TKK – ปตท.- depa แชร์มุมมองอนาคตอุตสาหกรรมไทย เจาะลึก เทรนด์เทคโนโลยีโลก (ตอนที่ 1)

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ในงาน METALEX 2023 ซึ่งเป็นงานเทคโนโลยีอุตสาหกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุด 2023 ในระดับภูมิภาค นอกจาก บริษัท ทีเคเค คอร์ปอเรชั่น จำกัด จะไปร่วมออกบูธในงานสุดยิ่งใหญ่นี้ โดยขนโซลูชั่น ที่ช่วยพัฒนา และเพิ่มประสิทธิภาพด้านการผลิตและจำลองเทคโนโลยีทางด้านอุตสาหกรรม ระบบขนส่งอัตโนมัติ และสินค้าอื่นๆ จากแบรนด์ดังอีก มากมายแล้ว

ทาง กัลยาณี คงสมจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีเคเค คอร์ปอเรชั่น จำกัด ยังได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง พร้อมเปิดโลกทัศน์ใหม่กับผู้บริหารระดับสูง จาก บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน), สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ depa และ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ เพื่อจุดประกายความคิดสู่อนาคตอุตสาหกรรมไทยกับการเสวนาเรื่อง “มอง เทรนด์เทคโนโลยีโลก มองอนาคตอุตสาหกรรมไทย” ซึ่งในเวทีเสวนานี้ เราได้รับฟังมุมมองที่เป็นประโยชน์ จากผู้มีประสบการณ์ในภาคอุตสาหกรรมตัวจริง รวมทั้งมุมมองจากภาครัฐในการส่งเสริมการเข้าถึงเทคโนโลยีให้กับภาคอุตสาหกรรมไทยด้วย

ดร.บุณณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน)

อัปเดต เทรนด์เทคโนโลยีโลก มาแรง ที่มาเปลี่ยนโฉมหน้าอุตสาหกรรมไทยในวันนี้

ประเด็นแรกที่ ดร.ธันยวัต สมใจทวีพร ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ผู้ดำเนินรายการบนเวทีเสวนา ได้ถามต่อผู้เข้าร่วมการเสวนาทั้ง 3 ท่าน คือ แนวโน้มของ เทรนด์เทคโนโลยีโลก มาแรง ที่มาเปลี่ยนโฉมหน้าอุตสาหกรรมไทยในวันนี้ คืออะไร ซึ่ง ดร.บุณณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) Speaker ท่านแรก ได้เริ่มให้มุมมองไว้อย่างน่าสนใจว่า
“แน่นอนว่าในยุคนี้ “ดิจิทัล” จะเป็นตัวนำความเปลี่ยนแปลงสู่ภาคอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น Internet of Things หรือ IoT หรือ การนำ AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์ มาใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรม โดย ดิจิทัล นั้นก็ใช้ได้ทั้งกับภาคอุตสาหกรรมภาคธุรกิจและบริการ”
“และนอกเหนือจาก “ดิจิทัล” ที่เป็นคีย์เวิร์ดสำคัญแล้ว เรายังจะเห็น “การใช้พลังงานสะอาด” เพราะในเวลานี้โลกต้องการเทคโนโลยีสีเขียวที่จะมาทำให้โลกเกิดการประหยัดพลังงาน หรือเป็น Smart energy และ Smart grid หรือเป็นในเรื่องของการเปลี่ยนไปพึ่งพาพลังงานทดแทน หรือ Renewable Energy อย่างพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม มากขึ้น นอกจากนั้น ในยุคนี้ เรายังจะได้เห็น เทคโนโลยีสุขภาพ ใหม่ๆ ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตคนเรามากขึ้น โดยเฉพาะ ไบโอเทคโนโลยี”
“ทุกอย่างที่กล่าวมานี้เป็นเทรนด์ที่เราจะได้เห็นในภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น และจะเกิดการประยุกต์ใช้ร่วมกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการนำไปปรับใช้ ขับเคลื่อนประเทศเราไปสู่ อุตสาหกรรม 4.0 มากขึ้น เพราะ ต่อจากนี้ไป เทคโนโลยีที่เราจะได้เห็นจะเป็นเทคโนโลยีแบบผสมผสาน ไม่ใช่เทคโนโลยีใดเทคโนโลยีหนึ่งเท่านั้น จะหลอมรวม ทั้งวิทยาศาสตร์ชีวภาพ กายภาพ และ วิศวกรรม เข้าด้วยกัน”
กัลยาณี คงสมจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีเคเค คอร์ปอเรชั่น จำกัด
ด้าน กัลยาณี คงสมจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีเคเค คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้ให้แง่มุมน่าสนใจในประเด้ฯเดียวกันนี้ต่อว่า
“สำหรับ TKK Corporation มาในปีนี้ก็เข้าปีที่ 19 ที่เราได้ก่อตั้งและเปิดมา ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาเราก็อยู่ในแวดวงออุตสาหกรรมไทยมาโดยตลอด จนมาในช่วง 10 ปี หลังที่เราเริ่มได้เห็นความเปลี่ยนแปลง ที่เป็นผลมาจากค่าแรงที่เพิ่มขึ้น โดย skill ของคนงานก็ปรับเปลี่ยนไปตามความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับแต่ละภาคอุตสาหกรรม”
“มาในวันนี้ เทคโนโลยีผสมผสาน มีบทบาทอย่างยิ่งในภาคอุตสาหกรรมไทย และ TKK Corporation เอง ก็ไม่ได้ทำแค่เทคโนโลยีใดเทคโนโลยีหนึ่ง โดยเราแบ่งเป็นฝั่ง Industrial Equipment นั่นคือ เราดูแลเป็นที่ปรึกษาให้ลูกค้าในเรื่องของการขายอะไหล่ Spare part ซึ่งนี่เป็นธุรกิจที่เริ่มทำตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทและทำมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีการยกระดับนำขึ้นไปบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เป็น Digital Transform Market มากขึ้น”
“ส่วนต่อมาที่ทำ คือฝั่งของ Digital Industrial Solutions จุดนี้ที่เราทำ เพราะเล็งเห็นว่าความต้องการของภาคอุตสาหกรรมนั้นมีมากขึ้น ทาง TKK Corporation จึงเป็นเหมือนที่ปรึกษาให้กับลูกค้าในภาคอุตสาหกรรม โดยเราจะมองภาพระยะยาว ทำหน้าที่ในการให้คำแนะนำแก่ลูกค้าหรือคู่ค้าของเรามากขึ้นในแง่ของการบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลต่างๆ เพื่อนำมาปรับใช้ขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยให้เปลี่ยนเป็น Digital Manufacturing มากขึ้น”

“ดังนั้น ในวันนี้ TKK Corporation มีแนวทางการทำธุรกิจที่ชัดเจน โดยจะยึดเอาความต้องการของลูกค้าเป็นโจทย์หลัก ไม่ได้เอา Products หรือสินค้า ผลิตภัณฑ์ ของทางบริษัทไปเสนอลูกค้าตรงๆ แต่เราจะให้ความสำคัญกับการมองว่าโซลูชั่นใดจะสามารถไปตอบโจทย์หรือช่วยลูกค้าได้มากกว่า”
“เพราะฉะนั้น ในยุคนี้มองว่าภาคอุตสาหกรรมควรให้ความสำคัญกับการปรับเอาระบบอัตโนมัติ หรือ Automation มาใช้ แต่ในการนำมาปรับใช้นั้น ก็ต้องดูในแต่ละธุรกิจหรือองค์กรด้วยว่ามีปัจจัยเรื่องต้นทุน เรื่องบุคลากร ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานนั้นมาอย่างไรบ้าง”
“ยกตัวอย่าง TKK Corporation เรามีบริษัทลูก คือ KSI Solution ที่เป็นบริษัท System Integrator อย่างเต็มตัว ซึ่งในวันนี้ KSI ก็ทำงานคนเดียวไม่ได้ เราจึงตัดสินใจร่วมมือกับ บริษัท PTT RAISE เป็นบริษัทลูกในเครือ ปตท. โดย RAISE ย่อมาจาก Robotics & AI Service Enabler ที่ตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนให้ภาคอุตสาหกรรม มีการประยุกต์ใช้หุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ เพื่อตอบรับกับ New S-Curve ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ ทางอุตสาหกรรม ในอนาคตของประเทศไทย”
“ทั้งนี้ แน่นอนว่า ปตท. มองเห็นภาพใหญ่ของอุตสาหกรรมไทย และต้องการคู่ค้าหรือพันธมิตรที่จะมาร่วมขับเคลื่อนงานตรงนี้ ซึ่งในวันนี้ บริษัท KSI Solution ก็ไปร่วมทำในเรื่องของ System Integrate นำ ระบบ แพลตฟอร์ม และฮาร์ดแวร์มาเชื่อมกัน ซึ่งที่ผ่านมาก็เกิดโปรเจกต์อย่างต่อเนื่อง จนต่อยอดเป็นโปรเจกต์นำร่อง เป็นต้นแบบ ที่ส่งต่อให้กับ SMEs ของไทยได้ต่อไป”

“และที่เราให้ความสำคัญกับการตอบสนอง SMEs ก็เพราะถ้าคิดถึงบริษัทใหญ่ ในตอนนี้บริษัทเหล่านั้นย่อมมีทุน มีกำลังการซื้อที่มากพอจะเข้าถึงเทคโนโลยีแล้ว ส่วนบุคลากรหรือคนทำงานก็มี Knowhow ในระดับหนึ่งแล้ว แต่สิ่งที่เราเป็นห่วงและไม่อยากทิ้งใครไว้ข้างหลัง คือ การที่เราอยากให้ SMEs ของไทยมีต้นทุนที่ถูกลง มีความสามารถในการแข่งขันที่มากขึ้น”
“ดังนั้น ในวันนี้ นอกจาก ระบบออโตเมชั่นแล้ว ในส่วนของหุ่นยนต์หรือระบบโรโบติก ก็จะเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่จะขับเคลื่อนและพัฒนาอุตสาหกรรมไทยในยุคนี้อย่างแน่นอน จากที่เคยใช้แรงงานคนในการแพคกิ้ง หรือบรรจุสินค้า เราต้องคิดใหม่ทำใหม่ เพื่อทำให้แรงงานคนของเราได้อัปสกิลขึ้น ช่วยแบ่งเบาภาระเขาได้มากขึ้น ส่วนนี้ก็ต้องใช้หุ่นยนต์เข้ามาช่วย โดยยกระดับสกิลของคนทำงานให้มาควบคุมหุ่นยนต์เหล่านี้นั่นเอง”
“ต่อมาก็เป็นเทคโนโลยี AI ที่ในวันนี้ต้องยอมรับความสามารถของ AI ที่มามีบทบาทอย่างมากในระบบควบคุมคุณภาพ (Quality Control) เพื่อลดของเสีย หรือ Deflect ในภาคการผลิต ซึ่งในวันนี้ก็มีต้นทุนที่จะเข้าถึงเทคโนโลยีนี้ได้ถูกต้องโดยนำมา Plug-in ร่วมกับโรบอต หรือ PLC โดยใส่กล้องเข้าไป ซึ่งมีราคาหลักหมื่นก็ใช้ได้แล้ว และก็จะได้แขนกล สมองกล ที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
“และอีกเทคโนโลยีหนึ่ง ที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมากในภาคอุตสาหกรรมสมัยใหม่ทุกวันนี้ คือ IoT โจทย์สำคัญคือจะทำอย่างให้มีการควบรวมศูนย์และทำให้การทำงานนั้นง่ายขึ้น ส่วนอีกเทคโนโลยีหนึ่งที่มองว่าในตอนนี้บริษัทใหญ่ได้พัฒนาไปถึงแล้ว คือ Machine Learning ซึ่งเป็นการควบคุมและใช้เครื่องจักรให้ทำงานได้อย่างคุ้มค่าที่สุด และเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ก็ต้องใช้ Data Analytic แล้วจึงปรับเอาอุปกรณ์ต่างๆมาปรับใช้อย่างเหมาะสม”
ฉัตรชัย คุณปิติลักษณ์ รองผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล depa
มาถึง ฉัตรชัย คุณปิติลักษณ์ รองผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล depa ได้อัปเดตข้อมูลในฐานะหน่วยงานภาครัฐที่มีภารกิจหลักในการส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมไทยเข้าถึงเทคโนโลยีและพัฒนาไปในแนวทาง Industry 4.0 ว่า
“ต้องยอมรับว่าในปัจจุบัน เทคโนโลยีต่างๆ ได้รับการนำมาควบรวมกันหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็น AI, Robotic, IoT, Automation ซึ่งถ้าเป็นโจทย์ระดับประเทศ ตอนนี้เราก็มีโจทย์ที่ท้าทายในหลายเรื่อง ยกตัวอย่าง ในเรื่องแรงงาน เราได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว และเราก็กำลังขยับเข้าสู่ Super Aging Society หรือสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ภายในปี 2030 ต่อมาประเทศไทยยังมีความท้าทายในส่วนของการเพิ่ม Productivity เพื่อทำให้ กระบวนการผลิตของเราในทุกภาคอุตสาหกรรมมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้น โดยทิศทางแล้ว การจะทำให้ภาคอุตสาหกรรมปรับเปลี่ยนและมี Productivity สูงขึ้น”
“รวมถึงการสนับสนุนให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆขึ้นได้ การปรับเอาเทคโนโลยีต่างๆมาปรับใช้ก็เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ที่ผ่านมา depa จึงทำงานร่วมกับองค์กร หน่วยงานต่างๆ เพื่อพัฒนาทั้ง AI หรือ Machine Learning ขึ้นมา เพื่อสร้างโมเดลลธุรกิจที่ทำให้ภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรมไทย สามารถเข้าถึงได้ ทำอย่างไรให้ Service Provider หรือผู้ให้บริการที่เป็นคนไทยเองสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีต่างๆได้ ด้วยราคาที่ถูกลง ซึ่งนี่เป็นทิศทางสำคัญที่ depa ตั้งใจทำให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและสอดคล้องกับเทรนด์เทคโนโลยีที่เกิดขึ้น”

“ดังนั้น ในอนาคต AI มาแน่นอน และเรื่องของ Industry Cloud Platform โดยตอนนี้ทางภาคอุตสาหกรรมอาจใช้บริการแพลตฟอร์มนี้จากหลายๆแบรนด์ ซึ่งในอตนนี้ทางรัฐบาลก็ประกาศแล้วว่าจะมีบริษัทผู้ให้บริการ Industry Cloud Platform เข้ามาลงทุนในไทย เช่น Google AWS หัวเว่ย ไมโครซอฟต์ ชื่อเหล่านี้ ต่างมีแผนการเข้ามาลงทุนระบบนี้ในไทย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบริษัทระดับโลกเหล่านี้เห็น Potential ในตลาดภาคการผลิต อุตสาหกรรมต่างๆในไทย ที่สามารถต่อยอดธุรกิจไปได้ และอีกหน่อย ธุรกิจ Data center ก็จะให้บริการแบบขยายระดับมากขึ้น”
“ด้วยเหตุนี้ ในฐานะผู้ใช้งาน จึงจำเป็นต้องเรียนรู้มากขึ้น และคิด วางแผน ว่าเราจะเข้าถึงเทคโนโลยีเหล่านี้ได้อย่างไร ส่วนทาง Service Provider หรือผู้ให้บริการเองก็ต้องเริ่มบูรณาการโซลูชั่นเหล่านี้เข้ามาใช้ ซึ่งจะสามารถทำให้เกิดการให้บริการได้ดีขึ้น ส่วนในเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ทางภาครัฐก็ต้องไปร่วมลงทุนเพื่อให้เทคโนโลยีเหล่านี้มีราคาถูกลงให้คนไทยสามารถเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะเป็น AI หรือ Machine Learning ก็ตาม และยังต้องมีการจัดทำ layer หรือระดับชั้นของ Data ในแต่ละอุตสาหกรรมที่เป็น 4.0 เข้ามา เพื่อสร้างโมเดล Machine Learning เพื่อนำมาให้บริการกับแต่ละภาคส่วนได้อย่างเท่าเทียม”
“เพราะฉะนั้นถ้าจะให้มองในภาพรวม จะพบว่าประเทศไทยยังเป็นตลาดที่มีการขยายตัวในเทคโนโลยีเหล่านี้และยังมีการลงทุนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเทรนด์นี้เป็นสิ่งที่บริษัทผู้ให้บริการ Industry platform ต่างๆ เห็น และเป็นแรงจูงใจสำคัญให้ตัดสินใจเข้ามาลงทุนในไทยนั่นเอง”

การรับมือ ดิสรัปเทคโนโลยี ด้วยโซลูชั่นทรงประสิทธิภาพ ปูทางอุตสาหกรรมไทยสู่ยุค 4.0

ต่อมา เป็นการให้มุมมองในสู่ประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการปรับเอาเทคโนโลยีแห่งยุคมาใช้ในฐานะโซลูชั่นที่ช่วยวางแนวทางให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถปรับเปลี่ยนระบบการผลิตไปสู่ยุค 4.0 ได้อย่างเหมาะสม โดย ดร.บุณณิน ได้เริ่มให้มุมมองว่า
“จากที่กล่าวมาว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้ภาคอุตสาหกรรมไทยต้องเปลี่ยนแปลง นั่นคือ การที่ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้แรงงานลดลง เราจึงต้องพึ่งพา AI ระบบ Automation หรือ Robotic มากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้โจทย์ที่เกิดขึ้น คือ เราต้องผลิตสินค้า เป็น mass มากขึ้น ขณะที่ต้องมีคุณภาพสูงขึ้น นี่ทำให้เราทุกคน ทุกภาคส่วนต้องให้ความสำคัญกับการปรับตัวครั้งใหญ่นี้”
“ขณะเดียวกัน เราก็กำลังเข้าสู่ซัพพลายเชนที่เปลี่ยนไปเช่น ในตอนนี้เห็นได้ว่า เบอร์ 1 เบอร์ 2 ของโลก ก็ไม่ใช่ซัพพลายเชนเดียวกันแล้ว ดังนั้น สถานการณ์นี้ทำให้เราต้องมีความยืดหยุ่นเพียงพอ ซึ่งในยุคนี้ อาจพึ่งพาการตัดสินใจของคนอย่างเดียวไม่ได้ นี่เป็นสาเหตุให้เราต้องปรับเอาระบบ AI หรือเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วยมนุษย์ในการตัดสินใจ หรือที่เกิดเทรนด์ AI as a Co-Pilot ขึ้น”
“นอกจากนั้น ต้องยอมรับ ว่าเราอยู่ในยุคที่ภาวะโลกร้อนที่ยกระดับเป็นภาวะโลกเดือด ดังนั้น การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์โดยไม่ได้มีการนึดถึงสภาพแวดล้อม อาจเป็นสาเหตุทำให้เราต้องไปเสียภาษีหรือค่าปรับตามกติกาโลกที่เกิดขึ้น ฉะนั้น การบริหารจัดการโรงงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม จึงเป็นเรื่องสำคัญ”
“ดังนั้น ทุกปัจจัยที่กล่าวมา เมื่อรวมกับประเด็นในเรื่องอัตราดอกเบี้ยและเงินเฟ้อ ซึ่งในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา เราอาจจะยังผลิตโดยมี Margin ไม่มากได้ แต่ในวันนี้ ถ้า Margin ต่ำกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความว่า เราจะไม่สามารถแข่งกับอัตราดอกเบี้ยได้ นี่เป็นบทเรียนที่ตกผลึกจากการที่เราปรับตัว”

การลงทุนใน Industry 4.0

“อย่าง ปตท. มีการจัดตั้ง บริษัท PTT RAISE ขึ้น เพื่อมาทำเรื่อง Industry 4.0 ก็เพราะคิดว่า การที่ประเทศไทยจะก้าวไปสู่ไอเทคโนโลยีเลยนั้น เรามีช่องว่าง หรือ gap ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำ คือ การอัปเกรดโรงงานที่มีอยู่เดิมให้มีความพร้อม และเตรียมเข้าสู่อุตสาหกรรมใหม่ ขณะเดียวกัน เราก็ต้องสร้างอุตสาหกรรมใหม่ ซึ่งอาจเป็นอุตสาหกรรมที่ประเทศไทยไม่เคยมี นั่นคือการสร้างระบบนิเวศไว้ก่อนเพื่อที่จะทำให้บริษัทเอกชนที่มีความพร้อมนี้เข้าไปอยู่ในซัพพลายเชนให้ได้ ยกตัวอย่าง อุตสาหกรรม EV หรือยานยนต์ฟ้า ก็เป็นอุตสาหกรรมที่ประเทศไทยไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งจะทำให้ไทยต่อยอดสู่อุตสาหกรรมสมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์ Advanced Material หรืออุตสาหกรรมผลิตแบตเตอรี่สำหรับ EV ได้”
“ในส่วนนี้จึงมองว่า สิ่งที่ภาคอุตสาหกรรมไทยต้องทำ คือ หนึ่ง ของเดิมที่มีก็ต้องทำให้ดีและมีประสิทธิภาพมากขึ้น สอง ต้องเริ่มหาของใหม่ ซึ่งยังไม่เคยมี และเป็นสินค้าเทคโนโลยีถึงจะมาผลักดันให้ไทยเป็นประเทศที่พ้นกับดักรายได้ปานกลาง”
ต่อมา คุณกัลยาณี ได้ให้มุมมองในประเด็นเดียวกัน ในฐานะบริษัทผู้ให้บริการ ดิจิทัล โซลูชั่น ให้กับภาคอุตสาหกรรมแบบครบวงจรว่า
“การทำให้ธุรกิจที่มีอยู่เติบโตต่อเนื่อง และเติบโตในแบบที่มี Digitalization และเป็น Globalization มากขึ้น นี่นับเป็นโจทย์สำคัญที่ตอนนี้ประเทศไทยต้องรีบเร่งปรับตัว นอกจากนั้น ต้องยอมรับว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าสินค้าจากประเทศค่อนข้างสูง เพราะอย่าง TKK เอง เราก็เริ่มต้นจากการเป็นผู้นำเข้าอะไหล่ spare part และเริ่มจากการขายแบรนด์ดังๆทั้งหลาย แต่ที่ผ่านมา เราก็ตระหนักว่า ถ้าเราทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ สิ่งที่เราจะได้รับก็คือ Margin หรือส่วนแบ่งการตลาดที่บางลง ไม่ว่าบริษัทนั้นจะเป็น Trader หรือ Manufacturer”

“ดังนั้น ทางออกของสถานการณ์นี้คือเราก็ต้องหาสิ่งใหม่ๆ มาเสริม อย่าง TKK เรามีคอนเนคชั่นที่ดีกับแบรนด์ชั้นนำระดับโลก 50-60 แบรนด์ทั่วโลก เราจึงนำแบรนด์เรานี้มา Integrate กัน ตัวอย่างหนึ่งที่ทำให้เห็นภาพนี้ได้อย่างดี คือ ช่วงที่เกิดวิกฤตโควิด KSI ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ TKK ก็ผลิตหุ่นยนต์ขึ้นมาเพื่อไปบริจาคที่โรงพยาบาล โดยในตอนนั้นเรามาเช็ค ก็เจอว่า หุ่นยนต์ตัวหนึ่ง ที่เป็นหุ่นยนต์ขนส่งยา มีราคาถึง 8 แสนบาท ซึ่งเราใช้อุปกรณ์ทั้งหมดที่นำเข้ามาเป็น Industrial grade ทั้งหมด จนกระทั่งเมื่อวิกฤตโควิดคลี่คลาย เราจึงมาคิดว่า ถ้าจะทำหุ่นยนต์ในลักษณะเดียวกันนี้ออกขาย ราคา 8 แสนบาทนั้น จะสูงเกินไป”
“ด้วยเหตุนี้ ทำให้เราคิด Lucki bot ซึ่งเราตั้งใจให้หุ่นยนต์นี้แพร่หลายไปใช้ได้ทั้งในโรงงานอุตสาหกรรม ภาคบริการ ร้านอาหาร โรงแรม อย่างในเรื่องของ Medical ในตอนนี้ หุ่นยนต์ตัวนี้ได้เข้าไปช่วยงานบุคลากรทางการแพทย์ ที่เป็นทั้ง แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาล ซึ่งพวกเขาต้องทำงานที่เป็นการ Logistic ค่อนข้างมากถึง 50 เปอร์เซ็นต์ อย่าง งานเดินรับส่ง ยา เอกสาร อุปกรณ์ เครื่องมือทางการแพทย์ ตรงนี้เราให้หุ่นยนต์ช่วยได้”
“ต้องบอกว่าตอนนี้ Automation is Everywhere โดย Automation จะไม่ใช้เทคโนโลยีที่เราเจอแค่ในโรงงานอุตสาหกรรมใหญ่ๆเท่านั้น แต่ในยุคนี้ ออโตเมชั่น จะเข้ามามีบทบาทในการ Lean องค์กร ด้วย และการนำหุ่นยนต์มาใช้ก็จะไม่ใช่แค่การช่วยแบ่งเบาภาระคนทำงานเท่านั้น แต่จะมาเป็นปัจจัยกระตุ้นให้คนไทยปรับตัวรับกับเทคโนโลยีได้เร็วขึ้น เพราะเชื่อมั่นว่าคนไทยมีจุดเด่นที่ปรับตัวได้เร็วและเก่ง โดยเฉพาะเก่งในการที่จะนำเทคโนโลยีเข้ามาผสมผสานให้เร็วที่สุด และทำตลาดได้ตรงเป้า”
“นอกจากนั้น ยังมีในเรื่องของการ Decarbonization ตรงนี้มองว่าเราต้องพยายามหาเทคโนโลยีที่จะมาเป็น End user และตอบโจทย์ผู้ใช้ได้ ซึ่งตรงนี้มองว่า ถ้าเราทำไว ทำเร็ว ก็เท่ากับว่าเราได้ทดลองและเข้าถึงผู้บริโภค ซึ่งต้นทุนตรงนี้จะถูกลงเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งจึงเป็นการทำการตลาดในแบบที่มีผู้ทดลองให้เราได้ใช้”
“อีกหนึ่งส่วนที่สำคัญ และสามารถใช้เทคโนโลยีมาปรับใช้ เพื่อสร้างประสิทธิภาพได้มากขึ้น คือ ในเรื่องโลจิสติกส์ ที่ถ้าทำได้ก็ย่อมาตอบโจทย์การขาดแคลนแรงงาน การเกิดของประชากรที่น้อยลง หรือแม้แต่สังคมผู้สูงอายุที่จะเข้ามาได้ โดยเราต้องทำให้ประชากรของเรามีคุณภาพ มีทักษะความรู้ที่จำเป็นสอดคล้องกับเทคโนโลยีที่ปรับเปลี่ยนไป อย่าง ความรู้เรื่องออโตเมชั่น AI IoT เป็นต้น”
ส่วนทาง depa ก็ได้วางแนวทางเพื่อสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาบุคลากรที่มีทักษะด้านเทคโนโลยีที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรมยุคใหม่ว่า
“เชื่อว่าในตอนนี้จากเทคโนโลยี AI ที่ตอนนี้พัฒนาไปเป็น ChatGPT ก็ทำให้เราเห็นศักยภาพของเทคโนโลยี ว่าทำอะไรได้บ้าง อย่างในตอนนี้ประเทศไทยก็ถือว่าต้องทำงานแข่งกันเวลา โดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการส่งเสริมเทคโนโลยี “อย่างในเรื่องของคน ที่เราต้องทำการ Reskill Upskill รวมถึงการพัฒนาบุคลากรที่มาตอบโจทย์ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน อย่างตอนนี้สจากการสำรวจล่าสุดของ depa เราพบว่า บุคลากรที่ทำงานเกี่ยวข้องกับ AI เราขาดอยู่ 80,000 คน ซึ่งนอกจากเราต้องวางแผนการผลิตคนแล้ว ในตอนนี้เราต้องวางแผนเรื่องการนำเข้าบุคลากรผู้เชี่ยวชาญจากต่างชาติมาเติมเต็มปัญหานี้ด้วย เราจึงทำเรื่องการออกวีซ่าตัวใหม่ Global Digital Talent Visa ซึ่งจะทำให้คนเหล่านี้เข้ามาอยู่ในประเทศไทยอย่างถูกกฎหมาย เพื่อมามีส่วนในการร่วมพัฒนาภาคอุตสาหกรรมไทยของเรา”

“จากนั้น เราก็ต้องสร้างแพลตฟอร์ม เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ ซึ่งตอนนี้เราก็มีแพลตฟอร์มที่มาส่งเสริมการเรียนรู้ได้พอสมควรแล้ว อย่างการเรียนในหลักสูตรที่ได้รับการรับรองจากทาง depa ที่ก็มีพอสมควรแล้วในตอนนี้ และเรายับจะทำในเรื่องของ Skill Bank และ Skill credit มากขึ้นด้วย โดยตรงนี้จะตอบโจทย์คนที่ต้องการ Reskill Upskill ได้อย่างตรงจุด ดังนั้น ในระยะยาวเราจึงต้องสร้างคน และพัฒนาให้คนไทยเป็นคนที่เรียนรู้ตลอดเวลา”
“และในส่วนของการลงทุนด้านเทคโนโลยี ดังที่เกริ่นกันว่า ประเทศไทยยังต้องนำเข้าเทคโนโลยีมาใช้ ดังนั้นเราก็จะวางแผนสนับสนุนให้มีการคิดค้นเทคโนโลยีมาใช้เองมากขึ้น เพื่อทำให้การพัฒนาเทคโนโลยี อย่าง AI IoT เข้ามาอยู่ในประเทศไทยมากขึ้น”

มุมมองความรู้ดีๆในหัวข้อ “มอง เทรนด์เทคโนโลยีโลก มองอนาคตอุตสาหกรรมไทย” ยังไม่จบ ยังมีข้อมูลและความรู้ดีๆจาก Speaker ที่จะมาแชร์ให้ฟังในตอนที่ 2 กันต่อ


อ่านบทความวิเคราะห์เกี่ยวกับการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย

ภาคอุตสาหกรรมได้เฮ มาตรการ EEC VISA คลอดแล้ว จูงใจจ้างงาน ดึงดูดการลงทุน อยู่ได้สูงสุด 10 ปี ต่างชาติเสียภาษีเงินได้เรตเดียว 17%

นายกรัฐมนตรีเศรษฐา เดินหน้าเจรจาสร้างความมั่นใจ ดึง 8 บริษัทบิ๊กเนมชั้นนำจาก สหรัฐฯ มาลงทุนในไทย ระหว่างประชุม APEC ครั้งล่าสุด

อัปเดต ร่างกฎหมายแลนด์บริดจ์ เดินหน้าอภิมหาโปรเจ็กต์ ที่พร้อมเชื่อมโลกให้ไทยแล่นตามรอยความสำเร็จของ EEC

Previous articleรู้ทัน ภาวะซึมเศร้าซ่อนเร้น ความเจ็บป่วยทางใจที่ไม่แสดงอาการชัด พร้อมอัปเดตวิธีป้องกันก่อนสายไป ด้วยแอป DMIND
Next articleสาลิกาคาบข่าว Vol.330
mm
เริ่มต้นขีดเขียนในฐานะ สื่อมวลชน กับงานผู้สื่อข่าวประจำกองประชาสัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ในปี 2546 ก่อนไปหาประสบการณ์ชีวิตที่เมลเบิร์น ออสเตรเลียมา 1 ปี และกลับมายึดอาชีพ “นักเขียน” จริงจัง กับการเป็น กองบรรณาธิการนิตยสารชีวจิต 3 ปี หลังจากนั้นคิดว่าน่าจะเปลี่ยนสายไปทำงานในบริษัท PR agancy ได้ 6 เดือน เมื่อรู้ว่าไม่ถูกจริต เลยออกมาเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ประจำกองบรรณาธิการนิตยสารฟีลกู้ดอย่าง Happy+ อยู่ 1 ปี สัมภาษณ์ทั้งดาราและคนบันดาลใจ ก่อนเข้าสู่ระบบงานประจำอีกครั้งกับนิตยสาร MBA กับการเป็นนักเขียนที่รับผิดชอบในเซคชั่นหลักสูตร MBA ของสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ สั่งสมประสบการณ์อยู่ 3 ปี ก็ได้เวลา Upskill สู่งาน Online content writer ที่ใช้ความชอบและความหลงใหลในการถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ ความรู้ใหม่ๆ ในยุค Education 4.0 อุตสาหกรรมทางการแพทย์ ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์