Thursday, August 27, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.20

“อิเล็กทรอนิกส์ต้นน้ำ” 1 ใน 3 S Curve พลิกไทยก้าวสู่อุตสาหกรรม 5.0

นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลตั้งเป้าส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ต้นน้ำ ซึ่งตามวิสัยทัศน์ของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ต้นน้ำถือเป็น 1 ใน 3 อุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีในประเทศ ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าจะช่วยยกระดับประเทศไทยสู่อุตสาหกรรม 5.0 และระบบเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดย 3 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ประกอบไปด้วย อุตสาหกรรมดิจิทัล อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) รัฐบาลได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชนดำเนินการตามนโยบายดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ต้นน้ำ เพื่อดึงดูดการลงทุนและเร่งยกระดับอุตสาหกรรมประเภทนี้ รวมถึงอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง
ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สนับสนุนอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทย มุ่งหวังให้เป็น “ฐานการผลิตแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำในตลาดโลก” โดยคาดการณ์ว่าภายในปี 2568 อุตสาหกรรมแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ จะมีมูลค่าสูงถึง 8 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2.7 แสนล้านบาท โดยการขอรับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการผลิตแผ่นวงจรพิมพ์ (PCB และ PCBA) ในช่วงปี 2561 – พฤศจิกายน 2566 มีจำนวนทั้งสิ้น 106 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 150,557 ล้านบาท มีนักลงทุนรายใหญ่ของโลกเลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตแผ่นวงจรพิมพ์ทั้ง PCB (Printed Circuit Board) และ PCBA (Printed Circuit Board Assembly) ทำให้ไทยกลายเป็นฐานการผลิตอันดับ 1 ของอาเซียน และเป็นอันดับ 2 ของภูมิภาครองจากจีน

มนุษย์ไม่ตกงานเพราะ AI แต่คนที่รู้จักใช้ประโยชน์จาก AI ต่างหากที่จะมาชิงตำแหน่งงานของเราไป

ข้อมูลของดีลอยท์ ประเทศไทย ระบุว่า การเกิดขึ้นและการพัฒนาอย่างรวดเร็วของ Generative AI ได้ปลดล็อกให้มีการใช้ประโยชน์จากแอพลิเคชันในตลาดใหม่ๆ มากมายและส่งผลให้ผลิตภาพสูงขึ้นอย่างรวดเร็วอีกด้วยในปีที่ผ่านมา AI จะเปลี่ยนรูปแบบการทำงานในอนาคตไปหลากหลายรูปแบบ เริ่มตั้งแต่แรงงานคน จากเดิมที่ไอคิว (IQ) เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จในการทำงานเมื่อปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาททำงานแทนมนุษย์ได้ ตัวชี้วัดความสำเร็จจะเปลี่ยนเป็นอีคิว (EQ) มุมมองทัศนคติ และ soft skill ทุกคนจำเป็นต้องพัฒนาตัวเองเพื่อเรียนรู้การใช้ประโยชน์จาก AI อาจกล่าวได้ว่าเราอาจจะไม่ตกงานเพราะ AI แต่คนที่รู้จักใช้ประโยชน์จาก AI ต่างหากที่จะมาชิงตำแหน่งงานของเราไป สิ่งสำคัญคือเราต้องมองว่า AI เป็นเพื่อนร่วมงานที่จะช่วยยกระดับประสิทธิภาพการทำงานให้ดียิ่งขึ้น AI เปรียบเหมือน “ผู้ช่วยนักบิน” ที่ไม่เพียงทำหน้าที่ช่วยทำงานด้วยระบบอัตโนมัติ แต่ยังสามารถทำงานระดับพื้นฐานและซ้ำๆ ปริมาณมากได้อีกด้วย เช่น การรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ที่ดีลอยท์เรียกยุคนี้ว่า The Age of With ซึ่งเป็นยุคที่มนุษย์และปัญญาประดิษฐ์ทำงานร่วมกันเพื่อเป้าหมายความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่า

Generation Rent เบ่งบาน คนรุ่นใหม่เน้นเช่าบ้านมากกว่าซื้อ ดอกเบี้ยโหด ขาดเงินออม ฉุดธุรกิจอสังหาฯซบเซา

ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) เว็บไซต์มาร์เก็ตเพลสด้านอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ของไทย เผยรายงาน DDproperty Thailand Property Market Outlook 2024 พบมุมมองการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่ได้เปลี่ยนไป ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน ทำให้ผู้บริโภคไม่ต้องการเพิ่มค่าใช้จ่ายจากการซื้อบ้าน/คอนโดฯ ที่จะกลายเป็นภาระผูกพันในระยะยาว ขณะที่การเช่านั้นมีจุดเด่นตรงที่ยืดหยุ่นและคล่องตัวหากต้องการโยกย้ายทำเลในอนาคต และช่วยประหยัดรายจ่ายมากกว่า จึงส่งผลให้ความต้องการเช่าสูงมากขึ้น สวนทางกับความต้องการซื้อที่ลดลง โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ผู้บริโภคหันมาเลือกเช่าแทนนั้นเกือบ 2 ใน 3 (64%) ของผู้ที่เลือกเช่าเผยว่าไม่มีเงินเก็บเพียงพอในการซื้อที่อยู่อาศัย ขณะที่ 41% มองว่าที่อยู่อาศัยมีราคาแพงเกินไปจึงเลือกเก็บเงินไว้แทน และ 30% ไม่เห็นความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องซื้อในเวลานี้ สะท้อนให้เห็นว่าความท้าทายทางการเงินยังคงมีส่วนสำคัญและเป็นจุดเปลี่ยนทำให้ผู้บริโภคหันมาเลือกเช่าแทนการซื้อ  การขาดสภาพคล่องทางการเงิน ความท้าทายทางเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ยที่ปรับสูงขึ้น ล้วนส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องทางการเงินของผู้บริโภคโดยตรง ทำให้ความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคปรับลดลงมาอยู่ที่ 63% (จากเดิม 65% ในรอบก่อนหน้า) โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง (Real Demand) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้บริโภคระดับกลางและล่าง มากกว่าครึ่ง (56%) เผยว่ารายได้และอาชีพที่ไม่มั่นคงเป็นอุปสรรคสำคัญในการขอสินเชื่อบ้าน ตามมาด้วย 32% มีประวัติทางการเงินที่ไม่ดี และ 29% มีสัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ (Debt Service Ratio: DSR) ไม่เอื้ออำนวย นอกจากนี้ผู้บริโภคส่วนใหญ่มองว่านโยบายภาครัฐไม่เอื้อต่อการซื้อที่อยู่อาศัยมากเพียงพอ โดยมีเพียง 15% เท่านั้นที่มองว่ารัฐบาลมีความพยายามเพียงพอที่จะช่วยให้ซื้อที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองได้ ซึ่งลดลงจาก 19% ในรอบก่อนหน้า เนื่องจากภาครัฐไม่มีการออกมาตรการใหม่เพื่อกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติมในปีที่ผ่านมา

5 เมืองยอดนิยมในไทยที่คนจีนอยากเข้าพักมากที่สุดในช่วงฤดูหนาวปีนี้

แพลตฟอร์ม Airbnb เปิดเผยข้อมูล ประเทศไทยติดอันดับที่ 1 จุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีนในช่วงฤดูหนาว (เดือนธันวาคม 2566 – กุมภาพันธ์ 2567) และเป็น 1 ใน 20 อันดับเมืองยอดนิยม จุดหมายปลายทางในไทยที่ผู้เข้าพักชาวจีนค้นหามากที่สุดบนแพลตฟอร์ม Airbnb ในช่วงฤดูหนาวเช่นกัน นอกจากนี้ The Telegraph สื่อของประเทศอังกฤษ ได้จัดลำดับให้ไทยเป็นอันดับที่ 6 ใน 20 สถานที่ที่ควรไปเที่ยวในปี 2024 (The 20 places you must visit in 2024) และเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคเอเชียที่ติด Top 10 อีกด้วย ซึ่งผลการจัดลำดับเหล่านี้ สะท้อนความเชื่อมั่นต่อการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยที่แข็งแกร่ง สำหรับ 5 เมืองของไทยได้รับการจัดให้เป็น 1 ใน 20 อันดับเมืองยอดนิยม จุดหมายปลายทางในไทยที่ผู้เข้าพักชาวจีนค้นหามากที่สุดบนแพลตฟอร์ม Airbnb ในช่วงฤดูหนาวนี้เช่นกัน ได้แก่ ภูเก็ต (อันดับ 1) กรุงเทพฯ (อันดับ 2) เชียงใหม่ (อันดับ 7) เกาะสมุย (อันดับ 10) และพัทยา (อันดับ 12) นายอมันพรีท บาจาจ (Mr. Amanpreet Bajaj) ผู้จัดการทั่วไปประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดีย ฮ่องกง และไต้หวัน ของ Airbnb กล่าวว่า การประกาศยกเว้นวีซ่าถาวรไทย-จีน จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศไทย และเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวได้อย่างแน่นอน รวมถึงช่วยกระตุ้นการฟื้นตัวการท่องเที่ยวไทยและจีนหลังการแพร่ระบาดอย่างมีนัยยะสำคัญ

กัมพูชากวาดรายได้ส่งออก ยางพาราปี 2023 กว่า 490 ล้านดอลล์

(แฟ้มภาพซินหัว : พื้นที่การเกษตรในจังหวัดกำปอดทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน วันที่ 6 ต.ค. 2020) // www.xinhuathai.com
กรมยางพาราของกัมพูชา รายงานปริมาณการส่งออกยางพาราตากแห้งของประเทศในปี 2023 รวมอยู่ที่ 368,048 ตัน ซึ่งลดลงร้อยละ 1.3 จากปริมาณการส่งออก 372,903 ตันในปี 2022 รายงานระบุว่ากัมพูชาทำรายได้จากการส่งออกยางพาราตากแห้งในปี 2023 จำนวน 490.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.74 หมื่นล้านบาท) ซึ่งลดลงร้อยละ 7 จาก 527.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.84 หมื่นล้านบาท) ในปี 2022 ซึ่งการส่งออกยางพาราของกัมพูชาที่ลดลงเป็นผลจากความต้องการภายในประเทศจากโรงงานยางล้อรถเพิ่มขึ้น
ฮิม อึน อธิบดีกรมฯ กล่าวว่าราคายางพาราตากแห้งหนึ่งตันในปี 2023 เฉลี่ยอยู่ที่ 1,333 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 47,320 บาท) ซึ่งลดลง 82 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2,911 บาท) จากปี 2022 ทั้งนี้ กัมพูชาส่งออกยางพาราสู่มาเลเซีย เวียดนาม สิงคโปร์ และจีนเป็นหลัก
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ปัจจุบันกัมพูชาเพาะปลูกต้นยางบนพื้นที่รวม 407,172 เฮกตาร์ (ราว 2.54 ล้านไร่) โดยมีต้นยางบนพื้นที่ 320,184 เฮกตาร์ (ราว 2 ล้านไร่) หรือร้อยละ 78.6 แก่พอจะกรีดเอาน้ำยางแล้ว