ATTRIC ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติในอีอีซี มาตรฐานโลกแห่งแรกของอาเซียน ดันไทยฮับยานยนต์ยุคใหม่เต็มตัว


นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (Automotive and Tyre Testing, Research and Innovation Center – ATTRIC) จังหวัดฉะเชิงเทรา ว่า รัฐบาลมอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรมจัดตั้งศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) เป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ยานยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และยางล้อของไทย ไปสู่การเป็นซุปเปอร์คลัสเตอร์อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ และเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นเป้าหมายของการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต ที่รัฐบาลต้องการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมยานยนต์และยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญของโลก สามารถดึงดูดนักวิจัย และนักลงทุนจากทั่วโลกสู่ประเทศไทย ซึ่งโครงการนี้เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ แต่เมื่อมีการเปลี่ยนสมัยมาเป็นรัฐบาลนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ก็ยังคงมีการสานต่อ พัฒนา และต่อยอด นโยบายได้เป็นอย่างดี ตอกย้ำความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนยางรถยนต์ที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์ของอาเซียน ขณะนี้ศูนย์ทดสอบอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง และจะพร้อมเปิดให้บริการครบวงจรได้ในปี 2569 เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะเป็นศูนย์ทดสอบมาตรฐานโลกแห่งแรกในอาเซียน รองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการทดสอบด้านมาตรฐานยานยนต์อันดับ 1 ในอาเซียน และอันดับที่ 11 ของโลก สร้างรายได้เข้าประเทศไม่น้อยกว่าปีละ 1,000 ล้านบาท ทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
รฟท. ขยายเส้นทางรถไฟสายตะวันออกถึงสถานีจุกเสม็ด รองรับเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในอีอีซี
นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการ รฟท.ขานรับนโยบายกระทรวงคมนาคม ในการขับเคลื่อนการพัฒนาระบบขนส่งทางรางให้เป็นระบบขนส่งหลักของประเทศที่มีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยได้ขยายเส้นทางเดินรถสายตะวันออกให้บริการสถานีปลายทางเพิ่มอีก 2 แห่ง ได้แก่ สถานีอู่ตะเภา และสถานีจุกเสม็ด เชื่อมโยงการเดินทางให้กับประชาชน รองรับการขยายตัวทางการท่องเที่ยว และการเติบโตในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ทั้งนี้ ในการขยายเส้นทางสายตะวันออกจะเพิ่มสถานีปลายทาง จากเดิมสิ้นสุดที่สถานีบ้านพลูตาหลวง ไปยังสถานีอู่ตะเภาและสถานีจุกเสม็ด อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมีขบวนรถให้บริการทุกวัน วันละ 2 ขบวน และเพิ่มอีก 2 ขบวนเฉพาะวันเสาร์-วันอาทิตย์ การเปิดให้บริการสถานีอู่ตะเภา และสถานีจุกเสม็ด จะช่วยอำนวยความสะดวกและเพิ่มทางเลือกในการเดินทางให้กับประชาชน นักท่องเที่ยว สามารถเดินทางโดยรถไฟ เชื่อมต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ของจังหวัดชลบุรีที่ใกล้เคียงได้อย่างรวดเร็ว เช่น ท่าเรือเฟอร์รี่จุกเสม็ด ท่าเรือจุกเสม็ด อู่ราชนาวีมหิดล ชุมชนแสมสาร เรือหลวงจักรีนฤเบศร หาดนางรำ หาดนางรอง คาดจะมีผู้ใช้บริการไม่ต่ำกว่า 1,000 คนต่อวัน สนับสนุนการลงทุน และพัฒนาโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกในอนาคต
โลกฟีเวอร์กระแสอีวี 2023 ทะลุ 14 ล้านคัน ยอดขายในไทยพุ่ง 300%


นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยการติดตามสถานการณ์การใช้รถยนต์ไฟฟ้าของโลกที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น อ้างอิงจากการคาดการณ์ขององค์กรพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency: IEA) ว่าในปี 2023 ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าของโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น 14 ล้านคัน จากยอดขาย 10 ล้านคันในปี 2022 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 35 โดยจีนเป็นประเทศที่มียอดขายรถยนต์ไฟฟ้ามากที่สุดของโลกในปี 2022 จำนวน 5.9 ล้านคัน คิดเป็นร้อยละ 58 ของยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าโดยรวมของโลก ขณะที่ประเทศไทย ข้อมูลจากกรมขนส่งทางบก พบว่ายอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า (BEV: Battery Electric Vehicle) ตั้งแต่เดือนมกราคม-กันยายน 2023 อยู่ที่ 66,919 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 300 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยหลายประเทศทั่วโลกสนับสนุนให้มีการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากการจัดทำแผนและยุทธศาสตร์ที่สนับสนุนการผลิตและการใช้รถยนต์ไฟฟ้า อาทิ อินเดีย จัดทำแผนส่งเสริมอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าระดับชาติ เพื่อส่งเสริมการซื้อยานยนต์ไฟฟ้า เวียดนาม จัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนารถยนต์แห่งชาติ 2021-2050 เพื่อกระตุ้นการผลิตและเพิ่มปริมาณการใช้รถยนต์ไฟฟ้า จีน นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ ลดหย่อนภาษีให้แก่ผู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้า ออสเตรเลีย สนับสนุนการยกเลิกภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า สำหรับประเทศไทย ลดอากรนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าสำเร็จรูปไม่เกินร้อยละ 40 สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่ราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท และลดอัตราภาษีสรรพสามิตจากร้อยละ 8 เหลือร้อยละ 2 สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท โดยผู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าจะได้รับเงินอุดหนุนไม่เกิน100,000 บาท ตามประเภทของรถและขนาดของแบตเตอรี่ เพื่อบรรลุเป้าหมายผลิตรถ ZEV (Zero Emission Vehicle) หรือยานยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 30 ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมดในปี 2030
ไทยยกระดับความร่วมมือเจ้อเจียง 4 ด้าน เพิ่มโอกาสเจาะตลาดรายมณฑล
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังให้การต้อนรับและหารือทวิภาคีร่วมกับ นายอี้ เลี่ยนหง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน ประจำมณฑลเจ้อเจียง สำหรับการเยือนไทยครั้งแรก เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2566 ว่าการพบปะกันครั้งนี้ได้ให้ความสำคัญกับการเพิ่มพูนความร่วมมือทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะความร่วมมือระดับมณฑล เนื่องด้วยนักลงทุนจากเจ้อเจียงเป็นนักลงทุนอันดับต้นของจีนในไทย โดยเฉพาะใน EEC สาขา e-commerce/ โลจิสติกส์/ พลังงานใหม่ และขยายความร่วมมือผ่านนิคมอุตสาหกรรมไทย – จีน ที่จังหวัดระยอง เนื่องด้วยมณฑลเจ้อเจียงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาคุณภาพสูง มีเศรษฐกิจภาคเอกชนที่แข็งแกร่ง ทั้งเป็นฮับด้านดิจิทัล โดยเฉพาะเมืองหางโจว ตลอดจนบูรณาการเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซี (Yangtze River Delta: YRD) ซึ่งทั้งสองฝ่ายเตรียมพร้อมยกระดับความร่วมมือ 4 ด้านหลัก ได้แก่ 1) เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน 2) ดิจิทัล/ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และความร่วมมือทางวิชาการ 3) การพัฒนาที่ยั่งยืน รถยนต์พลังงานไฟฟ้า และ ส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียว และ 4) การส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์และการท่องเที่ยวระหว่างกัน ปัจจุบันมณฑลเจ้อเจียงมีมูลค่าทางเศรษฐกิจจำนวน 7.88 ล้านล้านหยวน โต 6.3% มีเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศจีน มูลค่าการค้าไทย-เจ้อเจียง มีจำนวน 15,900 ล้านเหรียญสหรัฐในปีที่ผ่านมา และมณฑลเจ้อเจียงมีมูลค่าการลงทุนในประเทศไทยกว่า 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ สินค้าส่งออกจากไทยไปมณฑลเจ้อเจียงที่สำคัญ ได้แก่ เศษทองแดง โพลิเมอร์ของเอทีลินในลักษณะขั้นปฐม ผลไม้สด ยางสังเคราะห์ วงจรรวมที่ใช้ในทางอิเล็กทรอนิกส์
ประชุม ‘เอเปค’ ปิดฉาก รับรอง ‘ปฏิญญาโกลเดนเกต’ สร้างอนาคตเพื่อทุกคน


















