Thursday, August 27, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.33

CtrlS ดาต้าเซ็นเตอร์ชั้นนำจากอินเดีย ลงทุนใน EEC มูลค่ากว่า 15,000 ล้านบาท

ดร.นลินี ทวีสิน ผู้แทนการค้าไทย เปิดเผยภายหลังการเป็นสักขีพยานร่วมกับ H.E. Mr. Nagesh Singh เอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย ในพิธีลงนามสัญญาเช่าพื้นที่ราชพัสดุในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ ภายในพื้นที่เขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล หรือ EECd จังหวัดชลบุรี จำนวน 25 ไร่ ระยะเวลา 50 ปี ระหว่าง ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการ อีอีซี และผู้แทนบริษัท CtrlS Datacenters จากประเทศอินเดีย เพื่อตั้งโครงการไฮเปอร์สเกลดาต้าเซ็นเตอร์ (Hyperscale Datacenter) ในประเทศไทย ถือเป็นการประกาศความสำเร็จในการดึงดูดการลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษของพื้นที่อีอีซี ซึ่งบริษัท CtrlS เป็นผู้ประกอบการดาต้าเซ็นเตอร์ชั้นนำระดับโลก (Hyperscale Tier4) จากประเทศอินเดีย และรายใหญ่ที่สุดในเอเชีย โดยการลงนามในวันนี้จะก่อให้เกิดมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 15,000 ล้านบาท สร้างรายได้จากการเช่าพื้นที่อีอีซี ประมาณ 1,300 ล้านบาท สนับสนุนการจ้างงานในพื้นที่ประมาณ 1,000 อัตรา เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี การฝึกอบรมที่เกี่ยวข้องกับบริการระบบข้อมูล (Cloud Service) รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมใหม่เพื่อความยั่งยืน ตามนโยบายหลักของรัฐบาล และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ยกระดับการแข่งขันของประเทศ

FTA ไทย – ศรีลังกา ฉลุย! พร้อมลงนาม 3 ก.พ. นี้ ปักหมุดเชื่อมตลาดเอเชียใต้-ตะวันออกกลาง-ยุโรป

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เตรียมเดินทางลงนาม FTA ไทย – ศรีลังกา ณ กรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา 3 – 4 ก.พ.นี้ หลังปิดดีล FTA ฉบับที่ 15 ของไทย พร้อมจัดทัพผู้ประกอบการไทยกว่า 20 ราย นำ 7 สินค้า 4 บริการศักยภาพ โชว์ในงาน Sri Lanka – Thailand Business Networking เชื่อจะช่วยดันการค้าสองฝ่ายขยายตัว ปักหมุดฐานการลงทุนเชื่อมไทยสู่เอเชียใต้ ตะวันออกลาง และยุโรป ชี้เป็น FTA ทวิภาคีฉบับแรกของรัฐบาลชุดนี้ โดยเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2567 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบความตกลงการค้าเสรี ไทย – ศรีลังกา และการลงนาม FTA จะมีขึ้นในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567 ณ สำนักเลขาธิการประธานาธิบดี ซึ่งเป็นการลงนามระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้า พาณิชย์ และความมั่นคงทางอาหารของศรีลังกา นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์จะจัดงาน Sri Lanka – Thailand Business Networking ซึ่งเป็นกิจกรรมปฐมฤกษ์ kick off การใช้ประโยชน์จาก FTA ไทย – ศรีลังกา โดยในงานจะมีผู้ประกอบการไทยเดินทางไปเข้าร่วมกว่า 20 ราย จาก 7 สินค้าศักยภาพ ได้แก่ อาหาร ผลิตภัณฑ์เกษตร สินค้าสุขภาพ ยานยนต์และชิ้นส่วน วัสดุก่อสร้าง สินค้าครัวเรือน สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม และ 4 บริการศักยภาพ ได้แก่ โลจิสติกส์ โรงพยาบาล ที่ปรึกษาด้านธุรกิจ และพลังงาน มีบริษัทศรีลังกาเข้าร่วมงานด้วยกว่า 70 ราย

หนุนผู้ประกอบการใช้ eWTP เขตปลอดอากรกิจการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ส่งสินค้าไทยเจาะตลาดจีน

นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์
นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตนและนายภัณฑิล จงจิตรตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ ได้นำทีมร่วมกับผู้แทนของสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ลงพื้นที่เยี่ยมชมเขตปลอดอากรกิจการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (eWTP Thailand Duty Free Zone) ณ อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยเป็นเขตปลอดอากรกิจการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แห่งแรกในประเทศไทย ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) อยู่ภายใต้ความดูแลของกรมศุลกากร กระทรวงการคลัง ที่อำนวยความสะดวกในด้านการนำเข้าและส่งออกครบวงจร ให้บริการประกอบด้วย ด้านศุลกากร ด้านการบริหารจัดการสต๊อกสินค้า ด้านการนำเข้าและส่งออก ที่สามารถรองรับการให้บริการในรูปแบบการเช่าพื้นที่เพื่อเป็นโกดังเก็บสินค้ารอนำเข้าและส่งออกในรูปแบบคลังสินค้าทัณฑ์บน (Bonded Warehouse) และรอการสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน (Stock first, order later) ที่ออกแบบการทำงานให้สามารถส่งสินค้าถึงผู้ประกอบการปลายทางได้ภายใน 14 วัน โดยมีระบบ e-Seal เพื่อตรวจสอบการเดินทางของสินค้าในรูปแบบออนไลน์ – Public Service Platform (PSP)
นอกจากนี้ ยังมีนโยบายที่จะให้ไทยได้ใช้ประโยชน์จาก eWTP ของจีนเช่นกัน ซึ่งปัจจุบันจีนมี eWTP อยู่ 10 แห่งทั่วโลก คือ 4 แห่งในจีน ได้แก่ เมืองหางโจวและเมืองอี้อูในมณฑลเจ้อเจียง มณฑลไห่หนาน และฮ่องกง ส่วนในประเทศอื่นๆ ได้มีการจัดตั้ง eWTP ในอีก 6 ประเทศ ได้แก่ ไทย มาเลเซีย เบลเยียม เม็กซิโก เอธิโอเปีย และรวันดา ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการไทยสามารถส่งออกสินค้าไปยังจีนได้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งสาระสำคัญของบันทึกความเข้าใจดังกล่าวมุ่งเน้นเพื่อยกระดับความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และส่งเสริมความเชื่อมโยงด้านอุตสาหกรรม ส่งเสริมธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ในการขยายตลาดทั้งระดับประเทศและระดับโลกด้วยพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เสริมสร้างความร่วมมือในการสร้างขีดความสามารถทางวิชาการ ร่วมมือกันพัฒนาทักษะด้านดิจิทัล ส่งเสริมกลไกด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืน ด้านความร่วมมือทางการค้าและเศรษฐกิจ รวมทั้งศึกษาแง่มุมความร่วมมือด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ในการสร้างสภาพแวดล้อมด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์บนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกัน

ททท. คาด นทท.จีนเข้าไทยช่วงตรุษจีน พุ่ง 366% 1.7 แสนคน สร้างรายได้ 6.2 พันล้าน

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดการณ์ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ปี 2567 ในส่วนของตลาดนักท่องเที่ยวจีน จะสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวเข้าประเทศไทยประมาณ 6,213 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 366% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประมาณ 177,000 คน ขณะที่การจัดเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2567 กำหนดจัดงานตั้งแต่วันที่ 1-29 กุมภาพันธ์ 2567 บริเวณถนนเยาวราช กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นที่ตั้งของชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีนเก่าแก่และสำคัญของไทย อีกทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงชาวจีน ภายในงานมีกิจกรรมและการแสดงต่างๆ ที่หลากหลาย ภายใต้แนวคิด “เฉลิมฉลอง ปีทองแห่งความรุ่งเรือง” ทั้งการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยและจีนที่เข้ากับยุคสมัย การแสดงแสงเสียงสื่อผสมที่นำเสนอเรื่องความศรัทธาของชาวไทยเชื้อสายจีน เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยว ขยายวันพักและเพิ่มค่าใช้จ่ายในช่วงเทศกาล นอกจากนี้ ททท.ยังได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ในการร่วมจัดกิจกรรม รวมถึงได้รับการสนับสนุนจากสาธารณรัฐประชาชนจีนนำการแสดงทางวัฒนธรรมร่วมแสดงแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่าง 2 ประเทศอีกด้วย

สื่อญี่ปุ่นยอมรับ เสียแชมป์ ‘ส่งออกยานยนต์’ ให้จีน

(แฟ้มภาพซินหัว : รถยนต์ต้นแบบแนวคิด “ไอคอนิก เอสพี” ของมาสด้า ที่งานแสดงยานยนต์แห่งญี่ปุ่น ปี 2023 ในกรุงโตเกียวของญี่ปุ่น วันที่ 26 ต.ค. 2023) // www.xinhuathai.com
สมาคมผู้ผลิตยานยนต์แห่งญี่ปุ่น รายงานปริมาณการส่งออกยานยนต์ของญี่ปุ่นในปี 2023 สูงเกิน 4.42 ล้านคัน ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 15.98 จากปี 2022 รายงานระบุว่าปริมาณการส่งออกยานยนต์ของญี่ปุ่นในปี 2023 รวมอยู่ที่ 4,422,682 คัน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นรถยนต์นั่งโดยสาร 3,978,141 คัน สื่อท้องถิ่นญี่ปุ่นระบุว่าญี่ปุ่นเสียตำแหน่งผู้ส่งออกยานยนต์อันดับหนึ่งของโลกเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี เมื่ออ้างอิงปริมาณการส่งออกยานยนต์ของจีนในปี 2023 ซึ่งรวมอยู่ที่ 4.91 ล้านคัน (ที่มา : ซินหัว)