ตามติดภารกิจ EEC + 12 ศูนย์เชี่ยวชาญการพัฒนาบุคลากร : EECMd @ ธรรมศาสตร์ พัทยา กับมิติการลงทุนและการเป็นศูนย์เครือข่ายผลิตกำลังคนด้านการแพทย์และสุขภาพครบวงจร (ตอนที่ 5)

อีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญ ที่ไม่ใช่แค่การพัฒนาในระดับพื้นที่อีอีซีเท่านั้น หากแต่ยังเป็นหมุดหมายสำคัญในการพัฒนาระดับประเทศ นั่นคือ การก้าวสู่ Medical Hub ประจำภูมิภาคของประเทศไทย ที่ในวันนี้มีการขับเคลื่อนและผลักดันจากทุกฝ่ายให้ประเทศไทยเดินไปถึงจุดหมายนี้ให้ได้

โดยในพื้นที่อีอีซีเอง ได้มีการตั้ง EECMd ขึ้น โดยเลือกชัยภูมิสำคัญที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์พัทยา เป็นที่ตั้งของ ศูนย์เครือข่ายด้านการแพทย์และสุขภาพครบวงจร ซึ่งที่นี่จะเป็นแหล่งผลิตและพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ทุกแขนง ที่มีบทบาทสำคัญในการหมุนเคลื่อนวงล้อแห่งความก้าวหน้าในอุตสาหกรรมการแพทย์ของไทยอย่างมีนัยสำคัญ

รศ.นพ.กัมมาล กุมาร ปาวา รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและผู้อำนวยการศูนย์เครือข่ายด้านการแพทย์และสุขภาพครบวงจร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา

จุดเริ่มต้นของ EECMd ธรรมศาสตร์ พัทยา Medical Valley กับการลงทุนครั้งใหญ่บนพื้นที่ 584 ไร่

รศ.นพ.กัมมาล กุมาร ปาวา รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและผู้อำนวยการศูนย์เครือข่ายด้านการแพทย์และสุขภาพครบวงจร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา ได้เกริ่นถึงความเป็นมาของการเกิด EECMd ก่อนว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มองว่าบนพื้นที่ศูนย์พัทยาที่มีเนื้อที่กว่า 584ไร่ นี้ ควรต้องมีการก่อสร้างโรงพยาบาล ซึ่งเป็นสิ่งที่ยังขาดแคลนในพื้นที่ย่านแนวเชิงเขานี้ เพราะเห็นได้ว่าเรามีโรงพยาบาลจำนวนหนึ่งที่อยู่เรียงรายกันริมชายหาดอยู่แล้ว
“ในตอนนี้ รพ.ธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา กำลังอยู่ในระหว่างก่อสร้าง แต่ต้องยอมรับว่าก็ประสบปัญหาทางเทคนิคหลายด้าน อย่าง เนื่องจากเราเป็นโรงพยาบาลที่ตั้งอยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ จำเป็นต้องหาการลงทุนเข้ามาให้ได้ โดยวางเป้าว่าต้องมีผู้เข้ามาลงทุนเป็นจำนวนประมาณ 1 หมื่นล้านบาท และจะต้อง Generate Income หรือสร้างรายได้เข้ามาประมาณ 7 หมื่นล้านบาท แต่ก็มีอีกฝ่ายแย้งว่า ทาง รพ. ที่สร้างขึ้นมานี้จะต้องรับนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคด้วย นี่เป็นจุดที่มีความขัดแย้งทางนโยบายเกิดขึ้น ทำให้ไม่สามารถมุ่งเป้าในการสร้างรายได้ให้ได้ 7 หมื่นล้านบาทได้”

“คำถามนี้ได้รับการถามกลับไปยังอีอีซีว่าเราจะรับลูกค้าชาวไทยหรือชาวต่างชาติเพราะอยู่กันคนละส่วน ซึ่งคำตอบตรงนี้ยังไม่ชัดเจน ทางธรรมศาสตร์จึงทำแผนกลางไว้ก่อนว่าเราเดินได้ทั้ง 2 แผน เมื่อเราทำไปแล้วก็พบว่ามีชาวต่างชาติจำนวนมากที่มาติดต่อลงทุนบนพื้นที่ EECMd นี้ โดยธรรมศาสตร์ได้กลายเป็นเหมือน “นิคมอุตสาหกรรมทางการแพทย์” ไปทันที ซึ่งจริงๆ แล้ว ธรรมาสตร์ อยากทำพื้นที่นี้ให้เป็น Medical Hub อยู่แล้ว ซึ่งประกอบด้วย 3 เรื่องด้วยกัน Teaching Hub, Research and Development Hub และ Service Hub”
“โดยเมื่อแบ่งพื้นที่แล้ว สามารถทำได้ ด้วยการออกแบบให้พื้นที่นี้เป็น Medical Valley โดยในพื้นที่นี้ตั้งแต่เมื่อ 2 ปีที่แล้ว มีคนสมัครเข้าใช้พื้นที่จำนวนมาก ซึ่งธรรมศาสตร์จะยังใช้เงื่อนไขของการปล่อยเช่า 30 ปี โดยมีกฎหมายของธรรมศาสตร์เป็นตัวกำกับ และกำหนดวงเงินไว้ไม่เกิน 1,000 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมามีคนมาขอทำ PPP แล้ว”

“ทั้งนี้เราแบ่งพื้นที่เป็น 4 โซน ด้านการศึกษา ด้านส่งเสริมเศรษฐกิจ ด้านบริการ และด้านที่พักอาศัย ทั้งนี้ ภายในพื้นที่มีแผนการพัฒนาโครงสร้างต่างๆ อาทิ สถาบันวิจัยการแพทย์ชั้นสูง, โรงพยาบาลดิจิทัล, ศูนย์ดูแลสุขภาพ (Wellness Health Resort), ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ (Senior Living) และศูนย์กีฬาขนาดใหญ่ (Sport Complex) เชื่อมต่อการลงทุนกลุ่ม Health Tech ชั้นนำระดับโลก ส่วนหนึ่งเป็นตัวโรงพยาบาลที่เราได้งบประมาณมาประมาณ 1,000 ล้านบาทเพื่อสร้างโครงสร้างโรงพยาบาล ซึ่งเราต้องการคนมาลงทุนในด้านเครื่องมือแพทย์ ซึ่งเราตั้งใจไว้ว่าในส่วนนี้จะไม่ยื่นของบประมาณจากทางรัฐ แต่จะเปิดโอกาสให้เอกชนมาลงทุนในลักษณะเป็น Profit sharing ซึ่งกลายเป็นโอกาสเฉพาะของพื้นที่นี้เลย”
“ทั้งนี้ จากการเปิดเวทีของทาง EEC HDC เมื่อครั้งที่แล้ว ก็ก่อให้เกิดอานิสงส์ขนาดใหญ่ ชักพาให้ไปทราบว่าทางวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบได้ทำหุ่นยนต์และเครื่องมือแพทย์อยู่ ทางธรรมศาสตร์ก็ยินดีไปเข้าร่วมโดยทางรองฯด้านวิชาการเห็นชอบในหลักการ ประกอบกับ ตอนนี้ในพื้นที่ของ Medical Valley ของธรรมศาสตร์นี้ก็มีพื้นที่หหนึ่งที่เราตั้งใจว่าจะทำเป็นสตาร์ทอัพ ให้บริษัทมาเช่าเป็นสถานที่ประกอบการ เพราะที่ผ่านมาเราพบว่า มีบริษัทสตาร์ทอัพที่ต้องการพื้นที่ไม่มาก มีวงเงินลงทุนไม่สูง แต่บริษัทสตาร์ทอัพเหล่านี้ก็มีความสำคัญต่ออีโคซิสเตมของการเป็น Medical Hub ของเรา จึงก็อยากจะฝากท่านเลขาอีอีซี ให้ส่งเสริมในด้านนี้ด้วย รวมถึงอยากเชิญท่านให้มาดูทั้งพื้นที่ของ EECMd ที่เราตั้งใจสร้างเพราะเราเชื่อว่ามีขนาดใหญ่ กว้างขวางกว่าที่ท่านคิดไว้มาก”

รศ.นพ.กัมมาล กุมาร ปาวา รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและผู้อำนวยการศูนย์เครือข่ายด้านการแพทย์และสุขภาพครบวงจร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา

ฮาวทูสร้าง Medical Hub ในฝัน

รศ.นพ.กัมมาล ยังใช้โอกาสนี้ในการเน้นย้ำถึงเป้าหมายในการสร้าง Medical Hub ของประเทศไทย ที่ได้มีการประกาศออกมาในแทบทุกรัฐบาล ซึ่งสื่อให้เห็นว่า การสร้าง Medical Hub เป็นหมุดหมายสำคัญที่ประเทศไทยจะขับเคลื่อนไป ทว่า Medical Hub ในฝันจะต้องประกอบด้วยอะไรบ้าง ตรงนี้เราต้องมาขบคิดร่วมกัน โดยเฉพาะในพื้นที่อีอีซี ที่น่าจะเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่จะสร้างต้นแบบของ Medical Hub ให้กับประเทศได้
“ในประเด็นแรกที่จำเป็นต้องขบคิดกัน คือ เรื่องของการออกใบอนุญาตว่าจะออกใบอนุญาตในพื้นที่นี้ได้หรือไม่ ถ้าจะตามเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุขก็ยังจำกัดเรื่องผู้ถือหุ้น เรื่องชาวต่างชาติ แต่การควบคุมสถานพยาบาล ถ้าสามจังหวัดอีอีซียังรับชาวต่างชาติ ทุกสถานพยาบาลต้องมีการปรับให้ได้อุดหนุนด้านการเงินสำหรับการมีใบรับรองคุณภาพ JCI ส่วนเรื่องอนุมัติการเป็นยาและเวชภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์ ก็ยังมีปัญหากับทาง สำนักงาน อย. อยู่”

“ส่วนเรื่อง หน้าที่การศึกษาการแพทย์ ต้องมีการทบทวนการให้ใบอนุญาตสถานศึกษาด้านการแพทย์นานาชาติสำหรับนักศึกษาชาวไทยและต่างชาติ เพื่อการรับรองวิทยฐานะโดยไทยหรือเจาะจงบางประเทศที่สำคัญ เช่น สหรัฐ อังกฤษ ถ้าเรายังวางจุดยืนว่าจะทำให้การแพทย์ไทยโกอินเตอร์ โดยในส่วนของธรรมศาสตร์ เนื่องจากเราเป็นสถาบันการศึกษาก็มีสิทธิในการนำผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์เข้ามาเป็นผู้สอนอยู่แล้ว ซึ่งเป็นเรื่องดีที่ทางไทยให้สิทธิยกเว้นภาษีเขาในฐานะ Expat ที่สามารถดึงดูดให้ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้เข้ามาในประเทศเราได้”
“สำหรับทุนการศึกษานักศึกษาแพทย์ชาวต่างประเทศ ถ้าเราคิดจะทำ ก็มองว่าทำได้ อย่างธรรมศาสตร์เราก็ตั้งใจเปิดหลักสูตรให้เป็นหลักสูตรนานาชาติอยู่แล้ว โดยสอนเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด”
“และในด้านการต่างประเทศ ควรจัดตั้งทีมเจรจากองทุนสุขภาพแห่งชาติของประเทศตะวันตกและญี่ปุ่นให้รับรองโรงพยาบาลไทย และให้ตั้งเบิกจ่ายได้ นอกจากนั้นอยากให้มีการจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนา EECMd เพื่อพัฒนาโครงการ EECMd ให้สำเร็จได้ในทุกมิติที่วางเป้าหมายไว้”

รศ.นพ.กัมมาล กุมาร ปาวา รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและผู้อำนวยการศูนย์เครือข่ายด้านการแพทย์และสุขภาพครบวงจร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา

เจาะแผนงานการผลิตบุคลากรการแพทย์ ของ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา

ในส่วนของแผนการผลิตบุคลากรการแพทย์ของ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา รศ.นพ.กัมมาล ได้เน้นย้ำแนวคิดที่ว่า จะจัดหลักสูตรปริญญา ที่เรียนจบภายใน 3 ปี เพื่อตอบสนองเทรนด์ของเด็กรุ่นใหม่ที่ไม่ต้องการใช้เวลากับการเรียนนอน เมื่อจบแล้วก็ออกไปหางานได้เลย โดยธรรมศาสตร์เน้นว่าใน 1 ปีของการศึกษาให้อยู่ที่สถานประกอบการ ตามแนวทางของ Work Integrated Education หรือ WIL เพราะธรรมศาสตร์มีวิชาเรียนปีแรกที่แขวนอยู่บนอินเทอร์เน็ตแล้ว นั่นเท่ากับนักศึกษาเข้ามาเรียนในระบบมหาวิทยาลัยเพียงปีเดียว แนวคิดนี้ได้มาจากการพูดคุยกับทางวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ ที่เรากำลังสร้างความร่วมมือกันในเรื่องของหุ่นยนต์ทางการแพทย์ เครื่องมือแพทย์ ซึ่งทางวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบได้ขอว่าให้เป็นปีเดียวจบ โดยสามารถทำได้”
“โดยหลักสูตรที่ทำและประสบความสำเร็จแล้ว คือ หลักสูตรล่ามทางการแพทย์ ซึ่งการเป็นล่ามธรรมดา ได้เงินเดือนประมาณ 30,000 บาท แต่ถ้าเป็นล่ามทางการแพทย์จะได้เงินเดือนถึง 80,000 บาท และเราอยากเห็นอาชีพรายได้สูงเช่นนี้เกิดขึ้นในพื้นที่อีอีซี นอกจากนั้น ในตอนนี้ จากการหารือกับ ดร.อภิชาติ ประธาน EEC HDC เราพบว่าในตอนนี้เรากำลังขาดแคลน รังสีเทคนิค และพยาบาล ซึ่งตรงนี้ก็มีสาเหตุมาจากปัญหาที่เกิดขึ้นในการทำงาน โดยที่ผ่านมาเราให้พยาบาลเป็นผู้ที่ทำทุกอย่าง ด้วยเหตุนี้ เราต้องเปลี่ยนตรงนี้ก่อน อะไรที่ไม่ใช่งานของพยาบาล ก็ต้องตัดออกไป เป็นการทำ Lean Management ก่อนเป็นอันดับแรก”
“จากนั้นทาง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา ก็ได้ทำร่างโครงสร้างการจัดทำหลักสูตรตามชาร์ตด้านล่างนี้
“โดยเราเชื่อว่า 3 หลักสูตรนี้จะไปลดภาวะบุคลากรที่หายาก คือ พยาบาลลงได้ประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ ส่วนหลักสูตรทางปริญญาด้านการแพทย์เราให้น้ำหนักไปทางด้านนวัตกรรม หรือ Innovation โดยเราวางไว้ว่าจะร่วมมือกับวิทยาลัยเทคนิคในพื้นที่ หรือ มหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งถ้าทำได้ เราควรร่วมมือกันเป็นเครือข่ายหรือ Networking ก็จะเกิดผลลัพธ์ เกิดหลักสูตรที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และความร่วมมือนี้ก็ไม่ควรร่วมมืออยู่แค่กับสถาบันหรือวิทยาลัยในประเทศเท่านั้น ควรมีความร่วมมือกับสถาบันในต่างประเทศด้วย”
“ในส่วนของการ Upskill Reskill New skill ที่สอดคล้องกับ แนวทางของ EEC HDC ทาง ธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา ได้พัฒนา โครงการบริการวิชาการ Run Skill School ขึ้น โดยมีหนึ่งในหลักสูตรที่ได้รับความสนใจจากคนรุ่นใหม่มาก คือ ค่ายฝันอยากเป็นหมอ-วิศวะ โดยเปิดในเรื่องของ Medical Hub ให้มาเรียนที่พัทยา โดยกลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา หลักสูตรนี้เกิดขึ้นเพื่อมาตอบสนองว่าประเทศไทยต้องโตด้วย Science และ Technology นอกจากนั้นเราเปิดหลักสูตรบูรณาการการแพทย์ระดับสูง เพื่อสร้างผู้บริหารทางการแพทย์ด้วย”

การพัฒนาที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนสร้าง Medical Hub ในหลากหลายแง่มุม

อัปเดตความคืบหน้าล่าสุด EECmd ธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา เนื้อหอม มีเอกชนสนใจลงทุนแล้วบนพื้นที่กว่า 300 ไร่

TKK จับมือ ศิริราช สร้างต้นแบบความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน ใช้ หุ่นยนต์และ AI แบ่งเบาภาระบุคลากรการแพทย์ ส่งมอบบริการทันสมัยให้คนไทย

4 นวัตกรรมการแพทย์ จาก นักวิจัยจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ สร้างชื่อ คว้ารางวัลการประกวดนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ระดับโลก ณ นครเจนีวา