3 บริษัทเอกชนซาอุดีฯ สนใจลงทุนเกษตร-โรงกลั่น-เมกะโปรเจ็กต์ในไทย

วันนี้ (21 ตุลาคม 2566) เวลา 10.30 น. ณ กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ว่า จากการพบปะกับภาคเอกชน 3 บริษัท บริษัทแรกคือ SALIC เป็นบริษัทที่ครบวงจรด้านการเกษตรและปศุสัตว์ มีการลงทุนไปทั่วโลก เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร รู้สึกแปลกใจอย่างมาก ขนาดประเทศเขามีแต่ทะเลทราย แต่มีบริษัทใหญ่ระดับโลกในการค้าขายสินค้าเกษตรและปศุสัตว์ที่อเมริกาใต้ ยุโรป และในเอเชีย โดยวันนี้มีการพูดคุยกันหลายเรื่อง ทางด้านการเกษตร ด้านปศุสัตว์ เรื่องของวัว ซึ่งเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลนี้ว่าจะสามารถผลักดันไปด้วยกันหรือไม่ รวมถึงการทำถั่วเหลือง เป็นอีกเรื่องที่เขามั่นใจว่า ความต้องการของตลาดโลกมีความต้องการที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นสองเรื่องที่เราต้องการหารือ ถ้าเป็นไปได้จะให้รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำภาคเอกชนมาพูดคุยกับทางบริษัทกับ SALIC ซึ่งเขาก็ยินดีและตื่นเต้น ที่เราจะมีการทำอะไรร่วมกันในมิติใหม่ๆ และมิติใหญ่ๆ รวมถึงได้เจอกับกองทุนเพื่อการลงทุนสาธารณะ หรือ PIF ซึ่งเป็นกองทุนที่มีขนาดใหญ่มาก ลงทุนทั้งในซาอุฯ และต่างประเทศ เช่น สหรัฐฯ และจีน แต่ยังไม่มีการลงทุนที่เมืองไทย แต่ก็ต้องการลงทุนด้านเมกะโปรเจกต์ เพราะฉะนั้นไทยเองมีโครงการขนาดใหญ่เยอะ จึงจะมีการพูดคุยกันต่อ ทั้งนี้ทางบริษัทดังกล่าวยังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทปิโตรเคมีและน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมีการค้าขายกับเราเยอะอยู่แล้ว และพยายามหาโอกาสร่วมมือทำธุรกิจกับไทยในหลายๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการหาโรงกลั่น ซึ่งต้องการเงินลงทุนหลายแสนล้านบาท จึงมีการพูดคุยและตนจะส่งเจ้าหน้าที่มาประสานงานต่อ และรายสุดท้าย คือ บริษัท SABIC ซึ่งเป็นผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ของซาอุดีฯ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมีการลงทุนในไทยเยอะมากอยู่แล้ว และเรื่องของปุ๋ย ที่ส่งให้เราเป็นรายใหญ่ที่สุด เอกชนไทยที่ทำเกษตรกรรมก็ซื้อจากบริษัทนี้เยอะมาก รวมถึงหัวเชื้อปุ๋ย ที่เรามีอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก็จะมีการพูดคุยเพื่อหาความร่วมมือกันในทุกมิติ
“จำได้ไหมใครโทรมา?” มุกใหม่แก๊งคอลเซ็นเตอร์
เมื่อวันที่ 21 ต.ค.66 กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ตำรวจไซเบอร์) แจ้งว่า ตำรวจไซเบอร์เตือนภัย มุกใหม่..แก๊งคอลเซ็นเตอร์ “จำได้ไหมใครโทรมา?” โดยใช้วิธีลวงเหยื่อคือ ตีเนียนเป็นเพื่อนให้เหยื่อเดาว่าเป็นใคร มักถามด้วยคำถาม เช่น จำได้ไหมใครโทรมา? นี่จำเพื่อนไม่ได้หรอ? เพื่อให้เหยื่อคาดเดาจะได้เผลอพูดชื่อเพื่อนออกมา ถ้าเหยื่อเผลอพูดชื่อเพื่อนไปแล้ว มิจฉาชีพก็จะสวมรอยเป็นคนๆ นั้นทันที หรือมิจฉาชีพอาจใช้ AI ปลอมเสียง เลียนเสียงให้คล้ายกับคนที่คุณรู้จัก ชวนเหยื่อคุยจนสนิทใจ มิจฉาชีพจะชวนคุยเรื่องทั่วไปถามสารทุกข์สุขดิบตามประสาเพื่อนเก่า หลังชวนคุยจนเหยื่อตายใจ ก็จบด้วยการขอยืมเงิน มักจะอ้างว่าตนกำลังมีปัญหาเรื่องเงิน อาจจะเป็นปัญหาขัดสนทางการเงิน หรือเป็นปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องใช้เงินในทันทีทันใดแต่เงินไม่พอ วิธีป้องกัน คือ ถ้าเป็นเบอร์แปลกให้ เอ๊ะ!! ไว้ก่อน ตั้งสติค่อยๆสอบถามข้อมูลอย่าพึ่งปักใจเชื่อว่าเป็นเพื่อนของเรา ลองตรวจสอบช่องทางการติดต่อเดิมของเพื่อนในช่องทางอื่นๆ ถ้าต้องมีการโอนเงิน ให้เช็คว่าบัญชีรับเงินปลายทางนั้นชื่อตรงกับเพื่อนของเราหรือไม่
คลัง ผุดแผนพัฒนาทักษะทางการเงิน 2565-2570 รับสังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์

นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างประชากรที่กำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ และรูปแบบการใช้ชีวิตของคนในสังคมที่มีความเป็นบริโภคนิยมมากขึ้น ถือเป็นหนึ่งในความท้าทายหลักของประเทศไทย ซึ่งหากขาดการวางแผนที่ดีและการร่วมมือกันแก้ปัญหาจากหลากหลายภาคส่วน ความท้าทายนี้สามารถนำไปสู่ปัญหาทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว รวมถึงปัญหาด้านการเงินได้ รัฐบาล โดย กระทรวงการคลังจึงได้จัดทำ แผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาทักษะทางการเงิน พ.ศ. 2565-2570 เพื่อกำหนดกรอบนโยบายและกลไกการบูรณาการเพื่อพัฒนาทักษะทางการเงินของประเทศไทย โดยแผนปฏิบัติการฯ ดังกล่าว ครอบคลุมประชาชนไทยทุกช่วงวัย โดยได้ระบุกลุ่มเป้าหมายที่ควรได้รับการพัฒนาทักษะทางการเงินอย่างเร่งด่วน เนื่องจากความรุนแรงของสภาพปัญหา ได้แก่ กลุ่มผู้มีความเปราะบางทางการเงินสูง ประกอบด้วย ผู้ประสบปัญหาภาวะหนี้รุนแรงและปัญหาความยากจน กลุ่มผู้พิการ กลุ่มประชาชนระดับฐานราก กลุ่มเยาวชน กลุ่มผู้สูงวัย การผลักดันแผนการและนโยบายเหล่านี้ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ต้องอาศัยการบูรณาการการดำเนินงานของหลายภาคส่วน ทั้งระดับบริหาร ไปจนถึงระดับของการรวบรวมและพัฒนาข้อมูลเชิงพื้นที่ จึงจะทำให้เราแก้ปัญหาได้เฉพาะเจาะจง ตรงจุด ตามความเหมาะสมกับความต้องการของแต่ละจุดเริ่มต้นของปัญหาด้านการเงินที่เกิดขึ้นได้ในระดับบุคคลครัวเรือน อำเภอ และจังหวัดจุดเริ่มต้นของปัญหาด้านการเงิน ไม่ว่าจะเป็นในระดับบุคคล ครัวเรือน อำเภอ และจังหวัด
กรมอนามัย เผยประชาชนร้อยละ 35 เจอปัญหาระบบทางเดินหายใจจากการสัมผัสฝุ่น PM2.5
แพทย์หญิงอัจฉรา นิธิอภิญญาสกุล รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยถึงอากาศช่วงปลายฤดูฝนและจะเข้าฤดูหนาว มีแนวโน้มความกดอากาศที่สูงขึ้น อากาศไม่ถ่ายเท จะทำให้ฝุ่นละอองสะสมและเพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ จากรายงานการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศของศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ในวันที่ 20 ตุลาคม 2566 พบว่า ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลพบค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน ตรวจวัดได้ 24.6 – 55.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) สำหรับภาคอื่นๆ ภาพรวมยังไม่เกินค่ามาตรฐาน และจากการคาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 จะอยู่ในระดับสีส้มอีก 1-2 วัน เนื่องจากสภาพอากาศนิ่ง จากข้อมูลเฝ้าระวังการรับสัมผัสฝุ่น PM2.5 เชิงรุกผ่านทางเว็บไซต์ 4Health ในต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงฤดูฝุ่น ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 31 พฤษภาคม 2566 พบว่า ร้อยละ 77 ประชาชนมีอาการ ที่เกี่ยวข้องกับการรับสัมผัส PM2.5 โดยอาการที่พบมากสุด คือ ระบบทางเดินหายใจร้อยละ 35 รองลงมาระบบตาร้อยละ 32 รองลงมา คือ ระบบหู คอ จมูก ร้อยละ 19 ระบบผิวหนังร้อยละ 9 และระบบหัวใจและหลอดเลือด ร้อยละ 5 ตามลำดับ และยังพบว่า เดือนมกราคมและเมษายน 2566 ที่ประชาชนมีอาการจากการรับสัมผัส PM2.5 มากที่สุด
ญี่ปุ่นคาดความต้องการ ‘ข้าว‘ ลดต่ำเป็นประวัติการณ์
















