็นนักเขียนที่รับผิดชอบในเซคชั่นหลักสูตร MBA ของสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ สั่งสมประสบการณ์อยู่ 3 ปี ก็ได้เวลา Upskill สู่งาน Online content writer ที่ใช้ความชอบและความหลงใหลในการถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ ความรู้ใหม่ๆ ในยุค Education 4.0 อุตสาหกรรมทางการแพทย์ ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์