Sunday, August 30, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.73

คาร์บอนเครดิต รายได้ใหม่สวนยางพารา มูลค่ากว่า 2.4 หมื่นล้านบาท

นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยถึงผลสำเร็จของนโยบายขับเคลื่อนยางพาราไทยของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งล่าสุดราคายางพาราสูงขึ้นทะลุ 90 บาท/กก. ถือเป็นราคาสูงที่สุดในรอบ 7 ปี จากการซื้อขายผ่านสำนักงานตลาดกลางยางพาราของการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) นอกจากนี้ รัฐบาลยังสนับสนุนการสร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรกรผู้ปลูกยางพารา ผ่านการผลักดันกระบวนการซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิต เนื่องจากยางพาราเป็นไม้ยืนต้นที่สามารถช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก จึงเป็นแนวทางเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรจากการขายคาร์บอนเครดิตในสวนยาง ซึ่งคำนวณจากพื้นที่สวนยางในประเทศที่ขึ้นทะเบียนกับการยางแห่งประเทศไทยทั้งหมดกว่า 20 ล้านไร่ สามารถช่วยกักเก็บคาร์บอนได้ประมาณ 80 ล้านตัน คิดเป็นรายได้จากการขายคาร์บอนเครดิต รวมเป็นมูลค่ากว่า 24,000 ล้านบาท (ราคาซื้อขายคาร์บอนเครดิตเฉลี่ย 300 บาท/ตัน)

“อีอีซี” ว่าไง? ชาวบ้านหวั่นปัญหาเสียงเครื่องบิน “น้ำผึ้งหยดเดียว” ทำโครงการอู่ตะเภาสะดุด

จากกรณีชาวบ้านในพื้นที่สำนักท้อน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ได้ออกมาคัดค้านการทำ EHIA รวมถึงการทำ “แผนที่เส้นเสียง” เรียกร้องขอให้มีการทบทวนโครงการศึกษาความเหมาะสมโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา จากผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ รวมถึงปัญหาด้านเสียงดังจากเครื่องบินขึ้นลง หลังบริษัทฯ รับทำประเมินผลกระทบฯ ขีดเส้นสีแดง ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจาก 480 หลังคาเรือน เหลือแค่ 93 หลังคาเรือน จึงทำให้ชาวบ้านไม่สามารถยอมรับได้กับการทำแผนที่เส้นเสียงในครั้งนี้ ซึ่งไม่รู้ใช้หลักเกณฑ์อะไรมาวัดจึงเหลือหลังคาเรือนเพียง 93 หลังคาเรือนเท่านั้นที่จะได้รับการเยียวยา จึงต้องการให้มีการทบทวนโครงการใหม่ ซึ่งชาวบ้านไม่ได้คัดค้านโครงการสนามบินอู่ตะเภา แต่เป็นการคัดค้านเพื่อความเป็นธรรมจากเสียงขณะขึ้นลงของเครื่องบินที่วัดได้ถึง 80 เดซิเบล ให้มีการพิจารณาการเยียวยาให้เป็นธรรม โดยขอให้ผู้บริหารอีอีซีเห็นความสำคัญของชาวบ้านที่ขอแค่ทบทวนเส้นเสียงใหม่ โดยให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบเข้าไปมีส่วนร่วมในการทำประชาพิจารณ์ด้วย
ล่าสุดมีรายงานข่าวว่า ผู้บริหารสายงานพื้นที่ชุมชนของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ อีอีซี จะลงไปทำประชาพิจารณ์รอบใหม่ แต่ชาวบ้านก็ยังไม่ได้รับความชัดเจนในเรื่องนี้ และเกรงว่าจะมีชาวบ้านเพียงบางส่วนได้เข้าไปร่วมประชาพิจารณ์ ขณะที่ผู้ได้รับความเดือดร้อนตัวจริงไม่ได้เข้าร่วมด้วย เหมือนครั้งที่ผ่านมา ซึ่งข้อเรียกร้องของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบอยากให้พิจารณา 4 เรื่อง คือ 1.ชะลอการพิจารณาอนุมัติโครงการพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภา(ทางวิ่งและทางขับ2) 2.ยกเลิกแผนที่เส้นเสียงจากรายงาน EHIA ฉบับล่าสุด แม้จะผ่านความเห็นชอบแล้วก็ตาม 3.ทำแผนที่เส้นเสียงใหม่ โดยมีสถาบันที่น่าเชื่อถือ และ ตัวแทนชาวบ้านผู้มีส่วนได้เสียเข้าร่วมในการทำแผนที่เส้นเสียงใหม่ และ 4.การทำแบบจำลองแผนที่เส้นเสียงด้วยความเป็นธรรมและครอบคลุมผู้ได้รับผลกระทบ จะต้องมีการนำข้อมูลจริงโดยไม่มีการบิดเบือน ต้องเปิดเผยและพิสูจน์ได้ ซึ่งหากฝ่ายดูแลรับผิดชอบพื้นที่ชุมชนในอีอีซียังเพิกเฉย  ไม่มีการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาของชาวบ้าน ก็พร้อมจะยกระดับการชุมนุมขึ้นไปอีก

“นครสวรรค์” ขุมทองเศรษฐกิจแห่งใหม่ สร้างทางรถไฟเชื่อม “เมียนมา-สปป.ลาว” ต่อด้วยความเร็วสูง กลุ่มทุนใหญ่คึกคัก

รายงานข่าวจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ ระบุว่า เศรษฐกิจจังหวัดนครสวรรค์มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของภาคเหนือ รองจากเชียงใหม่และกำแพงเพชร การขยายตัวของพื้นที่สิ่งปลูกสร้างเพิ่มมากเป็นอันดับ 2 ของจังหวัดในภาคเหนือตอนล่าง รองจาก จ.เพชรบูรณ์ คิดเป็นพื้นที่กว่า 14 ตารางกิโลเมตร (+0.07%) ส่งผลให้กลุ่มทุนขนาดใหญ่ อาทิ ห้างสรรพสินค้า กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ผุดขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงกลุ่มอุตสาหกรรมไบโอพลาสติก โดยตั้งเป้าเป็น Bio Hub ครบวงจรแห่งแรกของไทย กลายเป็นชุมทางเศรษฐกิจแห่งใหม่ในรอบ 20 ปี มีโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายแม่สอด ตาก กำแพงเพชร นครสวรรค์ ที่สามารถต่อเชื่อมกับประเทศเมียนมา เส้นทางรถไฟไปยังอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น เชื่อมกับทาง สปป.ลาว รวมถึงโครงการรถไฟความเร็วสูงสายเหนือในอนาคต  

ส.อ.ท. ชงรัฐออกมาตรการ 4 ข้อกระตุ้นเศรษฐกิจแบบหวังผล วอน กนง. ลดดอกเบี้ยด่วน

นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)
นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 อยู่ที่ระดับ 90.0 ปรับตัวลดลงเล็กน้อย จาก 90.6 ในเดือนมกราคม 2567 จากหนี้ครัวเรือนที่สูง ส.อ.ท.เห็นว่าเพื่อให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจระยะต่อไปมีประสิทธิภาพเนื่องจากงบประมาณปี 2567 จะล่าช้าออกไปเป็น เม.ย.-พ.ค.จึงเสนอแนะต่อภาครัฐ 4 แนวทาง ได้แก่
1. ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและการบริโภคในประเทศ โดยเฉพาะมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง อยากให้ทำต่อเนื่องเพื่อให้การท่องเที่ยวต่างชาติบรรลุเป้า 29 ล้านคน
2. เสนอให้ภาครัฐต่ออายุมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันเชื้อเพลิง โดยตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร และตรึงราคาก๊าซหุงต้มที่ราคา 423 บาทต่อถังขนาด 15 กิโลกรัม ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 31 มีนาคม 2567 เนื่องจากขณะนี้ประชาชนมีค่าครองชีพที่สูง หากต้องปรับราคาขึ้นราคาสินค้าจะยิ่งซ้ำเติมประชาชนและเศรษฐกิจ
3. สนับสนุนให้ผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มสัดส่วนการจัดซื้อจัดจ้างผู้ประกอบการ SMEs เป็นไม่น้อยกว่า 50% ของงบประมาณจัดซื้อจัดจ้าง โดยเฉพาะในหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น
4. ต้องการให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) พิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเศรษฐกิจของไทยต่างไปจากประเทศอื่นโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา คนไทยโดนยึดรถ ยึดบ้านจากปัญหาดอกเบี้ยที่สูง ธุรกิจต้องแบกรับภาระต้นทุนดอกเบี้ยทางการเงินที่เพิ่มขึ้น กนง.จึงควรตอบโจทย์ภาวะเศรษฐกิจของไทยให้มาก อยากขอวอนให้พิจารณาเพื่อลดค่าครองชีพ และช่วยเหลือธุรกิจโดยเฉพาะ SMEs

ฟิลิปปินส์จ่อผลิต ‘กำลังคนทักษะสูง’ ด้านเซมิคอนดักเตอร์ เกือบ 1.3 แสนคน ภายในปี 2028

ฐานการผลิต Altasia
เมื่อวันจันทร์ (11 มี.ค.) เฟอร์ดินานด์ โรมวลเดซ มาร์กอส ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เผยความพร้อมในการผลิต “แหล่งรวมผู้มีความสามารถที่แข็งแกร่ง” ที่ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านเซมิคอนดักเตอร์ (semiconductor) จำนวน 128,000 คน ซึ่งรวมถึงวิศวกรและช่างเทคนิค ภายในปี 2028
มาร์กอสระบุว่าฟิลิปปินส์พร้อมตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ระหว่างการเข้าเยี่ยมคาราวะของคณะผู้แทนรัฐบาลสหรัฐฯ และคณะผู้แทนด้านการค้าและการลงทุนของประธานาธิบดี ซึ่งนำโดยจีนา ไรมอนโด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ ณ ทำเนียบประธานาธิบดีฟิลิปปินส์
ภาคเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ดำเนินการส่งออกสินค้าเป็นอันดับต้นของฟิลิปปินส์ คิดเป็นราวร้อยละ 60 ของการส่งออกสินค้าทั้งหมด โดยฟิลิปปินส์ได้รับการยอมรับว่ามีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่คุณค่าเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก โดยเฉพาะในด้านการประกอบและบรรจุภัณฑ์
มาร์กอสกล่าวว่าฟิลิปปินส์หวังมีบทบาทสำคัญในการวิจัยและพัฒนา การประกอบขั้นสูง บรรจุภัณฑ์ และข้อกำหนดการทดสอบของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งตัวเลขข้างต้นนี้ได้พิสูจน์ถึงคุณภาพของแรงงานชาวฟิลิปปินส์ที่ “เป็นคนหนุ่มสาว มีทักษะสูง เรียนรู้ไว มีความคิดสร้างสรรค์ มีประสิทธิผล และสามารถปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมที่หลากหลายได้” (ที่มา : ซินหัว)