Thursday, August 27, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.56

นักวิชาการแขวะ! ฮับ 8 ด้าน ไทยทำได้จริงหรือ? บางอุตสาหกรรมต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 10 ปี

โครงสร้างเศรษฐกิจไทย
นายอนุสรณ์ ธรรมใจ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจดิจิทัล การลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ให้ความเห็นต่อวิสัยทัศน์ IGNITE THAILAND และ ผลักดันให้ประเทศเป็นศูนย์กลาง 8 ด้านของรัฐบาลว่า IGNITE THAILAND เป็นสิ่งที่เป็นไปได้แต่อาจต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 10 ปีสำหรับบางอุตสาหกรรม แต่บางอุตสาหกรรมไทยมีความพร้อมมาก บางอุตสาหกรรมต้องมีการลงทุนในทักษะแรงงานอย่างจริงจัง ยกเครื่องระบบการศึกษา มีการลงทุนทางด้านการวิจัยแปรรูปสร้างมูลค่า ลงทุนและพัฒนานวัตกรรมอย่างเป็นระบบ ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานตามเป้าหมาย ลำดับความสำคัญในการลงทุนตามความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบและความสามารถในการแข่งขัน พร้อมมีแผนดำเนินการอย่างชัดเจน ยกตัวอย่าง ศูนย์กลางทางการเงิน (Financial Hub) เป็น Wall Street ของอาเซียนนั้น ต้องตั้งประเด็นว่า สถาบันการเงินและสถาบันการลงทุนจะย้ายฐานออกจาก “สิงคโปร์” ที่เป็นศูนย์กลางการเงินของโลกอยู่แล้ว มายัง “ไทย” ด้วยปัจจัย ด้วยเหตุผลอะไร เพราะอาเซียนไม่จำเป็นต้องมีศูนย์กลางทางการเงินสองแห่ง หากลดระดับลงมาเป็นศูนย์กลางของอนุภูมิภาคอาเซียนอาจเป็นไปได้ด้วยการเสริมบทบาท “เงินบาท” ในอินโดจีนและเมียนมา

ซูเปอร์โพลเปิดผลสำรวจความคิดเห็น ‘เงินถูกโจรกรรม ใครต้องรับผิด’

สำนักวิจัย ซูเปอร์โพล ได้ทำการศึกษา เงินถูกโจรกรรม ใครต้องรับผิด กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) รวมจำนวนตัวอย่างในการวิเคราะห์ทางสถิติทั้งสิ้น จำนวนทั้งสิ้น 1,125 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 20 – 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2567 ที่ผ่านมา เมื่อถามถึง เงินถูกโจรกรรมจากกลุ่มโจรไซเบอร์ ใครต้องรับผิด ผลสำรวจพบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 75.4 ระบุ ธนาคารผู้รับฝากเงิน รองลงมาคือร้อยละ 56.4 ระบุโจรไซเบอร์ ร้อยละ 31.8 ระบุประชาชนเจ้าของบัญชี ร้อยละ 23.0 ระบุธนาคารแห่งประเทศไทย และร้อยละ 13.5 ระบุตำรวจ ตามลำดับ เมื่อถามถึงความรู้สึกกังวลต่อความไม่ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินจากโจรไซเบอร์ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 89.4 กังวลมากที่สุด ร้อยละ 6.4 กังวลมาก ร้อยละ 3.4 กังวลค่อนข้างน้อยและเพียงร้อยละ 0.8 เท่านั้นกังวลน้อยถึงไม่กังวลเลย ที่น่าเป็นห่วงคือ วลีและประโยคสำคัญสะท้อนความรู้สึกและข้อเสนอแนะจากประชาชนต่อทุกภาคส่วนรับผิดชอบความปลอดภัยทางไซเบอร์ เงินของประชาชนในระบบออนไลน์ ได้แก่ ธนาคารไม่ใส่ใจ ไม่กระตือรือร้น ไม่ช่วยเหลือลูกค้าผู้ตกเป็นเหยื่อโจรไซเบอร์ให้ทันเวลา เอาผิดธนาคารที่ไม่มีมาตรฐานความปลอดภัยไซเบอร์ มีช่องโหว่ ถูกโจรกรรม ข้อมูลลูกค้ารั่ว ธนาคารต้องรับผิดชอบทุกกรณี เพราะลูกค้าเชื่อว่า ธนาคารปลอดภัยจึงเอาเงินไปฝาก มีกฎหมายเอาผิดธนาคารที่ไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอายัดบัญชีคนร้ายทันที จำกัดวงเงินในการโอนแต่ละครั้งแต่ละวัน แก้กฎหมายเพิ่มโทษโจรไซเบอร์ เพิ่มจำนวนตำรวจปราบโจรไซเบอร์ ทำให้ตำรวจมีเทคโนโลยีทันสมัยเชื่อมโยงตามคนร้ายได้เร็ว รณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐเท่าทันโจรไซเบอร์ ควรแก้กฎหมายให้ครอบคลุมและทันการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของโจรไซเบอร์ และเพิ่มโทษกฎหมายเอาผิด หน่วยงานรัฐ เอกชน ต้นทางทำข้อมูลสำคัญของประชาชนรั่วไหล เป็นต้น

สนค. ชี้ท่องเที่ยวเชิงกิจกรรมเทรนด์ใหม่ เติบโตสูง ขายอัตลักษณ์ชุมชน

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวเชิงกิจกรรม (Event Tourism) สามารถรองรับความสนใจที่หลากหลายของนักท่องเที่ยว อีกทั้งยังมีศักยภาพในการเติบโตสูง เนื่องจากการจัดกิจกรรมจะส่งผลให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจขึ้น สามารถสร้างรายได้ให้กับพื้นที่ที่มีการจัดกิจกรรม และนำมาซึ่งการประชาสัมพันธ์ Soft Power ได้เป็นอย่างดี ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและภาครัฐในการสนับสนุนกิจกรรมที่ส่งเสริมการสร้าง Soft Power ไทย ให้สามารถต่อยอดในการสร้างมูลค่าเพิ่ม และนำไปสู่การจ้างงานในภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจอื่นๆ อีกด้วย เป็นการท่องเที่ยวที่มีพื้นที่กิจกรรมเป็นศูนย์กลางในการรวมตัวกันของชุมชนที่มีความสนใจเดียวกัน ส่งผลให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ สามารถสร้างรายได้สู่ชุมชน รวมไปถึงบริเวณโดยรอบ ขนาดกิจกรรมมีตั้งแต่ระดับท้องถิ่น จังหวัด ภูมิภาค ระดับประเทศ ไปจนถึงการจัดกิจกรรมในต่างประเทศ แต่ละกิจกรรมจะมีลักษณะเฉพาะของเนื้อหาและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งอาจเกี่ยวข้องทางสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ สำหรับประเภทของกิจกรรม อาทิ งานแสดงดนตรี/คอนเสิร์ต งานเทศกาล การแข่งขันกีฬา การประชุม กิจกรรมองค์กร และงานแสดงสินค้า (MICE) ประเทศไทยยังมีจุดแข็งด้านวัฒนธรรมและประเพณีที่สามารถต่อยอดและผสมผสานไปกับการท่องเที่ยวได้ โดยเฉพาะกิจกรรมต่างๆ ที่มีอัตลักษณ์ความเป็นไทยได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว เช่น เทศกาลสงกรานต์ เทศกาลท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืน งานแสดงสินค้าโอท็อป การแข่งขันกีฬามวยไทย เป็นต้น ด้วยเหตุนี้ การท่องเที่ยวเชิงกิจกรรม จึงเป็นอีกหนี่งรูปแบบการท่องเที่ยวที่ควรส่งเสริม เนื่องจากเป็นการท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูง สามารถสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการแต่ละชุมชนได้

“พาณิชย์” ชวนบุกตลาดของขวัญ-ของฝากในจีน หลังดัชนีโตต่อเนื่อง

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยรายงานกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ว่า จีนมีวัฒนธรรมในการให้ของขวัญในช่วงเทศกาลต่างๆ ซึ่งปัจจุบันเศรษฐกิจจีนที่เติบโตขึ้น ทำให้ประชาชนชาวจีนรับวัฒนธรรมการเฉลิมฉลองเทศกาลของตะวันตกมากขึ้น และในจีนยังมีเทศกาลที่คิดค้นขึ้นจากแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ เช่น เทศกาลช้อปปิ้งกลางปี เทศกาลวันคนโสด 11.11 เทศกาล 12.12 เป็นต้น ทำให้เป็นแรงขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมเศรษฐกิจของขวัญที่สำคัญในจีน เพิ่มความถี่ในการมอบของขวัญและสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการในการมอบและรับของขวัญที่เพิ่มขึ้นของชาวจีน โดยที่ผ่านมามีการเลือกซื้อของขวัญที่หลากหลายขึ้น ส่วนใหญ่เป็นพวกถั่ว รองลงมาได้แก่ ชา เหล้าขาว ผลิตภัณฑ์ที่ทําจากนม ลูกอม ผลไม้ ขนมปัง คุ้กกี้ เป็นต้น นอกจากนี้ผู้บริโภคชาวจีนร้อยละ 14.50 ยังนิยมเลือกซื้อของขวัญที่เป็นอาหารสําเร็จรูปอีกด้วย อย่างไรก็ดีในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ผู้บริโภคชาวจีนให้ความสนใจกับการบริโภคสินค้าที่มีโภชนาการให้คุณประโยชน์แก่สุขภาพ ทําให้สินค้าพวกถั่ว ผลิตภัณฑ์จากนม ชา และอาหารเสริมได้รับความนิยมสูงในเทศกาลตรุษจีน อีกทั้งปัจจุบันคนจีนให้ความสําคัญกับการรักษาสุขภาพ สินค้าเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม สินค้าที่ทําจากสมุนไพรก็เหมาะที่จะมอบให้เป็นของขวัญในช่วงวันสำคัญเช่นเดียวกัน ถือเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยในการทำสินค้าเจาะตลาดจีน

เกินคาด! ‘กิจกรรมท่องเที่ยวดำน้ำ’ สร้างเม็ดเงินให้ ‘ฟิลิปปินส์’ กว่า 1 พันล้านดอลล์

สำนักข่าวซินหัว รายงาน เมื่อวันศุกร์ (23 ก.พ.) กระทรวงการท่องเที่ยวของฟิลิปปินส์ รายงานว่าการท่องเที่ยวดำน้ำสร้างรายได้แก่ประเทศราว 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.66 หมื่นล้านบาท) ในปี 2023 ซึ่งสูงขึ้นเกือบสองเท่าจากปี 2022
คริสตินา การ์เชีย ฟราสโก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ ซึ่งร่วมงานมหกรรมดำน้ำนานาชาติฟิลิปปินส์ ปี 2024 กล่าวว่ารายได้จากการท่องเที่ยวดำน้ำในปี 2022 อยู่ที่ 661 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.37 หมื่นล้านบาท)
ฟิลิปปินส์มีปะการังอยู่มากกว่า 500 สายพันธุ์ และปลา 2,000 ชนิด จึงเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของโลก ทำให้ฟิลิปปินส์มุ่งสร้างอุตสาหกรรมดำน้ำที่ทำการตลาดได้และมีความยั่งยืน
ฟราสโกกล่าวว่าฟิลิปปินส์จะเดินหน้าสร้างรายได้จากอุตสาหกรรมดำน้ำ ส่งเสริมสถานะจุดหมายดำน้ำชั้นนำและบทบาทของการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นหนึ่งในเสาค้ำจุนเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุด โดยมีการเพิ่มจุดหมายดำน้ำทั่วประเทศเป็นราว 120 แห่งแล้ว