นายกฯประชุมเอเปค ชู “แลนด์บริดจ์” เชื่อม 2 ฝั่งทะเลหนุนการค้าพหุภาคี

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และคณะ เดินทางเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 30 (2023 APEC Economic Leaders’ Meeting) และกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 12 – 19 พฤศจิกายน 2566 ณ นครซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา โดยเอเปคเป็นเวทีพิเศษที่ไทยมีบทบาทเท่าเทียมและใกล้ชิดกับเขตเศรษฐกิจทั่วภูมิภาค โดยเฉพาะเขตเศรษฐกิจมหาอำนาจ เช่น สหรัฐฯ จีน และรัสเซีย และเป็นเวทีที่ไทย มีบทบาทโดดเด่นเป็นที่ยอมรับ โดยเฉพาะความสำเร็จจากการเป็นเจ้าภาพเอเปคเมื่อปี 2565 ของไทยภายใต้หัวข้อหลัก “Open. Connect. Balance.” ซึ่งประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดีถือเป็นการรวมตัวของผู้นำแบบพบหน้าครั้งแรกในรอบ 4 ปี และบรรลุผลลัพธ์สำคัญโดยฉันทามติท่ามกลางภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ท้าทาย โดยประเด็นที่ไทยผลักดัน อาทิ (1) การค้าการลงทุน ย้ำความมุ่งมั่นต่อระบบการค้าพหุภาคีที่มีองค์การการค้าโลกเป็นแกนกลาง (2) ความเชื่อมโยง ผ่านการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเป็นศูนย์กลางขนส่งในภูมิภาค เชื่อมโยงมหาสมุทรแปซิฟิกกับมหาสมุทรอินเดียผ่านโครงการ Landbridge (3) ความยั่งยืน ผลักดันการสานต่อเป้าหมายกรุงเทพฯ (4) เศรษฐกิจดิจิทัล และ (5) ความครอบคลุมและความเท่าเทียม
รัฐบาลเดินหน้าตั้ง “กรมอุตสาหกรรมฮาลาล” ยกระดับรองรับการท่องเที่ยวมุสลิม
นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายที่รัฐบาล โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ให้แนวทางไว้ว่า “อุตสาหกรรมฮาลาลมีมากกว่าเรื่องอาหาร แต่รวมถึงการผลิตหรือการบริการอื่นที่ไม่ขัดต่อบัญญัติของศาสนาอิสลาม ได้แก่ เครื่องสำอาง เครื่องใช้ประจำวัน เครื่องนุ่งห่ม สาธารณูปโภค เป็นต้น การผลักดันให้ไทยได้เป็นศูนย์กลางอาหารฮาลาลในภูมิภาค หรือ ฮาลาลฮับ (Halal Hub) และเป็นครัวโลกนั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ฮาลาลเป็นยิ่งกว่าอาหาร ฮาลาลคือความศรัทธาและวิถีชีวิต เราจะไปให้ไกลกว่าแค่เรื่องอาหาร” เป็นตลาดที่มีศักยภาพ ที่มีมูลค่ากว่า 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ เติบโตเฉลี่ยร้อยละ 13.5 ตามสัดส่วนประชากรมุสลิมโลกที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันประเทศไทยส่งออกสินค้าอาหารฮาลาลในปี 2566 เพียงครึ่งปีแรก (ม.ค.-ก.ค.) สามารถส่งออกมีมูลค่าถึง 136,503 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ยร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในก้าวแรกนี้ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม ได้เตรียมมาตรการและแผนงาน รวมทั้งแก้ไขกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลสำหรับรองรับการท่องเที่ยวและผลักดันการส่งออกไปยังตลาดที่มีศักยภาพ เช่น ตะวันออกกลาง อาเซียน และเอเชียใต้ เป็นต้น นอกจากนี้จะมีการผลักดันกรมก่อตั้งกรมอุตสาหกรรมฮาลาล ขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อยกระดับฮาลาลไทยสู่สากลอย่างเต็มที่
EA ได้รับการจัดอันดับหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ระดับ AA ตอกย้ำผู้นำนวัตกรรมพลังงานสะอาด

บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA ได้รับการจัดอันดับ “หุ้นยั่งยืน ระดับ AA” ประจำปี 2566 (SET ESG Ratings : AA) จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สะท้อนให้เห็นถึงนโยบายและการให้ความสำคัญในการดำเนินธุรกิจสู่ความยั่งยืน ด้านสิ่งแวดล้อม ความรับผิดชอบต่อสังคม การบริหารงานตามหลักบรรษัทภิบาล (Environmental, Social, Governance: ESG) การเปิดเผยกระบวนการดำเนินธุรกิจและมีแนวทางการการบริหารจัดการที่ชัดเจน เพื่อให้เห็นถึงความสามารถในการสร้างโอกาสทางธุรกิจ เกิดประโยชน์กับผู้ถือหุ้นและทุกภาคส่วนของสังคม ซึ่งในปีนี้ EA ได้รับการคัดเลือกต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 นับตั้งแต่ปี 2560 นายอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำนวัตกรรมด้านพลังงานสะอาด กล่าวว่า “EA มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้านนวัตกรรมพลังงานสะอาดควบคู่ไปกับการรับผิดชอบสังคมและสิ่งแวดล้อม ที่เป็น “Green Product” เพื่อประโยชน์ต่อสังคมที่ยั่งยืน ครอบคลุมในทุกมิติด้านพลังงานสะอาด ทั้งธุรกิจพลังงานทดแทน ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ธุรกิจผลิตแบตเตอรี่และยานยนต์ไฟฟ้า ยกระดับนวัตกรรมฝีมือคนไทยสู่ระดับนานาชาติ นอกจากนี้ EA มุ่งมั่นสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่ครบวงจร เดินหน้าพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมระบบขนส่งทั้งรถหัวลากไฟฟ้า รถบรรทุกไฟฟ้า ระบบขนส่งมวลชน ได้แก่โดยสารไฟฟ้า เรือโดยสารไฟฟ้า ยกระดับการเดินทางระบบขนส่งมวลชนสาธารณะของไทยที่มีความสะดวก ทันสมัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”
“ภาคใต้” ติด Top 10 Best in Travel 2024 ภูมิภาคน่าเที่ยวที่สุดในโลก
นิตยสารระดับโลก Lonely Planet ได้ทำการจัดทำการจัดอันดับสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในโลกสำหรับปีหน้า หรือ Best in Travel 2024 ซึ่งจากผลการจัดอันดับนี้ภาคใต้ของประเทศไทยติดอันดับ Top 10 ภูมิภาคที่น่าเที่ยวที่สุดในโลกปี 2024 (ข้อมูลจาก https://www.lonelyplanet.com/best-in-travel/regions) ซึ่งในปีนี้มีการขยายการจัดหมวดหมู่ออกเป็น 5 หมวดหมู่ ได้แก่ ประเทศ ภูมิภาค เมือง จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน และสถานที่ที่คุ้มค่าที่สุด ซึ่งในหมวดหมู่ภูมิภาค ภาคใต้ของไทยได้ติดอยู่ในภูมิภาคที่น่าเที่ยวที่สุดสำหรับปี 2024 โดย Lonely Planet ได้กล่าวถึงความโดดเด่นภาคใต้ของไทยไว้ว่า เป็นภูมิภาคที่มีการผสมผสานทั้งมัสยิดอันวิจิตรงดงาม ศาลเจ้าอันลึกลับซึ่งมีเสียงสวดมนต์อันไพเราะพร้อมเสียงระฆังของวัด มีชายหาดอันเงียบสงบยาวหลายไมล์ หมู่บ้านชาวประมงตามวิถีแบบดั้งเดิม อุทยานแห่งชาติที่สวยงามซึ่งปกคลุมไปด้วยผืนป่า รวมถึงเป็นภูมิภาคที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายศตวรรษ มีอาหารฮาลาลที่มีเอกลักษณ์และวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ผสมผสานระหว่างไทย มาเลย์ และอินโด-เปอร์เซีย
รัสเซียทุ่มเทความพยายามปูทางสู่การหยุดยิงในกาซา
















