Monday, August 31, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.285

ไทย-สิงคโปร์ เดินหน้าต่อยอดความร่วมมือเศรษฐกิจดิจิทัล-อุตสาหกรรมสีเขียว

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ โดยรัฐบาลสิงคโปร์ จัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติพร้อมได้เข้าเยี่ยมคารวะ นายทาร์มัน ชันมูการัตนัม (H.E. Mr. Tharman Shanmugaratnam) ประธานาธิบดีสิงคโปร์ โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือขยายความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนทวิภาคี ตลอดจนด้านเศรษฐกิจใหม่ โดยเฉพาะ เศรษฐกิจดิจิทัล อุตสาหกรรมสีเขียว พันธบัตรสีเขียว และ อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง โดยปัจจุบันไทยและสิงคโปร์พร้อมเดินหน้าทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในด้านการท่องเที่ยว ซึ่งไทยและสิงคโปร์จะได้ร่วมกันยกระดับการเติบโต และการพัฒนาทางเศรษฐกิจร่วมกัน นอกจากนี้ยังได้พบหารือทวิภาคีกับนายลี เซียนลุง (H.E. Mr. Lee Hsien Loong) นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ซึ่งนายกฯ สิงคโปร์ ได้กล่าวยินดีถึงการเชื่อมโยงระบบ PromptPay–PayNow ของทั้งสองประเทศที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก ทั้งสองฝ่ายยังให้ความสำคัญและพร้อมกระชับความร่วมมือด้านพลังงาน การเงิน (financial sector) รวมถึงด้านความมั่นคงทางอาหาร

จับตา “อิสราเอล–ปาเลสไตน์” กระทบการค้าไทย หากลุกลามอาจเกิดภาวะ shock ในตะวันออกกลาง

อิสราเอล-ปาเลสไตน์

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ ประเมินผลกระทบจากการสู้รบของอิสราเอลและปาเลสไตน์ กรณีที่สถานการณ์อยู่ในพื้นที่จำกัด (บริเวณฉนวนกาซา) ยังไม่มีการปิดประเทศ หรือปิดกั้นระบบการขนส่งทั้งหมด น่าจะยังไม่กระทบต่อการส่งออกของไทยไปยังประเทศคู่ขัดแย้ง (อิสราเอลและปาเลสไตน์) หรือหากกรณีที่ไม่สามารถส่งออกไปได้ ก็จะไม่ได้ส่งผลต่อการส่งออกรวมของไทยมากนัก เนื่องจากอิสราเอลและปาเลสไตน์ไม่ใช่คู่ค้าสำคัญอันดับต้นๆ ของไทย มีมูลค่าการค้าระหว่างกันค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับปริมาณการค้าต่างประเทศของไทยยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำ จึงเชื่อว่าสงครามดังกล่าวจะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศในภาพรวมของไทยมากนัก
แต่หากสถานการณ์ลุกลามจนเกิดภาวะ shock ขึ้นในภูมิภาค เหมือนเช่นที่เคยเกิดขึ้นในปี 2554 – 2556 เหตุการณ์ “Arab Spring” ที่เกิดจากการลุกฮือของประชาชนเพื่อต่อต้านรัฐบาลในตะวันออกกลาง และได้ลุกลามขยายวงกว้างสร้างความวุ่นวายทางการเมืองทั้งในอียิปต์ ลิเบีย เยเมน และบาห์เรน ทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล กระทบต่อเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นทางการค้ากับตะวันออกกลาง ทำให้การส่งออกของไทยไปยังภูมิภาคดังกล่าวขยายตัวชะลอลง เพราะฉะนั้น ทางออกทางการทูตมีความจำเป็นเร่งด่วนต่อสถานการณ์นี้ ประชาคมโลกจะต้องร่วมมือกันไกล่เกลี่ย และกำหนดเส้นทางสู่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนและสันติ เพื่อที่จะลดระดับความรุนแรงของวิกฤตและแสวงหาสันติภาพร่วมกันของประชาคมโลก บทเรียนของสงครามรัสเซีย-ยูเครน สะท้อนให้เห็นว่าความเสี่ยงที่วิกฤตจะยืดเยื้อยาวนาน จากรากฐานของปัญหาเกิดจากข้อพิพาทเรื่องอาณาเขตที่ดินและอัตลักษณ์ชาติพันธุ์ที่มีร่วมกันทางประวัติศาสตร์ที่ซับซ้อน เมื่อไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง และความขัดแย้งได้บานปลายไปสู่การเผชิญหน้าทางทหารอย่างเต็มรูปแบบ จะก่อให้เกิดผลกระทบกระจายวงกว้างไปทั่วโลก

“สาลิกา” จับมือสื่อพันธมิตรเปิดโลกอีวี เปลี่ยนอุตสาหกรรมรถยนต์และหลักสูตรการศึกษาไทย

เมื่อวันที่ 11 ต.ค. 2566 เว็บไซต์สาลิกา จับมือสื่อพันธมิตร The Leader Asia และ บางกอกทูเดย์ จัดงานสัมมนา “รถยนต์EV กับการพัฒนาพลังงานไทย” ณ หอประชุมเบญจรัตน์ อาคารนวมินทราชินี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) โดยได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.สุชาติ เซี่ยงฉิน  อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ กล่าวเปิดการสัมมนา และ คุณนุจรีย์ เพชรรัตน์ ผู้อำนวยการกองนโยบายอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน บรรยายพิเศษ “ทิศทางการพัฒนาด้านพลังงานใหม่ของไทย” ในช่วงเสวนา “รถยนต์EV จุดเปลี่ยนอุตสาหกรรมและพลังงานไทย” มีวิทยากรชั้นแนวหน้าร่วมนำเสนอมุมมอง ประกอบด้วย ศ.ดร.นิสัย  เฟื่องเวโรจน์สกุล คณบดีบัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติสิรินธรไทย-เยอรมัน มจพ. คุณจาตุรงค์ สุริยาศศิน รองผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง อุปนายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย คุณปริพัตร บูรณสิน อดีตที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการยานยนต์ไฟฟ้า สภาผู้แทนราษฎร และ ดร.วิชญ์พล โมทนียชาติ  ผู้จัดการแผนกวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท อมิตา เทคโนโลยี  (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงอุตสาหกรรมรถไฟฟ้าอีวีที่จะเปลี่ยนโลกยานยนต์แบบพลิกขั้ว เพราะเป็นสัญญาประชาคมในการลดมลพิษ ซึ่งประเทศไทยตั้งเป้าผลิตรถ ZEV (Zero Emission Vehicle) หรือ รถยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ให้ได้อย่างน้อย 30% ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมดในปี ค.ศ. 2030 หรือไม่เกิน 7 ปีนับจากนี้ นั่นหมายความว่านอกจากการปรับระบบโครงสร้างของอุตสาหกรรมยานยนต์แล้ว ในด้านระบบการศึกษาไทยยังต้องมีการปรับหลักสูตรพัฒนากำลังคนด้านนี้อย่างจริงจัง โดยจะต้องมีการวางหลักสูตรแบบดีมานด์-ซัพพลาย สำรวจความต้องการของห่วงโซ่อุตสาหกรรมทั้งระบบแล้วผลิตบุคลากรออกมาให้ตรงกับความต้องการ เพื่อไม่ให้เกิดการขาดแคลน และป้องกันการเรียนที่ไม่ตรงกับความต้องการของตลาด ยกตัวอย่างงานบริการติดตั้งจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าตามบ้าน ในอนาคตจะมีความต้องการอย่างมาก ซึ่งต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ในการติดตั้ง ดูแล รักษา ถือเป็นโอกาสใหม่ของนักศึกษาที่เรียนจบทางด้านนี้ หรือการปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ระบบสันดาปเป็นระบบไฟฟ้า ก็เป็นอุตสาหกรรมที่ยังมีความจำเป็น เพราะประเทศไทยมีรถยนต์สันดาปมากถึง 20 ล้านคัน   

ชี้ช่อง “เนื้อจากพืช-แมลงอบกรอบ” อาหารเทรนด์ใหม่เจาะตลาดเกาหลีใต้

Plant-based Meat
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโซล วิเคราะห์แนวโน้มสภาพอากาศโลกแปรปรวน ทำให้ผลผลิตทางเกษตรและปศุสัตว์ไม่สามารถออกผลผลิตได้ตรงตามฤดูกาลเหมือนแต่ก่อน บริษัทผู้ผลิตอาหาร รวมทั้งบริโภคเกาหลีใต้จึงเกิดความกังวลว่า อาจจะหาวัตถุดิบอาหารได้ยากขึ้น และอาจประสบปัญหาการขาดแคลนอาหารในอนาคต บริษัทผลิตสินค้าอาหารจึงเร่งประยุกต์ใช้ Food Tech เพื่อวิจัยและพัฒนาอาหารแห่งอนาคต ในเกาหลีใต้แนวโน้มความนิยม เนื้อสัตว์จากพืช (Plant-based Meat) ซึ่งผลิตมาจากวัตถุดิบที่สามารถเทียบเท่าเนื้อสัตว์ เช่น ถั่วหลากชนิด, โปรตีนจากพืช, เนื้อหมักจากจุลินทรีย์เนื้อสัตว์ และโปรตีนจากแมลงกินได้ เป็นต้น และอาหารที่ทำจากพืช เช่น ถั่ว และเห็ด เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เกิดการแข่งขันระหว่างบริษัทผู้ผลิตอาหารทั้งรายเล็กและรายใหญ่ในการพัฒนาและวางขายสินค้า plant-based ในรูปแบบหลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการให้กับผู้บริโภค จากเดิมที่อาจไม่เคยมองแมลงเป็นอาหาร กลับกลายเป็นแหล่งอาหาร ซึ่งอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ โดยเฉพาะโปรตีน และแคลเซียม ซึ่งเทียบเท่าได้กับคุณค่าโภชนาการของนมวัว และเนื้อสัตว์ ในส่วนของประเทศไทย มีผู้บริโภคที่นิยมรับประทานอาหารมังสวิรัติ หรืออาหารเจเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว ประกอบกับกระแสรักสุขภาพ ทำให้อุตสาหกรรมอาหาร Plant-based และ Superfood ในประเทศไทย เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีหลากหลายชนิด ทั้งในรูปแบบวัตถุดิบ อาหารกึ่งสำเร็จรูป และอาหารพร้อมทาน  นอกจากนั้น คนไทยบริโภคแมลงมาตั้งแต่ช้านาน และยังเป็นผู้ส่งออกแมลงรับประทานได้รายใหญ่ของโลก ปัจจุบันมีผู้ประกอบการขนาดเล็กและกลาง (SMEs) หลายบริษัทที่ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีต่อยอดธุรกิจแมลงรับประทานได้ ผลิตสินค้าจากแมลงได้หลายรูปแบบ เช่น ผงแมลง, ซอสปรุงอาหาร, ซอสพาสต้าสำเร็จรูป, เสปรดหนอนนกทาขนมปัง และแมลงอบกรอบ จึงเป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการไทยจะนำเสนอและเร่งส่งออกสินค้าประเภทดังกล่าวเพื่อตีตลาดเกาหลีให้มากขึ้น

นาซาพบ ‘คาร์บอน-น้ำ’ จากตัวอย่างดาวเคราะห์น้อยเบนนู กุญแจสืบค้นต้นกำเนิดสิ่งมีชีวิตบนโลก

(ภาพจากองค์การนาซา : ภาพจำลองการหยิบก้อนหินจากพื้นผิวดาวเคราะห์น้อยของยานอวกาศสหรัฐฯ) // www.xinhuathai.com
ลอนแอนเจลิส, 12 ต.ค. (ซินหัว) — ภาพตัวอย่างวัตถุจากดาวเคราะห์น้อยเบนนู (Bennu) บริเวณมุมขวากลางของเครื่องเก็บตัวอย่าง โอไซริส-เร็กซ์ (OSIRIS-Rex) // www.xinhuathai.com
เมื่อวันพุธ (11 ต.ค.) องค์การนาซาเผยว่าการศึกษาเบื้องต้นของตัวอย่างดาวเคราะห์น้อยเบนนู (Bennu) อายุ 4.5 พันล้านปี ซึ่งนาซาเก็บรวบรวมมาจากอวกาศและนำกลับสู่โลก เปิดเผยปริมาณคาร์บอนสูงและน้ำที่อยู่ในตัวอย่างดังกล่าว ซึ่งองค์ประกอบทั้งสองอย่างนี้อาจบ่งชี้ว่ารากฐานของสิ่งมีชีวิตบนโลกอาจพบได้ในหินเหล่านี้ อนึ่ง ยานอวกาศโอไซริส-เร็กซ์ (OSIRIS-Rex) ของนาซา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจเก็บตัวอย่างจากดาวเคราะห์น้อยครั้งแรกของสหรัฐฯ กลับถึงโลกพร้อมตัวอย่างจากดาวเคราะห์น้อยเบนนู (Bennu) เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ที่ผ่านมา
สำนักข่าวซินหัว ระบุ บิล เนลสัน ผู้บริหารของนาซา กล่าวว่าตัวอย่างจากภารกิจโอไซริส-เร็กซ์ เป็นตัวอย่างดาวเคราะห์น้อยซึ่งอุดมด้วยคาร์บอนขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยถูกส่งกลับมายังโลก และจะช่วยให้คณะนักวิทยาศาสตร์สืบค้นต้นกำเนิดของสิ่งมีชีวิตบนโลกเพื่อคนรุ่นต่อไป เนลสันทิ้งท้ายว่าเกือบทุกสิ่งอย่างที่พวกเขาทำที่นาซาเป็นการหาคำตอบของคำถามที่ว่าพวกเราเป็นใครและพวกเรามาจากไหน ซึ่งภารกิจของนาซาอย่างภารกิจโอไซริส-เร็กซ์ จะช่วยเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับดาวเคราะห์น้อยที่อาจเป็นภัยคุกคามโลก ทั้งยังช่วยเปิดเปลือยถึงบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า โดยตัวอย่างนี้ได้ถูกส่งกลับมายังโลกแล้ว ทว่ายังมีวิทยาศาสตร์อีกมากมายที่รอคอยการค้นพบ วิทยาศาสตร์ที่พวกเราไม่เคยพบเห็นมาก่อน