“อีอีซี โมเดล มิติการพัฒนาบุคลากรและการศึกษา” การปรับสร้างความก้าวหน้าตอบโจทย์อุตสาหกรรม&ความก้าวหน้าใหม่ ผลิตคนสู่งานสมรรถนะใหม่-รายได้สูง-มั่นคงในอาชีพ!!!

ถ้าจะเริ่มมองถึงอุปสรรคในการพัฒนาบุคลากรและการศึกษาเมื่อเริ่มประกาศ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ตามนโยบายรัฐฯช่วงปลายปี 61 จะพบว่าในด้านลึกแล้วอุปสรรคที่สำคัญคือ “การศึกษาทั้งระบบ” ที่เวียนว่ายอยู่ในความสูญเปล่า-สูญเสีย มีบัณฑิตตกงานปีละกว่า 4 แสนคน โดยกลุ่มคนที่สำเร็จการศึกษาที่มีงานทำ-มีราวเกือบครึ่งที่ทำงานไม่ตรงตามสาขาวิชาที่เรียน! วันนั้น…การศึกษาทั้งระบบยังเคลื่อนอยู่ในโลกใบเก่า-ขาดการเชื่อมโยงกับความก้าวหน้าใหม่ของเศรษฐกิจ-สังคม-เทคโนโลยียุคใหม่!


ขณะที่การพัฒนาบุคลากรและการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก-ที่เป็นพื้นที่การแข่งขันกับประชาคมโลกแบบไร้พรมแดน นอกจากจะต้องจัดปรับฐานสาธารณูปโภค ระบบระเบียบการลงทุนใหม่แล้ว โจทย์สำคัญที่ต้องรับมือกับการลงทุนคือ การสร้าง-พัฒนาบุคลากรและการศึกษาให้เชื่อมต่อตอบโจทย์ความต้องการบุคลากรในการลงทุน ในความก้าวหน้าของโลกเศรษฐกิจ-อุตสาหกรรมใหม่ที่เคลื่อนอยู่ในกระแสการเปลี่ยนแปลงจากการปฏิวัติอุตสาหกรรม 4.0!
ย้อนดูการจัดการด้านบุคลากรและการศึกษายุคอีสเทอร์นซีบอร์ด …การเปลี่ยนแปลงครั้งนั้นสังคมไทยพึ่งพาความรู้-เทคโนโลยีจากต่างประเทศ (โดยเฉพาะกลุ่มยุโรป เยอรมัน ออสเตรีย) ที่ ดร.เสนาะ อูนากูล ประสานความร่วมมือจัดตั้ง “วิทยาลัยเทคนิคไทย-ออสเตรีย” หรือ “วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ” ขึ้นเป็นแบบอย่างการปรับสร้างการศึกษา-ที่ปรับจากฐานคิดแบบเกษตรกรรมสู่โลกอุตสาหกรรมในวันนั้น!

EEC

แต่น่าเสียดายที่ตั้งแต่นั้นมา…ระบบการศึกษาก็ถูกทิ้งอยู่ในโลกอุตสาหกรรม 1.0 – 2.0 ไม่ขยับปรับตัวให้เท่าทันโลก..จนถูกทิ้งห่างออกไปไกลทุกขณะมาถึงช่วงเวลาของการปฏิวัติอุตสาหกรรม 4.0! นี่คือปัญหาอุปสรรคสำคัญที่ต้องแก้ไขจริงจัง-ต่อเนื่องเพื่อพัฒนาบุคลากรและการศึกษาในการแข่งขันของประเทศในเขตฯอีอีซี  …นี่ยังไม่นับการเคลื่อนสู่ความก้าวหน้าอีกขั้นที่ฉุดดึงเศรษฐกิจเข้าสู่ Chapter ใหม่แบบ AI Data driven ที่พัฒนาเร็วขึ้น-ประสิทธิภาพสูงขึ้นอีกในยุคดิจิทัลที่โลกกำลังจะเคลื่อนสู่ยุค 5.0 ในอนาคตไม่ไกลนี้!!!
มิติพื้นฐานดังกล่าวข้างต้น อาจต้องทำความเข้าใจเรื่องเศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 ว่าทำไมต้องปรับฐานการผลิตและบริการจากโลกเก่าสู่โลกดิจิทัล! ภาพสรุปคือเพราะมันส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลงหลายประการด้วยกัน กล่าวคือ
ประการแรก การผลิตและบริการยุคใหม่ในโครงสร้างอุตสาหกรรม 4.0 เป็นการจัดการที่พึ่งพาเทคโนโลยี-ขับเคลื่อนด้วยฐานข้อมูล-อัลกอริทึม-IoT-และนวัตกรรมทางเทคโนโลยีบนแพลตฟอร์มดิจิทัลที่สื่อสารแบบไร้พรมแดน ไม่ใช่การผลิต-บริการแบบเดิมที่เป็นระบบงานผสมผสานระหว่างแรงงานคนกับเครื่องจักร ทำให้ต้นทุนการผลิตโดยรวมทั้งระบบในอุตสาหกรรมใหม่ลดลงกว่าเดิมราว 35-40% นี่คือ “ต้นทุนการแข่งขัน” ไม่นับการจัดการเรื่องคน-แรงงานและทักษะรวมโดยเปรียบเทียบอีก!
ประการที่ 2 อุตสาหกรรมยุคใหม่มีมาตรฐานการดูแลสิ่งแวดล้อมตามฉันทามติของสังคมโลก เป็นอุตสาหกรรมสะอาดที่มีมาตรฐานการผลิต-มาตรฐานสินค้าที่มุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนบนฐาน BCG (Bio-Circular-Green) ที่เป็นข้อกำหนดร่วมกันของประชาคมโลก การทำลายสิ่งแวดล้อมจึงไม่รุนแรงเช่นอุตสาหกรรมยุคเก่า!
ประการที่ 3 อุตสาหกรรมใหม่ต้องการทักษะสมรรถนะใหม่ที่เข้าใจระบบ 3 กลุ่มงานสำคัญได้แก่ กลุ่มการออกแบบการ-การขับเคลื่อน-และการควบคุมในระบบผลิต&บริการ ทั้ง 3 ส่วนเป็นทักษะสมรรถนะรวมในการงานยุคใหม่ บุคลากรเก่าจึงต้องเรียนรู้ยกระดับปรับทักษะใหม่ให้ตอบโจทย์การงาน-ความก้าวหน้าใหม่ที่มี Ecosystem เชื่อมประสานการพัฒนาทักษะการผลิต-บริการในโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่อย่างมีนัยสำคัญ!

อีอีซีโมเดล

“อีอีซี โมเดล มิติการพัฒนาคนและการศึกษา” …วันนี้สังคมโดยรวมและสังคมการจัดการศึกษาให้นิยามความหมายว่าคือ “ความก้าวหน้ายุคใหม่” โดยปฏิบัติการ อีอีซี โมเดล มีเป้าหมายมุ่งตอบโจทย์การลงทุน-การยกระดับอุตสาหกรรม ปรับสร้าง Ecosystem มุ่งพัฒนาทักษะ สมรรถนะ ความรู้ ความเข้าใจ และการจัดการศึกษาในคลื่นการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและความก้าวหน้ายุคใหม่ ฯ ซึ่งเป็นความท้าทายการยกระดับปรับสร้างประเทศ-แข่งขันการลงทุนใน อีอีซี! วิธีคิด-Mindset และทิศทางการขับเคลื่อนการพัฒนาคนและการศึกษา อีอีซี มีปฏิบัติการที่สำคัญคือ
1) มุ่งสร้างคนตอบโจทย์ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีและโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ที่ต้องผลิตบุคลากรให้ตรงทักษะสมรรถนะที่ผู้ประกอบการ-อุตสาหกรรมต้องการ
2) ปฏิบัติการประสานสร้างระบบการศึกษาทุกระดับ สร้างเสริมระบบนิเวศการจัดการศึกษายุคใหม่ในโลกดิจิทัลให้ก่อรูปขึ้นปรับฐานสู่ความก้าวหน้าเท่าทันโลกใบใหม่
3) สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านการศึกษา-การพัฒนาคนโดยเชื่อมประสานความรู้-ความชำนาญระหว่าง ภาคอุตสาหกรรม กับ สถาบันการศึกษา เพื่อถ่ายโยงเทคโนโลยี-นวัตกรรมใหม่ และกระตุ้นภาคอุตสาหกรรมร่วมสนับสนุนการศึกษาแทนการที่คอยแต่จะพึ่งพารัฐฯเพียงอย่างเดียว!
4) พัฒนาให้เกิดศูนย์เรียนรู้เชี่ยวชาญใน 12 อุตสาหกรรมเป้าหมาย และสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายความร่วมมือให้มีพลังต่อยอดความก้าวหน้าในคลื่นเทคโนโลยียุคใหม่ที่เชื่อมประสานการศึกษา-การผลิตบุคลากร-การมีงานทำเข้าเป็นหนึ่งเดียวกัน สร้างหลักประกันให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ถ้วนทั่วทั้งบุคลากร สถานการศึกษา ภาคอุตสาหกรรม สังคมเศรษฐกิจโดยรวม
ในภาคปฏิบัติ อีอีซี โมเดล ที่ดำเนินงานมาตั้งแต่ปลายปี 2562 เริ่มจากจัดทำฐานข้อมูลกลางด้านความต้องการบุคลากรในทักษะสมรรถนะยุค 4.0 (Demand for Labor 4.0) ใน 12 อุตสาหกรรม เพื่อเป็นฐานกลางในการผลิตบุคลากรในการจัดการศึกษาฝึกอบรม ซึ่งมีตัวเลขรวมความต้องการทั้งสิ้น 5.6 แสนอัตรา (ปรับเพิ่มจาก 4.7 แสนอัตราช่วงก่อนวิกฤตโควิด) แบ่งเป็นบุคลากรระดับเทคนิค-อาชีวะราวร้อยละ 54 ฐานข้อมูลนี้ได้รับการรับฟังความเห็นสาธารณะและรัฐบาลใช้อ้างอิงตลอดมา จัดทำขึ้นโดยคณะทำงาน EEC HDC ต่อมา สกพอ.ให้สำนักพัฒนาบุคลากรและการศึกษา (HRD) รับผิดชอบ จะมีการทบทวนทุก 2 ปี เพื่อปรับตามสภาพที่ปรับเปลี่ยนไป

หลักสูตรพัฒนาบุคลากร

ขณะเดียวกันได้ผลิตสร้างรูปแบบการจัดการศึกษาตอบโจทย์ฐานคิด-เป้าหมายข้างต้น เริ่มจากการสนับสนุน “สัตหีบ โมเดล” ปรับแนวการจัดการศึกษา-การผลิตบุคลากรให้เชื่อมกับภาคอุตสาหกรรม เพื่อถ่ายโยงความรู้ทักษะทางการศึกษาให้ตรงตามต้องการของภาคอุตสาหกรรม หยุดความสูญเปล่า! ร่วมกันสร้างหลักสูตร-จัดการการเรียนการสอน (ที่เรียกกันหลากหลายชื่อ อาทิ ทวิภาคี/สหกิจ/สหศึกษา/WIL work integrated Learning หรืออื่นๆ) ปรับให้กระบวนการเรียนการสอนเชื่อมกับภาคอุตสาหกรรมได้ทักษะตามต้องการผ่านประสบการณ์ตรง โดยผู้ประกอบการสนับสนุนค่าใช้จ่ายทางการศึกษา อีอีซี ช่วยดูแลเรื่องสิทธิประโยชน์ รูปแบบนี้เรียกว่า อีอีซี โมเดล เอ (EEC model type A) เป็นการจัดการศึกษาร่วมระหว่างสถานศึกษากับสถานประกอบการ จบแล้วมีงานทำทันที รายได้สูง หยุดความสูญเปล่าทางการศึกษาลงอย่างสิ้นเชิง!
อีกรูปแบบคือ อีอีซี โมเดล บี (EEC Model type B) เป็นการฝึกอบรมระยะสั้นหนุนผู้ประกอบการ-มุ่งยกระดับปรับทักษะสมรรถนะผู้ทำงาน โดยผู้ประกอบการกับสถาบันการศึกษาร่วมจัดทำหลักสูตรให้ตรงตามทักษะที่ต้องการ New skills, Up Skills, Re Skills ใช้ทั้งผู้เชี่ยวชาญภาคอุตสาหกรรมและวิทยากรจากสถาบันการศึกษาเป็นผู้ฝึกอบรม โดยเสนอหลักสูตรให้คณะทำงานฯกลั่นกรองพิจารณาหลักสูตรให้แน่ใจว่าการฝึกอบรมไม่สูญเปล่า-มีทักษะตามต้องการ หลังการฝึกอบรมสถานประกอบการต้องจ้างงานอย่างน้อย 1 ปี ซึ่งผู้เข้ารับการฝึกอบรมทุกคนจะมีงานทำได้ยกระดับทักษะตามข้อตกลง! การสนับสนุนการฝึกอบรม type B นี้เมื่อสถานประกอบการได้รับอนุมัติ อีอีซี จะสนับสนุนค่าใช้จ่าย 50% สถานประกอบการออกเอง 50% ผู้ประกอบการสามารถนำค่าใช้จ่ายไปยื่นยกเว้นภาษีได้ 2.5 เท่าหรือ 250% หรือนำไปรวมเพื่อขอยกเว้นภาษี-กรณีที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI หรืออื่นๆ ฯ นี่คือรูปแบบการพัฒนาบุคลากร EEC Model type A และ B ที่ช่วยขับเร่งการพัฒนาบุคลากร-การจัดการศึกษาช่วงปรับตัวของอุตสาหกรรม-การลงทุนที่ต้องการบุคลากรทักษะใหม่

สถาบันยานยนต์

อีอีซี โมเดล ในมิติการพัฒนาบุคลากรและการศึกษา ไม่ได้ปฏิบัติการแค่สร้างรูปแบบ EEC Model type A และ type B เท่านั้น แต่ได้พัฒนาเครือข่ายความร่วมมือหนุนสร้าง Ecosystem ปรับฐานการศึกษาหนุนภาคอุตสาหกรรมให้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาทั้งอาชีวะและอุดมศึกษา มีการจัดตั้งศูนย์เครือข่ายการเรียนรู้-ชำนาญการ (ศูนย์ EEC Nets) หนุนการปรับสร้างนิเวศวิทยาการเรียนรู้-การงานยุคใหม่แบบเครือข่าย ให้ตอบโจทย์สมรรถนะ 12 อุตสาหกรรมเป้าหมาย! ปัจจุบันมีศูนย์ฯทั้งหมด 13 ศูนย์ทำงานร่วมกับสถานประกอบการเกือบหมื่นแห่ง-สร้างความก้าวหน้าให้ระบบการศึกษา-สร้างทิศทางการพัฒนาคนตอบโจทย์สมรรถนะยุคใหม่มาอย่างต่อเนื่อง
การสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ได้มีการยกระดับปรับสร้างการศึกษาร่วมมือกับ กระทรวงศึกษาธิการ ตั้งแต่สมัย “นพ.ธีระเกียรติ” เป็น รมว.ศึกษา สืบต่อมาถึงการตั้งกระทรวงอุดมศึกษาฯ ที่ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ เป็นรัฐมนตรีฯต่อมาถึง ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ส่งผลต่อการจัดปรับการศึกษาใน 3 ระดับ กล่าวคือ “การศึกษาขั้นพื้นฐาน” ได้เพิ่มการจัดการเรียนการสอนด้าน STEAM/Coding/การเรียนภาษาในการศึกษาระดับพื้นฐานอีก 2 ภาษา (ภาษาอังกฤษและภาษาธุรกิจที่เด็กและโรงเรียนเลือกร่วมกัน) ทำงานร่วมกับ สพฐ. ส่วน “การศึกษาระดับอาชีวะ” มีการจัดปรับการศึกษาอาชีวะให้ทันโลกที่เปลี่ยนไปในแบบ Excellent Center (เริ่มปรับในยุค รมว.ณัฐพล) มีการปรับลดสาขาวิชาที่ตกยุค-ไม่มีคนเรียนลง และปรับเพิ่มศักยภาพ-ประสิทธิภาพให้สาขาที่มีความต้องปัจจุบันสู่อนาคตสูง เริ่มปฏิบัติการกับกลุ่มวิทยาลัยระดับอาชีวะในเขต อีอีซี ต่อมาได้ปรับมาตรฐานการบริหารจัดการบุคลากรกลุ่มอาชีวะที่เรียกว่า CVM – Center of Vocational Man Power Management ที่กระชับให้การอาชีวศึกษาตอบโจทย์การพัฒนาอุตสาหกรรมยุคใหม่ที่กระจายไปทั่วประเทศ

หลักสูตรมาสเตอร์คลาส

ด้านความร่วมมือระดับ “อุดมศึกษา” ได้ร่วมพัฒนาการศึกษาให้มีความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมจัดการเรียนการสอนยกระดับศักยภาพปรับสร้างความก้าวหน้าเท่าทันสมรรถนะใหม่ ประสานให้มีการปรับหลักสูตรเป็นแบบโมดูล คู่ไปกับจัดตั้งระบบเครดิตแบงค์ (กระทรวง อว.ได้ประกาศจัดตั้งเครดิตแบงค์แห่งชาติไปแล้ว) และหนุนการจัดปรับกฎระเบียบกระทรวง อุดมศึกษาในรูป sandbox เพื่อความคล่องตัวตอบสนองความต้องการใหม่ สนับสนุนความร่วมมือการจัดการเรียนการสอนตามแบบ อีอีซี โมเดล type A และ type B และปฏิบัติการความร่วมมือสร้างการศึกษาใหม่ในโครงการ CIWIE เร่งขับเคลื่อน อีอีซี โมเดล กับสถานประกอบการ-สร้าง Ecosystem ในการพัฒนากำลังคน 3 กลุ่ม คือ กลุ่มแรก..กลุ่มที่ต้องการยกระดับปรับฐานการผลิต&บริการ จากเดิมสู่การผลิตแบบดิจิทัลกลุ่มสอง…กลุ่มที่กำลังพัฒนาร่วมมือกับเครือข่ายต่างๆ ใน อีอีซี ปัจจุบัน และกลุ่มสาม…กลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องการทักษะใหม่ (New comer) ต้องการทักษะแรงงานชั้นสูงเฉพาะทาง ฯ การขับเคลื่อนงานนี้จะก่อรูปความก้าวหน้าใหม่สนับสนุนการพัฒนาบุคลากรและการศึกษาในระยะยาว ช่วยขับเคลื่อนงาน อีอีซี ตอบโจทย์การลงทุน-ยกระดับความก้าวหน้าใหม่ในการสร้างคน-การศึกษาจากการลงทุนในอุตสาหกรรมกลุ่มเก่าและใหม่ไปด้วยกัน!
การร่วมมือกับกระทรวงแรงงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านแรงงาน ได้ร่วมจัดตั้ง-พัฒนาสถาบันพัฒนาบุคลากรสาขาเทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติและหุ่นยนต์ (MARA) เร่งปรับทักษะแรงงานรองรับความก้าวหน้าใหม่ ประสานความร่วมมือกับศูนย์ฝึกอบรมภาคเอกชนและกึ่งเอกชน อาทิ สถาบันไทย-เยอรมัน สถาบัน SIMTEC สถาบัน SMC ให้ยกระดับปรับฐานความรู้ทักษะสมรรถนะใหม่ให้แรงงานยุคใหม่ ผ่านการฝึกอบรมระยะสั้นและร่วมปรับฐานการผลิตให้อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และกลุ่ม SMEs รวมทั้งสนับสนุนการจัดทำศูนย์ข้อมูลกลางในการบริหารแรงงาน-ทักษะแรงงานให้ตรงตามต้องการ โดยทำงานกับกลุ่มงานประกันสังคมและกรมพัฒนาฝีมือแรงงานที่ คณะกรรมการ กพร.ปช. กำกับดูแลอยู่ เป็นการขับเคลื่อนงานพัฒนาบุคลากรและการศึกษาเชื่อมกับความก้าวหน้าภาคอุตสาหกรรมอย่างมีนัยสำคัญ  

คณะอนุกรรมการการบริหารทุนมนุษย์เพื่อเข้าสู่ EEC Model

ทั้งหมดคือภาพ อีอีซี โมเดล มิติการพัฒนาบุคลากรและการศึกษาที่สร้างแรงกระเพื่อมไหวในการจัดการศึกษายุคใหม่ของประเทศ ผ่านการปฏิบัติงานในเขต อีอีซี ในรูปความร่วมมือแบบเครือข่ายที่มุ่งยกระดับความก้าวหน้าใหม่ ไม่ใช่การสร้างงานยกระดับนับหัวบุคลากรที่ผลิตในแต่ละปีเท่านั้น! แต่ อีอีซี โมเดล เป็นการปรับฐานนิเวศความก้าวหน้าใหม่ของการพัฒนาบุคลากรและการศึกษาทั้งระบบที่เชื่อมประสานถึงหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องในเชิงสถาบัน ที่ทำให้มีการปรับตัว-ตื่นรู้-รับผิดชอบร่วมกันเป็นเครือข่าย เพื่อยกระดับปรับประเทศในคลื่นความเปลี่ยนแปลงของโลกยุค Future is NOW ที่เผชิญร่วมกันอยู่ในปัจจุบันขณะ!
การสร้างบุคลากรตอบโจทย์การยกระดับเศรษฐกิจสังคมคุณภาพชีวิตรวมถึงการค้นคว้าวิจัยเทคโนโลยีทั้งในรูป R&D หรือ C&D เป็นเรื่องที่ต้องเร่งสร้างความก้าวหน้าขึ้นตลอดเวลา ไม่ว่าเผชิญสถานการณ์ใดก็ตาม! ถ้าตระหนักว่า “การพัฒนาคนและการศึกษา” สำคัญต่อความก้าวหน้าของประเทศ! ซึ่งการขับเคลื่อนนี้ต้องอยู่บนฐานคิดที่ว่า “ความรู้คืออำนาจ” แต่ปัจจุบันคนระบบราชการและการเมืองไทยไม่น้อยที่จมอยู่กับความคิดแบบ “ตำแหน่งคืออำนาจ” ทำให้มีการสร้างผลงานที่มุ่งตอบโจทย์การสร้างตัวตน-สร้างอำนาจ-และแสวงประโยชน์ ฯ มากกว่าจะให้ความสำคัญต่อเป้าหมายการพัฒนาคน-การศึกษาในบบริบทความก้าวหน้าทางสังคมเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตให้เกิดขึ้นจริง!!!

(**หมายเหตุ: บทความนี้ถอดรหัสจากการปฏิบัติงานและการอธิบายความของผู้รู้-ผู้มีส่วนร่วมหลายท่าน…ขอขอบคุณ ดร.เสนาะ อูนากูล ดร.สาวิต โพธิวิหค คุณณไพโรจน์ เปี่ยมพงษ์ศาสน์ ดร.อภิชาต ทองอยู่ ดร.จุฬา สุขมานพ ดร.ชิต เหล่าวัฒนา อ.ทัศพันธ์ สุวรรณทัต ดร.ณิชากร ทองเปลว คณะทำงานฯ EEC HDC และผอ.ศูนย์ EEC Nets ทุกท่าน ด้วยความขอบคุณยิ่ง)


รับรู้มิติความสำเร็จของการปฏิรูปการศึกษาด้วย EEC Model 

อีอีซี โมเดล (EEC Model) บทสังเคราะห์ความเคลื่อนไหวของการยกระดับปรับประเทศในคลื่นการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคฐานความรู้และเทคโนโลยี

ปาฐกถา EEC HDC Awards 2023 ถอดรหัสความสำเร็จ : สถาบันไทย-เยอรมัน ขุมพลังสำคัญในการจัดอบรมหลักสูตร EEC Model Type B ยกระดับบุคลากรให้พร้อมรับ Smart Manufacturing 4.0

EEC HRD กับโมเดลทรงพลัง ปลุกกระแสปั้น บุคลากรทักษะสูง ตอบสนองการพัฒนาประเทศ