เยือนถิ่น Moai เมืองสีลูกกวาด Valparaíso และ “ไวน์ชิลี”

Valparaíso ประเทศชิลีได้รับการจัดอันดับให้เป็นสถานที่น่าท่องเที่ยวที่สุดประจำปี 2018 จาก Lonely Planet

โดยเฉพาะ Valparaíso ซึ่งมีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานในฐานะ “บ้านของ Moai”
Valparaíso ภาษาสเปนแปลว่า “หุบเขาแห่งสรวงสวรรค์” ซึ่งก็งดงามสมชื่อจริงๆ เนื่องจาก Valparaíso ได้รับการยกย่องจากรัฐบาล และประชาชนทั้งมวลให้เป็น “เมืองหลวงทางวัฒนธรรมของชิลี”
เนื่องจาก Valparaíso มีทั้งทรัพยากรทางธรรมชาติที่งดงาม เป็นทั้งเมืองชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก และเมืองท่าที่สำคัญที่สุดของชิลีซึ่งนักเดินเรือยุคโบราณถือเอา Valparaíso เป็นจุดพักนักเดินทางระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิกกับมหาสมุทรแอตแลนติกผ่านทางช่องแคบมาเจลลัน
ที่สำคัญก็คือ Valparaíso เป็นเมืองที่มีรากวัฒนธรรมชนพื้นเมืองละตินอเมริกันที่เข้มแข็งไม่แพ้ชาวละตินประเทศชั้นนำอื่นๆ โดยเฉพาะการเป็นเจ้าของพื้นที่ตั้งของ Moai บนเกาะ Easter Island ที่ว่ากันว่า Moai อาจเป็นฝีมือของมนุษย์ต่างดาวด้วยซ้ำ แทนที่จะเป็นผลงานของชนพื้นเมืองละตินอเมริกัน
Easter Island เป็นเกาะที่มีชื่อเสียงเกาะหนึ่งของโลก ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก อยู่ห่างจาก Valparaíso ราวพันไมล์

ดังที่กล่าวไป Easter Island มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่วทุกมุมโลก ก็เนื่องมาจากเป็นสถานที่ตั้งของทุ่งรูปปั้นหิน Moai ซึ่งมีรูปร่างคล้ายใบหน้ามนุษย์ โดยเฉพาะบริเวณศีรษะที่มีขนาดใหญ่เด่นชัด
Easter Island มี Moai ที่แกะสลักจากหินทั้งก้อนมากถึงเกือบ 900 ตัว ข้อมูลส่วนใหญ่ระบุว่า Moai นั้นแกะสลักโดยชาวราปานุย แต่บ้างก็ว่าเป็นผลงานของมนุษย์ต่างดาว
เป็นที่ทราบกันดีในหมู่นักท่องเที่ยวมานานแล้วว่า นอกจาก Moai แล้ว Easter Island ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นชายหาดสุดแสนงดงามที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา หรือจะเป็นปล่องภูเขาไฟแฝด
อีกทั้งท้องทะเลของ Easter Island ก็เหมาะแก่การดำน้ำเพื่อลงดูปะการัง และการเล่นกระดานโต้คลื่นอีกด้วย
เมื่อเป็นเช่นนี้ Valparaíso จึงได้รับสมญานามจากนักท่องเที่ยวทั่วทุกมุมโลกว่าเป็น “อัญมณีแห่งแปซิฟิก” โดยเฉพาะในทางเศรษฐกิจซึ่งเป็นที่ตั้งของตลาดหุ้นที่เก่าแก่ที่สุดของละตินอเมริกา นอกจากนี้ Valparaíso ยังเป็นเมืองที่ให้กำเนิดห้องสมุดประชาชนแห่งแรกของชิลี และเป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์ภาษาสเปนที่เก่าแก่ที่สุดในโลก

เนื่องจากคนท้องถิ่นของชิลี รวมถึง Valparaíso ใช้ภาษาสเปนสำเนียงชิลี ซึ่งสำนวนจะแตกต่างจากภาษาที่ใช้ในสเปนหรือแม้กระทั่งประเทศละตินอเมริกาเพื่อนบ้านของชิลีพอสมควร อีกทั้ง ผู้คนส่วนใหญ่ไม่สามารถสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษได้ ดังนั้น แฟนพันธุ์แท้ SALIKA ถ้าจะไปเที่ยว Valparaíso ควรทำการบ้านเกี่ยวกับภาษาสเปนสำเนียงชิลีสักเล็กน้อย ติดตัวไปเพื่อประโยชน์ในการใช้ชีวิตประจำวันที่นั่น
นอกจากอารยธรรมที่กล่าวมาทั้งหมดแล้ว เหนือไปกว่านั้นก็คือ Valparaíso เป็นเมืองสีลูกกวาดที่มีชื่อเสียงจากการที่บ้านเรือนประชาชนต่างฉาบทาด้วยสีสันอันสดใส ผนวกด้วยวัฒนธรรมโบฮีเมียนอันลือเลื่อง และขนาบข้างกับถนนสายที่คดเคี้ยววกวนที่สุดในโลกท่ามกลางตรอกซอกซอยที่ปูลาดด้วยหินก้อนมหึมา

สิ่งที่โดดเด่นของ “ชิลี” อีกอย่างหนึ่ง ซึ่งคอไวน์ระดับเซียนทราบกันดีก็คือ ชื่อเสียงของ “ไวน์ชิลี”
ในแง่ภูมิศาสตร์ ชิลีมีภูมิประเทศแคบและยาว มีภูมิอากาศคล้ายคลึงกับ แถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเหมาะสมกับการเจริญเติบโตขององุ่นที่ชอบแสงแดดจัด และชอบอากาศชื้นๆ
ไวน์จากชิลี ได้รับการขนานนามว่า ไวน์โลกใหม่ ซึ่งหมายถึง ไวน์ที่ผลิตนอกยุโรป
จุดเริ่มต้นชื่อเสียงของ “ไวน์ชิลี” คือช่วงที่เพลี้ยองุ่นระบาดหนักในยุโรป ทำให้ต้นองุ่นล้มตายเป็นจำนวนมาก

แน่นอนว่า ชิลีไม่ใช่ยุโรป ชิลีรักษาองุ่นพันธุ์ยุโรปดั้งเดิมเอาไว้ได้ เพราะในอดีต มิชชันนารีชาวสเปนได้นำองุ่นพันธุ์ดีจากยุโรปใต้ (ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน) มาปลูกที่ชิลี เพื่อผลิตไวน์ใช้ในพิธีกรรมทางศาสนา
นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ ชิลีเป็นประเทศที่ส่งออกไวน์อันดับ 5 ของโลก
ปัจจุบัน “ไวน์ชิลี” ที่ครองใจเซียนไวน์มีหลายตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “เสนา” หรือ Seña นอกจากนี้ก็มี Almaviva Concha y Toro Errázuriz
สำหรับการเดินทางไปเยือน Valparaíso นั้น ใช้แค่ Passport ก็เพียงพอหากพำนักที่นั่นไม่เกิน 90 วันสามารถเข้าชิลีโดยไม่ต้องมี VISA แต่เพื่อกันเหนียวควรจะมีตั๋วเครื่องบินไป-กลับไปติดตัวไว้กับ Passport แสดงต่อเจ้าหน้าที่เพื่อป้องกันปัญหาที่ Airport
โดยเฉพาะหลังจากผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่เรียบร้อย ให้ผนวกเอกสาร ต.ม. ซึ่งได้รับจากเจ้าหน้าที่ร่วมกับ Passport และตั๋วเครื่องบิน ติดตัวไว้ตลอดเวลา โดยเฉพาะเอกสาร ต.ม. นั้น สามารถนำไปใช้ยกเว้นภาษีค่าโรงแรมได้ สำหรับโรงแรมระดับ 3 ดาวใน Valparaíso สนนราคาอยู่ที่ 15 เหรียญสหรัฐฯ ต่อคืน โดยค่าเงินเปโซชิลี 1 บาทไทยเท่ากับราว 20 เปโซ 1 ดอลลาร์อเมริกาเท่ากับประมาณ 600 เปโซ

แม้ Valparaíso จะมีสันสันชวนให้หลงใหลเพียงใด ทว่า Valparaíso นั้นไม่ต่างจากหัวเมืองละตินอเมริกาทั้งปวง ที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องอาชญากรรม ดังนั้นเมื่อเดินทางถึงชิลีแล้ว ไม่ว่าจะเตร็ดเตร่กันนานเท่าไรก็ตาม ขอให้ประสานกับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงซันติอาโก เอาไว้เสมอ เพื่อที่เจ้าหน้าที่สถานทูตจะได้ช่วยเหลือหากประสบเหตุฉุกเฉินนั่นเองครับ