เมื่อกล่าวถึง Circular Economy หรือ เศรษฐกิจหมุนเวียน เชื่อว่าทุกคนรับรู้ตรงกันแล้วว่า แนวคิดนี้ได้รับการนำเสนอเพื่อนำมาปรับใช้ในการแก้ไขปัญหาด้านทรัพยากรและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว เป็นทางเลือกใหม่ในการพัฒนาเศรษฐกิจสู่ความยั่งยืนในอนาคต ด้วยการสนับสนุนให้ภาคอุตสาหกรรมการผลิตใช้วัตถุดิบหรือทรัพยากรที่มีอยู่ให้คุ้มค่าที่สุด ด้วยการวางแผนให้สิ่งที่ผลิตขึ้นมานั้นสามารถคืนสู่สภาพเดิมหรือพร้อมนำกลับมาใช้ใหม่ได้
ด้วยแนวคิดที่ประจักษ์แจ้งแล้วว่าดีต่อโลก ดีต่อทุกคน รวมถึงตอบโจทย์การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกนี้เอง ทำให้ Circular Economy ได้รับการตอบรับจากทั้งประชาชนและภาคอุตสาหกรรมการผลิตของไทย ที่ยินดีจะปรับให้กระบวนการผลิตของตนให้สอดรับกับแนวทางนี้ และเพื่อให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเป็นรูปธรรมในประเทศไทย ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจึงมีความตั้งใจที่จะสร้างกลไกเพื่อสร้างระบบการรับรองผลิตภัณฑ์ที่มีการผลิตที่สอดคล้องกับเศรษฐกิจหมุนเวียน ให้ได้คุณภาพและมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ
ด้วยเหตุนี้ ทาง หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) จึงได้ให้การสนับสนุนทุนวิจัยในโครงการ “การพัฒนาระบบการตรวจสอบและรับรองระบบการจัดการเศรษฐกิจหมุนเวียนองค์กรเพื่อผลักดันนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียน” โดยมี รศ.ดร.รัตนาวรรณ มั่งคั่ง ผู้อำนวยการวีกรีน เป็นหัวหน้าโครงการฯ เพื่อพัฒนาระบบการตรวจสอบและรับรองสำหรับระบบการจัดการเศรษฐกิจหมุนเวียนองค์กรของประเทศไทย ให้เป็นที่ยอมรับในระดับชาติและสากล

พร้อมกันนี้ เพื่อยกระดับการดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนสู่การประยุกต์ใช้จริงตามมาตรฐานการตรวจสอบและรับรองแห่งชาติ ภายใต้โครงการวิจัยฯนี้ยังได้พัฒนาผู้ตรวจประเมินให้มีองค์ความรู้และทักษะในการตรวจประเมินความสอดคล้องตามข้อกำหนดของระบบการจัดการเศรษฐกิจหมุนเวียนองค์กร
ขณะเดียวกัน ได้มีการจัดทำคู่มือการใช้งานสำหรับผู้ประกอบการ โดยทาง สมอ. ได้เป็นผู้ออกมาตรฐานที่ชื่อว่า มตช. 2 เล่ม 2 ว่าด้วยข้อมูลซึ่งเป็นแนวทางที่ชัดเจนสำหรับภาคเอกชนที่จะนำไปปฏิบัติ ซึ่งโครงการนี้ได้มุ่งเป้าที่การยกระดับการดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน นำไปสู่การประยุกต์ใช้และตอบสนองต่อความต้องของภาคเอกชน ในการขอรับการรับรองว่าภาคเอกชนได้นำเอาเศรษฐกิจหมุนเวียนไปประยุกต์ใช้จริง
มาในวันนี้ ทาง วีกรีน ได้จัดงานแถลงความสำเร็จของโครงการวิจัย “การพัฒนาระบบการตรวจสอบและรับรองของระบบการจัดการเศรษฐกิจหมุนเวียนขององค์กร เพื่อผลักดันเศรษฐกิจหมุนเวียน” ซึ่งภายในงาน ได้มีการบรรยายและถอดบทเรียนความสำเร็จของโครงการฯ จากทั้งตัวแทนจากวีกรีน สมอ. และผู้บริหารที่เป็นตัวแทนจากบริษัทที่ผ่านการรับรองมาตรฐานระบบการจัดการเศรษฐกิจหมุนเวียนสำหรับองค์กรเป็นกลุ่มแรกของประเทศไทย ซึ่งแนวคิดและมุมมองต่างๆ สามารถนำไปต่อยอดไปสู่การขับเคลื่อนให้ประเทศไทยก้าวสู่ประเทศผู้นำในด้าน Circular Economy แห่งภูมิภาคได้อย่างน่าสนใจ

รับรู้ที่มาของโครงการวิจัยฯ ที่สามารถขับเคลื่อนอีโคซิสเตมของ Circular Economy ดันไทยให้เป็นผู้นำเศรษฐกิจหมุนเวียนเบอร์ต้นๆ ของภูมิภาค
รศ.ดร.ธำรงรัตน์ มุ่งเจริญ คณะอนุกรรมการ แผนงานกลุ่มเศรษฐกิจหมุนเวียน บพข. ได้กล่าวชี้แจงที่มาของโครงการวิจัยฯนี้ว่า
“ความสำเร็จของการดำเนินโครงการวิจัย บพข. “CIRCULAR ECONOMY: From Policy to Practice for Business Organizations” แสดงให้เห็นว่างานด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน มีความสำคัญในระดับที่เป็นวาระแห่งชาติ และเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจ BCG”
“โดยเฉพาะในช่วงแผน 13 ปี 2566 ซึ่งที่ผ่านมา บพข. มีพันธกิจในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้วยงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรม สำหรับงานด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของโมเดลเศรษฐกิจ BCG ที่เป็นวาระแห่งชาติ”
“โดย บพข. มีเป้าหมายที่จะปิดช่องว่างและเชื่อมโยงผู้เกี่ยวข้องหลักในห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่เจ้าของแบรนด์ผลิตภัณฑ์ ผู้ผลิต ผู้บริโภค และผู้รีไซเคิล เพื่อให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเป็นรูปธรรมในประเทศไทย จึงได้ให้ทุนวิจัยเพื่อสนับสนุนการจัดทำฉลากผลิตภัณฑ์หมุนเวียน หรือ Circular Mark ซึ่งทาง V-green (วีกรีน) คณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ร่วมมือกับ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ สมอ. สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และหน่วยงานพันธมิตร พัฒนาหลักเกณฑ์การได้รับ Circular Mark นี้ขึ้น ซึ่งโครงการนี้ประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง ได้ผลิตภัณฑ์นำร่อง ที่ได้รับตรา Circular Mark ทั้งหมด 390 ผลิตภัณฑ์ จาก 30 บริษัทนำร่อง โดยเราเป็นประเทศแรกๆ ในกลุ่มประเทศอาเซียน ที่มีการรับรองผลิตภัณฑ์ในรูปแบบนี้”


“และภายใต้โครงการวิจัยนี้เรายังได้คู่มือการรับรองระบบ ซึ่งตอนนี้ทาง สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กำลังดำเนินการตรงนี้ด้วย ดังนั้นบริษัทที่สนใจก็สามารถขอตรารับรอง Circular Mark จากสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ที่เป็นสถาบันร่วมในโครงการวิจัยนี้ ในปี 2564 ได้”
“มาในปี 2565 เรามองว่าควรมีการต่อยอดจากตรารับรองผลิตภัณฑ์ เพื่อขับเคลื่อนระบบการจัดการเศรษฐกิจหมุนเวียนระดับองค์กร ภายใต้โครงการวิจัยที่ บพข. มอบทุนสนับสนุนในชื่อโครงการ “การพัฒนาระบบการตรวจสอบและรับรองของระบบการจัดการเศรษฐกิจหมุนเวียนขององค์กร เพื่อผลักดันเศรษฐกิจหมุนเวียน” ซึ่งเป็นงานที่ วีกรีน ร่วมกับ สมอ. เพื่อขยายผลจากมาตรฐานการตรวจสอบและรับรองแห่งชาติจำนวน 2 ฉบับ”
“โดยการสนับสนุนทุนวิจัยเป็นไปในรูปแบบ in-kind ซึ่งการดำเนินโครงการฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับการดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนสู่การประยุกต์ใช้จริงตามข้อกำหนดของมาตรฐานการตรวจสอบและรับรองแห่งชาติ ซึ่งเป็นการพัฒนาผู้มีความสามารถในการเป็นที่ปรึกษา ให้มีองค์ความรู้และเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางเชิงปฏิบัติและการแสดงความสอดคล้องตามข้อกำหนดของมาตรฐานระบบการจัดการเศรษฐกิจหมุนเวียนองค์กร”
“พร้อมกันนี้ ยังเป็นการพัฒนาผู้ตรวจประเมิน ให้มีองค์ความรู้และทักษะในการตรวจประเมินความสอดคล้องตามข้อกำหนดของมาตรฐานระบบการจัดการเศรษฐกิจหมุนเวียนองค์กร และพัฒนาระบบการตรวจสอบและรับรอง สำหรับระบบการจัดการเศรษฐกิจหมุนเวียนองค์กรของประเทศไทย ให้เป็นที่ยอมรับในระดับชาติและสากลจัดทำคู่มือการใช้งาน และ คู่มือการตรวจประเมิน ตามข้อกำหนดของมาตรฐานการตรวจสอบและรับรองแห่งชาติอีกด้วย”
บพข. กับภารกิจการสนับสนุนทุน เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในไทยอย่างเป็นรูปธรรม
ด้าน รศ.ดร.ธงชัย สุวรรณสิชณน์ ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ได้กล่าวในโอกาสเปิดงาน พร้อมให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงบทบาทของ บพข. ในการสนับสนุนทุนเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาระบบมาตรฐานการจัดการเศรษฐกิจหมุนเวียนของไทยว่า
“ทาง บพข. มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง กับความสำเร็จของการดำเนินโครงการวิจัย บพข. “CIRCULAR ECONOMY: From Policy to Practice for Business Organizations” ในวันนี้ ซึ่งนับเป็นความสำเร็จของการขับเคลื่อนงานในกลุ่มงานวิจัยในกลุ่มเศรษฐกิจหมุนเวียนของ บพข. ด้วย”
“โดยโครงการนี้เป็นการพัฒนาระบบการตรวจสอบและรับรอง ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนองค์กร เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียนขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม และภารกิจนี้มีความสำคัญในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจการบริหารจัดการทุนในยุทธศาสตร์ของ กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ กองทุน ววน. ที่จัดตั้งขึ้นใน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ที่มีความรับผิดชอบหลักในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ”
“ทั้งนี้ ภารกิจสำคัญของ บพข. คือ ต้องช่วยผู้ประกอบการ ให้มีความสามารถ ทักษะ มากขึ้น เพิ่มขีดความสามารถให้เหล่าผู้ประกอบการไทยสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งที่ผ่านมา นับว่ามีสัญญาณที่ดี ที่หลายองค์กรธุรกิจให้ความสำคัญกับงาน R&D หรือ Research & Development มากขึ้น”


“อย่างในเรื่องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านโครงการวิจัยฯ ของ รศ.ดร.รัตนาวรรณ มั่งคั่ง ผู้อำนวยการ วีกรีน คณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หัวหน้าโครงการฯ ซึ่งในวันนี้ได้มีการแถลงและถอดบทเรียนความสำเร็จนั้น นับเป็นอีกหนึ่งต้นแบบของโครงการวิจัยฯที่ได้รับทุนสนับสนุนจาก บพข. ที่มีความพยายามขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนหมุนเวียนของไทย ผ่านองค์ความรู้ นวัตกรรม และเทคโนโลยีต่างๆ ไปสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม”
“โดยความท้าทายในการทำงานของทาง รศ.ดร.รัตนาวรรณ และวีกรีน เราเห็นได้ชัดเจนว่า มีความพยายามในการ Connect ไม่ว่าจะเป็นความต้องการของผู้ประกอบการในรูปแบบ Demand driven โดยมองความต้องการของ “ตลาด” ว่าต้องการอะไรและไม่ได้มองแค่ความต้องการในประเทศแต่มองตลาดในระดับสากลด้วย ซึ่งชัดเจนว่าสิ่งที่ต้องทำอย่างเร่งด่วนคือ “คุณภาพ” และ “มาตรฐาน” ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายที่ให้ผู้ประกอบการไทยได้รับการยอมรับในเวทีโลกให้ได้”
“และการพิชิตเป้าหมายข้างต้น ก็ต้องสร้างระบบการ Management ที่ดี ด้วยการทำ Collaboration ที่จะเห็นว่าในการทำงานจริงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย หนึ่งในความร่วมมือที่ดี คือ การทำงานร่วมกับ สมอ. ที่เป็นหนึ่งใน Key player สำคัญที่จะส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยมีความสามารถที่จะไปแข่งขันในตลาดทั้งในและต่างประเทศได้ นอกจากนี้ ต้องเชื่อมโยงกับ Stakeholders ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น บริษัท ผู้ประกอบการ หรือที่ปรึกษาต่างๆ ด้วย”

“ด้วยกลไกการทำงานด้วยความร่วมมือกับทุกฝ่ายนี้เอง ที่นำสู่การยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทยได้จริง ดังนั้น ในวันนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่า การทำงานของ รศ.ดร.รัตนาวรรณ ทีมนักวิจัยวีกรีน และหน่วยงาน องค์กร พันธมิตรทั้งหมด บวกกับการสนับสนุนทุนของ บพข. สามารถประสบความสำเร็จและเป็นโครงการนำร่อง สร้างระบบ และมีการนำระบบนี้ไปปรับใช้ในอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทยได้จริง ในอย่างน้อย 6 อุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น เกษตรอาหาร, วัสดุก่อสร้าง, พลาสติก, บรรจุภัณฑ์, แฟชั่นไลฟ์สไตล์และพลังงานสะอาด ความสำเร็จในวันนี้ จึงแสดงออกมาในด้านการสร้างอำนาจต่อรองทางการค้าของผู้ประกอบการไทยที่มากขึ้นในตลาดด้วย”
“วันนี้ จึงเป็นมิติที่ดีที่แสดงให้เห็นว่ากลไกการบริหารจัดการทุนภายใต้การดำเนินงานของ บพข. สามารถขับเคลื่อนงานต่างๆ ไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยสิ่งที่ รศ.ดร.รัตนาวรรณ และวีกรีน ได้ทำนี้ มีส่วนทำให้ประเทศไทยได้มีความก้าวหน้าอย่างมากในการพัฒนาระบบการตรวจสอบและรับรอง สำหรับระบบการจัดการเศรษฐกิจหมุนเวียนองค์กรของประเทศไทย ให้เป็นที่ยอมรับในระดับชาติและสากล ซึ่งมีบริษัทที่ผ่านการตรวจรับรอง 26 บริษัท ที่ปรึกษาที่ผ่านการขึ้นทะเบียนกับ สมอ. 35 คน และหน่วยรับรองที่ตรวจรับรองมาตรฐาน CEMS 4 องค์กร”
“นอกเหนือจากผลลัพธ์ที่กล่าวมา ต้องบอกว่าเรายังได้สร้างในเรื่องของกำลังคน ไม่ว่าจะเป็นที่ปรึกษาที่ผ่านการขึ้นทะเบียนกับ สมอ. มาแล้ว 35 คน ดังที่กล่าวมา ที่สามารถต่อยอดไปพัฒนาทักษะให้กับกำลังคนอีกไม่น้อยกว่า 500 คน นอกจากนี้ ยังมีการตั้งหน่วยรับรองที่สามารถทำงานและช่วยผู้ประกอบการได้อย่างน้อยก็ 4 องค์กร และกำลังขยายผลไปเรื่อยๆ”
“ที่สุดแล้ว สิ่งสำคัญที่เราได้จากโครงการวิจัยฯนี้ คือ เราได้ระบบที่จะยกระดับประเทศและการดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนสู่การประยุกต์ใช้จริงตามข้อกำหนดของมาตรฐานการตรวจสอบและรับรองแห่งชาติ เป็นการพัฒนาระบบการตรวจสอบและรับรองสำหรับระบบการจัดการเศรษฐกิจหมุนเวียนองค์กรของประเทศไทย ให้เป็นที่ยอมรับในระดับชาติและสากล และมีคู่มือแนวทางเชิงปฏิบัติที่ดีของระบบการจัดการเศรษฐกิจหมุนเวียนองค์กรสำหรับอุตสาหกรรมที่สนใจด้วย”
“ดังนั้น เป็นที่น่ายินดีที่ในวันนี้เกิดความสำเร็จที่สามารถใช้เป็นต้นแบบของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนของไทยแบบจับต้องได้ ซึ่งเป็นการยืนยันว่า งานวิจัยที่ดีต้องสามารถนำปรับใช้ได้จริง และยังยืนยันด้วยว่าประเทศไทยมีความพร้อมที่จะปรับตัวตามเทรนด์โลกและความเปลี่ยนแปลงทุกด้าน ซึ่งเกิดขึ้นได้ด้วยความร่วมมือของทุกฝ่ายนั่นเอง”

เมื่อได้รับรู้ถึงที่มาของโครงการ CEMS PMUC แล้ว ในบทความตอนหหน้า รศ.ดร.รัตนาวรรณ จะได้มาถอดบทเรียนความสำเร็จของการดำเนินโครงการนี้ให้ฟัง พร้อมแชร์ประสบการณ์ตรงจากตัวแทนของบริษัทที่ผ่านการรับรองจากโครงการนี้ที่จะมาบอกเล่าแนวทางการปรับเปลี่ยนภาคอุตสาหกรรมไปสู่ Circular Economy มาบอกกัน
อัปเดตเทรนด์อุตสาหกรรมที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม
ธุรกิจโรงแรมปรับกลยุทธ์ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทางรอดในยุคโลกเดือด
จาก Smart Agriculture ถึง Climate Smart Agriculture แนวคิดใหม่ เพื่อโลกที่ยั่งยืน












