Monday, August 31, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.58

ปตท. ติดอันดับมูลค่าแบรนด์สูงสุดของโลก 8 พันล้านดอลลาร์ หนึ่งเดียวในไทย

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปตท. เป็นแบรนด์เดียวของไทยที่ได้รับการจัดอันดับติดหนึ่งใน 500 แบรนด์แรกของโลก ประจำปี 2567 โดยมีมูลค่าแบรนด์สูงกว่าแปดพันล้านดอลลาร์สหรัฐ จัดอยู่อันดับที่ 267 สูงขึ้น 78 อันดับจากปี 2566 ที่ผ่านมา สะท้อนศักยภาพการดำเนินงานที่เป็นเลิศรอบด้าน จากการประเมินของ Brand Finance Global บริษัทที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์และการประเมินมูลค่าแบรนด์ชั้นนำของโลก ที่มีวิธีการประเมินแบรนด์ในหลายปัจจัย อาทิ ความแข็งแกร่งของแบรนด์ ความยึดมั่นในแบรนด์ และการเติบโตของผลการดำเนินงาน เป็นต้น นับเป็นการตอกย้ำศักยภาพการขับเคลื่อนองค์กรที่แข็งแกร่งในทุกมิติทัดเทียมแบรนด์ในระดับสากล ทั้งในด้านการดำเนินกลยุทธ์สู่ธุรกิจพลังงานแห่งอนาคตและขยายสู่ธุรกิจใหม่ที่ไกลกว่าพลังงาน นอกจากนี้ ปตท. ยังติดอันดับที่ 4 ของแบรนด์อันทรงคุณค่า 300 แบรนด์ในอาเซียนในปี 2566 จากผลการดำเนินงานทางการเงินที่แข็งแกร่ง คุณค่าของแบรนด์ และกลยุทธ์การดำเนินงาน โดยการจัดอันดับในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำด้านพลังงานของอาเซียน ที่ได้สรรค์สร้างนวัตกรรม ส่งเสริมเศรษฐกิจ และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับภูมิภาคอาเซียน

กนอ. จับมือญี่ปุ่นสร้างนิคมอุตสาหกรรมไร้คาร์บอน เปิดโรงงานต้นแบบเทคโนโลยีสะอาดในสมาร์ทปาร์ค

i-Industry มลพิษ
การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ได้นำเสนอข้อมูลความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน พื้นที่และศักยภาพของประเทศในการรองรับการลงทุนจากต่างชาติในกิจกรรมส่งเสริมการลงทุน (Roadshow) ในนิคมอุตสาหกรรมไทย ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 7–11 กุมภาพันธ์ 2567 สร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการญี่ปุ่นในการตัดสินใจขยายการลงทุนในไทย รวมทั้งได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือในการศึกษาความเป็นไปได้ของการให้บริการสาธารณูปโภคสีเขียว (Green Utility) ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม กับ บริษัท ไอเอชไอ คอร์ปอเรชั่น (IHI) และ บริษัท ไอเอชไอ เอเชีย แปซิฟิค (ประเทศไทย) จำกัด (IHIAPT) ซึ่งเป็นบริษัทอุตสาหกรรมหนัก เช่น โครงสร้างพื้นฐาน พลังงานทางเลือก การต่อเรือ และอากาศยาน ที่สนใจนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในกระบวนการผลิตและการให้บริการในนิคมอุตสาหกรรม โดยความร่วมมือนี้มีจุดประสงค์เพื่อบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน สำหรับนิคมอุตสาหกรรมและโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมในไทย กับประเทศญี่ปุ่นเพื่อขับเคลื่อนการใช้พลังงานทดแทน โดยสามารถแบ่งความร่วมมือออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะแรก การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาการให้บริการสาธารณูปโภคสีเขียวโดยใช้พลังงานทดแทนเป็นเวลา 1 ปี ระยะถัดไป การตั้งโรงงานต้นแบบสาธิตที่นำเทคโนโลยีสะอาดมาใช้ในกระบวนการผลิตในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท ปาร์ค จังหวัดระยอง และระยะสุดท้าย ได้แก่ การดำเนินการร่วมธุรกิจเชิงพาณิชย์ 

วิจัยกรุงศรี ชี้ เศรษฐกิจไทยปี 2567-2569 เติบโตเฉลี่ยเข้าใกล้ระดับศักยภาพ ท่ามกลางแรงกดดันจากภายในและภายนอกประเทศ

เศรษฐกิจไทย
วิจัยกรุงศรีวิเคราะห์ เศรษฐกิจไทยคาดว่าจะขยายตัวเฉลี่ย 3.4% ต่อปี ในช่วงปี 2567-2569 แม้ปรับดีขึ้นจากที่เติบโต 2.5% ในปี 2566 และเติบโตเฉลี่ยเข้าใกล้ระดับแนวโน้มศักยภาพระยะยาว แต่ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในช่วง 10 ปีก่อนเกิดการระบาด COVID-19 (ปี 2553-2562) ที่ 3.7% โดยเศรษฐกิจไทยได้แรงสนับสนุนสำคัญจาก (1) การฟื้นตัวต่อเนื่องภาคการท่องเที่ยว โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเพิ่มขึ้นจาก 27.7 ล้านคนในปี 2566 เป็น 35.6 ล้านคนในปี 2567 และ 40 ล้านคนในปี 2568  ซึ่งเป็นระดับเดียวกับช่วงก่อนเกิดโควิดในปี 2562 (2) การเติบโตของการบริโภคภาคเอกชนจากการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวและการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งปัจจัยบวกจากนโยบายของรัฐบาลที่จะสนับสนุนการใช้จ่ายให้เร่งตัวขึ้นโดยเฉพาะในปี 2567 (3) การขยายตัวของการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมภายในประเทศ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และการส่งเสริมการลงทุนของธุรกิจอย่างยั่งยืนภายใต้แนวคิด BCG อย่างไรก็ตาม ในภาคส่งออกอาจยังเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มเติบโตต่ำแม้อาจจะกระเตื้องขึ้นในบางกลุ่มสินค้าจากปัจจัยเฉพาะ เช่น วัฏจักรการฟื้นตัวของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ การรักษาความมั่นคงทางด้านอาหาร และความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาค (Regionalization) เป็นต้น สำหรับทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย คาดว่าคณะกรรมนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงไว้ที่ระดับสูงสุดในรอบ 10 ปี ที่ 2.50% เพื่อดูแลเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นให้อยู่ภายในกรอบเป้าหมาย และเอื้อให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจของไทยฟื้นตัวกลับเข้าสู่แนวโน้มระยะยาว ขณะเดียวกันยังเป็นการรักษา Policy space เพื่อรองรับความเสี่ยงที่มีอยู่มากในอนาคต

เด็ก กทม. ครองแชมป์ไม่กินผัก สุขภาพเสี่ยงเพราะอาหารไขมันสูง บุหรี่ไฟฟ้า และปัญหาสุขภาพจิต

นับเป็นเวลา 2 ทศวรรษแล้วที่ มหาวิทยาลัยมหิดล โดย สถาบันวิจัยประชากรและสังคม จัดทำรายงานสุขภาพคนไทยด้วยข้อมูลจากการสำรวจและบทวิเคราะห์เพื่อสร้างความรอบรู้ทางสุขภาพและผลักดันนโยบายสุขภาพของประเทศไทย ภายใต้การสนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จากข้อมูล 7 ตัวชี้วัดทางสุขภาพที่สำคัญจำแนกตามเขตภูมิภาคเมื่อปี 2566 ที่ผ่านมา พบเด็กกรุงเทพฯ และปริมณฑล ตั้งแต่ 6 ขวบขึ้นไป ครองแชมป์ไม่กินผัก สุขภาพเสี่ยงเพราะอาหารไขมันสูง และตั้งแต่วัย 15 ปีติดบุหรี่ไฟฟ้า และสุขภาพจิตมีปัญหา รองศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมพล แจ่มจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดลคือหนึ่งในเบื้องหลังสำคัญของการรายงานข้อมูลสถานการณ์ทางสุขภาพของคนไทยฉบับนี้ เปิดเผยว่า ครอบครัว โรงเรียน สถานที่ทำงาน ไปจนถึงชุมชน คือ หน่วยทางสังคม ซึ่งเป็นปัจจัยสภาพแวดล้อมที่สามารถมีบทบาทในการสร้างเสริมสุขภาพและลดพฤติกรรมเสี่ยงทางสุขภาพของคนไทยแต่ละช่วงวัยได้ การขับเคลื่อนรณรงค์ทำให้บ้านเป็นเขตปลอดบุหรี่ที่ดำเนินการโดยชุมชน สามารถลดอัตราการสูบบุหรี่ในบ้านของครอบครัวที่เข้าร่วมกิจกรรมของชุมชนได้ถึงร้อยละ 75 โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการโรงเรียนฉลาดเล่น มีสัดส่วนนักเรียน ป.4 ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอร้อยละ 37.9 สูงกว่าโรงเรียนทั่วไปซึ่งมีสัดส่วนนี้ที่เพียงร้อยละ 6.9 ด้วยการชี้วัดด้วยตัวเลขทางสุขภาพ แม้ไม่ได้เป็นเรื่องทางเศรษฐกิจโดยตรง แต่ก็ส่งผลถึงกันได้ โดยการได้ “ยกระดับคุณภาพชีวิต” จะหมายถึงการได้ “ยกระดับทางเศรษฐกิจ” ด้วยเช่นกัน

เทียนจินเปิดตัวถนน ‘ยานยนต์เชื่อมต่ออัจฉริยะ’ สายแรก

โครงการสาธิตถนนสำหรับยานยนต์เชื่อมต่ออัจฉริยะ (ICV) เปิดตัวในเขตเป่าตี่ เทศบาลนครเทียนจินทางตอนเหนือของจีน เมื่อวันจันทร์ (26 ก.พ.) ซึ่งนับเป็นโครงการริเริ่มรูปแบบนี้ครั้งแรกของเมือง
ถนนสายนี้ยาว 11.3 กิโลเมตร เชื่อมต่อสถานีรถไฟความเร็วสูงของเป่าตี่กับเมืองเทคโนโลยีจงกวนชุน ปักกิ่ง-เทียนจิน (Beijing-Tianjin Zhongguancun Tech Town) โดยรถบัสอัจฉริยะจะใช้เวลาเพียง 18 นาทีในการเดินทางตามท้องถนนและหยุดจอดที่จุดจอด 5 แห่ง ด้วยความเร็ว 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ถนนดังกล่าวติดตั้งระบบควบคุมบนคลาวด์ที่สนับสนุนการตรวจจับ การวางแผน และการตัดสินใจแบบสอดประสานสำหรับยานยนต์เชื่อมต่ออัจฉริยะ รวมถึงการติดตามแบบเรียลไทม์
ส่วนทางแยก 19 จุดตลอดเส้นทางข้างต้นติดตั้งระบบควบคุมสัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะ ซึ่งมุ่งให้ความสำคัญกับรถขนส่งสาธารณะ และย่นเวลาการเดินทางของรถบัสอย่างมีนัยสำคัญ
เหมาจิ้นซง เจ้าหน้าที่ประจำเขตเป่าตี่ ระบุว่าโครงการนี้นำเสนอบริการขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และสะดวกสบายแก่ผู้อยู่อาศัยทั้งในเมืองเทคโนโลยีดังกล่าวและตลอดเส้นทางการสัญจร (ที่มา : ซินหัว)