มิตซูบิชิ อีเล็คทริค ประกาศจุดยืน ไทยจะก้าวเป็นฮับ การผลิตแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ แห่งภูมิภาคได้ ต้องไม่ทิ้ง “การพัฒนาบุคลากร” ให้มีทักษะรับการลงทุนระลอกใหม่

เชื่อว่าในวันนี้ทุกภาคส่วนต่างทราบดีถึงศักยภาพของประเทศไทย ในการเป็นศูนย์กลางการผลิตของภาคอุตสาหกรรมเป้าหมายต่างๆมากมาย ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ การผลิตแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งถ้าอ้างอิงตามข้อมูลของ สมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทย พบว่าล่าสุดเป็นอุตสาหกรรมนี้มีมูลค่ากว่า 1.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 4.7 หมื่นล้านบาท และคาดว่าภายในปี พ.ศ. 2568 จะมีมูลค่าสูงถึง 8 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2.7 แสนล้านบาท หรือเติบโตเกือบ 6 เท่าตัว เนื่องจากจะมีการลงทุนในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอีกกว่า 30 โครงการ

ด้วยอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องนี้เอง ที่ทำให้เกิดการจัดงานแสดงสินค้าและบริการวงจรอิเล็กทรอนิกส์แห่งเอเชีย หรือ เทกก้า Thailand Electronics Circuit Asia 2024 (THECA) ขึ้น กระตุ้นให้เกิดการลงทุน การสร้างโอกาสทางธุรกิจ ส่งเสริมการพัฒนาสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและผู้บริโภค รวมทั้งสร้างเครือข่ายภาคอุตสาหกรรมในระดับสากล นำไปสู่การสร้างงาน สร้างเงิน และสร้างการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศชาติต่อไป
โดยงานนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 – 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 ณ อาคาร EH101 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ซึ่งก่อนที่จะมีการจัดงานสำคัญนี้ ทางคณะผู้จัดงาน ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ร่วมกับ สมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทยและสมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ฮ่องกง ได้จัดงานแถลงข่าวเพื่อสื่อสารถึงความสำคัญของงานนี้ พร้อมจัดให้มีวงเสวนาในหัวข้อน่าสนใจ “เทกก้า งานแสดงสินค้าและบริการแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์แห่งเอเชีย พลิกโฉมอุตสาหกรรม 5.0 ด้วยเทคโนโลยีแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์”

โดย Speakers บนเวที ล้วนเป็นผู้บริหารจากบริษัทชั้นนำ ที่มีส่วนในการสร้าง Ecosystem ให้กับภาคอุตสาหกรรมการผลิต แผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ของไทย ซึ่ง บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค แฟคทอรี่ ออโตเมชั่น (ประเทศไทย) จํากัด ได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในผู้บริหารที่ได้แชร์ประสบการณ์การเป็นผู้ให้บริการระบบอัตโนมัติ Smart Factory ยุคใหม่ ที่ในปัจจุบันกำลังขับเคลื่อนไปสู่โซลูชั่น E-Factory อย่างเต็มตัว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคนี้ บีโอไอ ได้ส่งเสริมอุตสาหกรรมสมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์และบีซีจี ทำให้การลงทุนในกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จะกลายเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคตหรืออุตสาหกรรมที่ยั่งยืน ดังนั้น การใช้โซลูชั่น E-Factory จึงเป็นทางออกในกระบวนการผลิต ด้วยการนำนวัตกรรมหรืออุปกรณ์อัตโนมัติ ระบบเซ็นเซอร์ ระบบเครือข่าย ซอฟท์แวร์อัจฉริยะ มาปรับใช้นั่นเอง
ด้วยเหตุนี้ ที่ผ่านมา มิตซูบิชิ อีเล็คทริคฯ จึงให้ความสำคัญกับการให้บริการในระบบโรงงานอัตโนมัติควบคู่ไปกับการอบรมพัฒนาบุคลากร เพื่อให้สามารถควบคุมและใช้เครื่องมือได้อย่างเหมาะสมแก่โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ที่พร้อมจะเดินหน้าสู่ โซลูชั่น E-Factory ในอนาคต นั่นเอง

รับรู้ศักยภาพประเทศไทยในการเป็น “ศูนย์กลาง การผลิตแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ แห่งภูมิภาค”

ดังที่ได้เกริ่นไว้ถึงศักยภาพและขีดความสามารถของประเทศไทยในการเป็น ศูนย์กลางการผลิต แผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ครบวงจรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งบนเวทีการเสวนาในงานแถลงข่าวการจัดงาน THECA ก็ได้มีการบอกเล่าเพิ่มเติมในหลากมิติผ่านมุมมองของผู้บริหารภาคอุตสาหกรรมการผลิตแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ของไทย
พิธาน องค์โฆษิต นายกสมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทยและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จํากัด (มหาชน)
เริ่มจาก พิธาน องค์โฆษิต นายกสมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทยและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จํากัด (มหาชน) ที่กล่าวว่า
“ขอยกตัวอย่างให้เห็นในเรื่องของศักยภาพในอุตสาหกรรม การผลิตแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ของไทย ที่ในวันนี้ก้าวไปเป็นผู้นำในระดับภูมิภาคแล้ว โดยก่อนอื่นต้องขอขยายความก่อนว่า แผ่นพิมพ์วงจรอิเล็กทรอนิกส์ (Printed Circuit Board: PCB) เป็นส่วนประกอบพื้นฐานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกประเภท อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชิ้นที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวันจะต้องมีแผ่น PCB อย่างน้อย 1 ชิ้น ลักษณะเป็นแผ่นที่มีลายวงจรทองแดงเป็นทางเดินสัญญาณไฟฟ้า ใช้สำหรับต่อวางอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อประกอบเป็นวงจรแทนการต่อวงจรด้วยสายไฟ และด้วยการใช้เทคโนโลยีสูงกว่าการผลิตแผ่นพิมพ์วงจรชนิด 2 หน้าที่เคยมีมา ทำให้ปัจจุบันทางบริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ มีความสามารถในการผลิตได้ตั้งแต่ 4-24 ชั้น แผ่น PCB ที่ผลิตได้นี้จะถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ อุปกรณ์โทรคมนาคม เครื่องมือทางการแพทย์ โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เป็นต้น”

“ดังนั้น ลูกค้ากลุ่มใหญ่ของบริษัท คือ กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ บริษัทผลิตและส่งออกสหรัฐอเมริกา จีน เอเชีย โดยส่งออกเกือบร้อยละ 90 ลูกค้าหลักคือ ยุโรป คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 50.17 จำหน่ายในประเทศร้อยละ 10.49 และในวันนี้ KCE เป็นบริษัทคนไทยที่เป็นผู้ผลิต PCB อันดับที่ 6 ของอุตสาหกรรมยานยนต์ และยังถือเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ในภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับโทรคมนาคม สินค้าอุปโภคบริโภค และอิเล็กทรอนิกส์ โดยอยู่ในอันดับที่ 58 ของอุตสาหกรรม PCB ระดับโลกอีกด้วย”
“การจัดงานแสดงสินค้าและบริการวงจรอิเล็กทรอนิกส์แห่งเอเชีย หรือ เทกก้า ครั้งนี้ จึงเป็นการกระตุ้นให้เกิดการลงทุน การสร้างโอกาสทางธุรกิจ ส่งเสริมการพัฒนาสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและผู้บริโภค รวมทั้งสร้างเครือข่ายภาคอุตสาหกรรมในระดับสากล”
“ขณะเดียวกัน เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ ได้เตรียมนำสุดยอดนวัตกรรมใหม่ในหลายด้านอันเกี่ยวเนื่องกับระบบยานยนต์ ระบบเครือข่าย รวมถึงเทคโนโลยีของแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงมาจัดแสดงภายในงานอย่างครอบคลุมและครบวงจรที่สุดอีกด้วย”
เสวก ประกิจฤทธานนท์ อุปนายกและเลขานุการสมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทยและประธาน บริษัท ออโรเม็กซ์ จํากัด
ด้าน เสวก ประกิจฤทธานนท์ อุปนายกและเลขานุการสมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทยและประธาน บริษัท ออโรเม็กซ์ จํากัด ได้กล่าวถึงการผลิตแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ของทาง ออโรเม็กซ์ ที่มุ่งเน้นตอบโจทย์กลุ่มเคมีภัณฑ์ว่า
“นวัตกรรมที่โดดเด่นภายใต้การดำเนินงานของบริษัท คือ กลุ่มเคมีภัณฑ์ในแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์และกระบวนการชุบเคลือบผิว ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์และอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อันเป็นรากฐานของการพัฒนาในขั้นต่อไปของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ โดยหัวใจสำคัญของ ออโรเม็กซ์ คือ การวิจัย พัฒนาและผลิตโดยคนไทย ล่าสุดได้พัฒนาระบบการผลิตระดับนาโน ซึ่งจำเป็นต่ออุตสาหกรรมการผลิต AI Server ระบบยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก หรือ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่มีขนาดเล็กอีกหลายชนิด ทำให้ต้นทุนนั้นลดลง แต่มีความเสถียรและประสิทธิภาพดีขึ้น”
แจ๊คกี้ ชาง (Mr. Jackie Chang) กรรมการ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จํากัด มหาชน
ด้าน แจ๊คกี้ ชาง (Mr. Jackie Chang) กรรมการ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จํากัด มหาชน ก็ได้ถอดบทเรียนหัวใจสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไทยให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดสากลว่า คือ การออกแบบสินค้าและบริการให้รองรับกับความต้องการของตลาด การวิจัยและพัฒนาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม และ การอบรมและพัฒนาบุคลากร
“ปัจจุบัน เดลต้า ประเทศไทย เป็นสำนักงานใหญ่ระดับภูมิภาคและศูนย์กลางการผลิตของเดลต้าทั้งหมดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โอเชียเนีย และอินเดีย มีผลิตภัณฑ์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ระบบไฟฟ้าสำหรับเทคโนโลยีสารสนเทศ ยานยนต์ โทรคมนาคม ระบบอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมการแพทย์ ตัวแปลงไฟฟ้าและอื่นๆ สำหรับธุรกิจที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วและน่าจับตามอง ได้แก่ เครื่องชาร์จ EV ระบบอัตโนมัติในภาคอุตสาหกรรม โครงสร้างพื้นฐานของศูนย์ข้อมูล และการจัดการพลังงานอัจฉริยะในภูมิภาค การเข้าร่วมงานเทกก้าครั้งนี้ จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับเดลต้าและสร้างรากฐานสำคัญด้านการผลิตแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่ประเทศไทย”

“การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยให้เข้าสู่ยุค 4.0 ต้องไม่ทิ้งการพัฒนาบุคลากร” Key Message ที่ มิตซูบิชิ อีเล็คทริค เน้นย้ำพร้อมลงมือทำให้เห็นผลลัพธ์อย่างต่อเนื่อง

บนเวทีเดียวกันนี้ นอกจากจะได้รับรู้ถึงความน่าสนใจของอุตสาหกรรมการผลิตแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ของไทย ที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องแล้ว วิเชียร งามสุขเกษมศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค แฟคทอรี่ออโตเมชั่น (ประเทศไทย) จํากัด ยังได้มาแชร์มุมมองด้านการพัฒนาบุคลากรที่เป็นปัจจัยสำคัญสำคัญในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยให้เดินหน้าได้ตามเทรนด์ Industry 4.0 โดยหยิบเอา Success case เกี่ยวกับบทบาทของภาคอุตสาหกรรมไทย และ มิตซูบิชิ อีเล็คทริคฯ เอง ในการร่วมมือกับภาคการศึกษาทุกระดับ เพื่อผลิตบุคลากรที่มีทักษะ 4.0 ตอบสนองความต้องการของสถานประกอบการมาอธิบาย ดังนี้
“ต้องบอกว่า มิตซูบิชิ อีเล็คทริคฯ เรามีประสบการณ์ในด้านการเป็นผู้นำเสนอเทคโนโลยีในด้านระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ให้กับภาคอุตสาหกรรมไทยมาอย่างยาวนาน ซึ่งโซลูชั่นต่างๆ นั้นล้วนตอบสนองการปรับเปลี่ยนภาคกระบวนการผลิตไปสู่ Smart Manufacturing และที่ผ่านมา นอกเหนือจากการดำเนินธุรกิจในด้านการนำเสนอโซลูชั่นด้านระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ให้กับภาคอุตสาหกรรมแล้ว บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค แฟคทอรี่ ออโตเมชั่น (ประเทศไทย) จํากัด ยังมีความร่วมมือกับทั้งทาง BOI และ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EEC ในการสร้างความแข็งแกร่งให้อุตสาหกรรมให้ครบในทุกมิติ”
วิเชียร งามสุขเกษมศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค แฟคทอรี่ออโตเมชั่น (ประเทศไทย) จํากัด
“โดยเฉพาะการโฟกัสไปที่การพัฒนาภาคอุตสาหกรรมเป้าหมาย หรือ S-curve ที่สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาประเทศ โดยพุ่งเป้าไปที่อุตสาหกรรม Smart Electronic ซึ่งตั้งแต่ปี 2016 ทาง มิตซูบิชิ อีเล็คทริคฯ ได้มีความร่วมมือกับทาง EEC สร้างศูนย์ฝึกอบรม เพื่อ Reskill และ Upskill เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีสำคัญที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะในด้านออโตเมชั่นและโรโบติก หรือ ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์”
“มาในวันนี้ เราได้ร่วมมือกับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็น หน่วยงานภาครัฐ สถานศึกษา และผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ จนได้มีการจัดตั้ง EEC Automation Park ขึ้นที่ มหาวิทยาลัยบูรพา โดยศูนย์อบรมแห่งนี้เสร็จตั้งแต่ปี 2019 และมาในวันนี้ เรามีการ Reskill และ Upskill บุคลากรในสายงานออโตเมชั่นและโรโบติกไปแล้วทั้งหมด 10,000 คน ซึ่งถ้าเราจะขยับไปสู่ 4.0 เต็มระบบ ต้องเน้นการใช้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตและระบบดิจิทัลต่างๆ เข้ามาทำงาน เพื่อสามารถเก็บข้อมูลได้มากขึ้น ทำงานได้ละเอียด หลากหลาย ลดการพึ่งพาแรงงานคน และเมื่อเทรนด์เป็นเช่นนี้ ยิ่งต้องมีการเพิ่มทักษะบุคลากรให้ก้าวทันกับเทคโนโลยีดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงไป ยิ่งถ้าจะเดินหน้าสู่ ยุค 5.0 มนุษย์ต้องทำงานร่วมกับระบบออโตเมชั่นและหุ่นยนต์แบบ 100 เปอร์เซ็นต์ ทำให้บุคลากรที่ทำงานในภาคอุตสาหกรรมนั้นต้องมีความพร้อมด้วย”
“นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราต้องร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อสร้าง EEC Automation Park ขึ้น เพื่อรองรับอุตสาหกรรมใหม่ สำหรับทาง มิตซูบิชิ อีเล็คทริคฯ เอง ก็ได้บริจาคสมาร์ทโซลูชั่น ที่เป็นเครื่องมือ เครื่องจักร แพลตฟอร์มต่างๆ ให้กับทาง EEC Automation Park รวมแล้วมีมูลค่ากว่า 150 ล้านบาท”
มาในวันนี้จึงกล่าวได้ว่าเป็นความโชคดีของทาง มิตซูบิชิ อีเล็คทริคฯ และพันธมิตรทั้งหมด ที่ความร่วมมือกันในการผลิตบุคลากรเพื่อตอบสนองภาคอุตสาหกรรมที่ขยายตัวขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC ได้เกิดขึ้นอย่างทันเวลา เพราะในช่วงเวลาที่ผ่านมา ได้มีการลงทุนของภาคอุตสาหกรรมทั้งในและต่างประเทศเกิดขึ้นในพื้นที่ EEC อย่างต่อเนื่อง ทั้งด้วยภูมิรัฐศาสตร์ของประเทศไทยที่มีความเหมาะสม บวกกับมาตรการการกระตุ้นการลงทุนผ่านการมอบสิทธิพิเศษต่างๆ ของทางภาครัฐ ที่เมื่อผนวกเข้ากับการเตรียมความพร้อมในด้านบุคลากรที่มาทำงานในภาคอุตสาหกรรม เหล่านี้ล้วนประกอบกันเป็นเหตุผลที่จูงใจให้เหล่านักลงทุนและเจ้าของกิจการที่จะเข้ามาขยายฐานการผลิตในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี”
“และในวันนี้ เครือข่ายที่เราสร้างไว้ใน 3 จังหวัด EEC นั่นคือ ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา โดยเฉพาะในภาคการศึกษา ก็สามารถเปิดหลักสูตรหรือสาขาวิชาใหม่ๆ ที่ตอบสนองความต้องการกำลังคนด้านระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในตอนนี้ ในภาคมหาวิทยาลัยมีทั้งหมด 25 แห่ง ขณะที่ในสายอาชีวศึกษาก็มีอีก 23 แห่ง ที่ร่วมอยู่ในเครือข่ายนี้”

“ส่วนในภาคอุตสาหกรรมที่เป็นพันธมิตรของเราก็ได้บริจาคเครื่องไม้เครื่องมือ เครื่องจักร อันทันสมัย มาติดตั้งใน EEC Automation Park เพื่อให้ที่นี่เป็นศูนย์กลางของการอบรม เสริมทักษะ ให้กับบุคลากรทุกเพศทุกวัยในด้านระบบออโตเมชั่นและหุ่นยนต์ ที่ตอบสนองเทรนด์ Smart Factory 4.0 ซึ่งมีความสำคัญมากกับการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายใน EEC โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม Machine Maker หรือ System Integrator ที่เป็นภาคส่วนที่สามารถต่อยอดกับอุตสาหกรรมต่างๆ ใน EEC ได้เลย โดยมีประมาณ 100 บริษัท ที่มาร่วมมือกัน ซึ่งภารกิจนี้ก็สอดคล้องกันพอดีกับความตั้งใจของ มิตซูบิชิ อีเล็คทริคฯ ที่ต้องการทำ Smart Factory ที่ขยายไปยังอุตสาหกรรมยานยนต์ หรือ SME ทางด้านเคมีภัณฑ์ ตลอดจนอุตสาหกรรมอาหาร โดยในตอนนี้แต่ละโรงงานก็สามารถเข้ามาศึกษา มาดูงานระบบ Smart Factory นี้ได้ที่ EEC Automation Park
“ในวันนี้ จึงอยากถือโอกาสนี้เป็นการประกาศความพร้อมของทั้ง มิตซูบิชิ อีเล็คทริคฯ และพันธมิตรที่เป็นบริษัท System Integrator ทั้ง 100 บริษัท ว่าเราพร้อมที่จะเข้าไปเป็นที่ปรึกษาหรือเป็นพาร์ทเนอร์ในการพัฒนา ปรับเปลี่ยนไลน์การผลิตของวงการผลิต PCB หรือนักลงทุนที่จะเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมนี้ในไทย”
“และผมยังอยากเน้นย้ำว่าการปักหลักในการสร้างฐานการผลิตในประเทศไทยนั้น จำเป็นต้องมองทั้งในระยะสั้นและในระยะยาว โดยเฉพาะในระยะยาวนั้น จำเป็นต้องวางกลยุทธ์ในการพัฒนาบุคลากรในภาคอุตสาหกรรม รวมถึงการเข้าร่วมมีบทบาทในการผลิตบุคลากรผู้มีทักษะในด้านนี้กับทางภาคการศึกษาไทยด้วย”
อีอีซี ออโตเมชั่น พาร์ค

“และในตอนนี้ สิ่งที่อยากฝากถึงทุกภาคส่วน คือ ในเรื่องการ Reskill และ Upskill ของบุคลากรด้านระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ในประเทศไทย ที่ทาง มิตซูบิชิ อีเล็คทริคฯ และพันธมิตรทั้งที่เป็นหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา ได้ร่วมมือกันสร้างเป็นโมเดลต้นแบบขึ้นในพื้นที่ EEC รวมถึงการสร้าง EEC Automation Park ไว้นั้น เราไม่ได้สร้างเพื่อตอบโจทย์แค่บางอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่เราเปิดกว้างให้ทุกภาคส่วน ทั้งที่อยู่ในและนอกพื้นที่ EEC เราจึงอยากเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือทาง BOI ได้ร่วมสนับสนุนให้เกิดการนำโมเดลการปรับสร้างการศึกษาไทยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ EEC และได้ผลเป็นที่น่าพอใจ อย่างรูปแบบการจัดการเรียนการสอน EEC Model Type A และ Type B ที่เกิดผลสัมฤทธิ์ได้ด้วยความร่วมมือของภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคอุตสาหกรรม จนก่อเกิดเป็นอีโคซิสเตมนี้ ไปขยายผลไปยังพื้นที่อื่นทั่วไทย เพื่อปรับสร้างการศึกษาไทย ให้สามารถผลิตกำลังคนได้ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมได้อย่างตรงจุด”
“โดยเราคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะใช้โอกาสนี้ในการสื่อสารให้ทุกฝ่ายเห็นถึงความสำคัญของการผลิตและพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะตอบโจทย์เทรนด์เทคโนโลยีในภาคการผลิต ภาคอุตสาหกรรม ที่เปลี่ยนแปลงไป ได้อย่างทันการณ์ ซึ่งถ้าทำได้ ย่อมก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีในการดึงดูดการลงทุน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยต่อไปได้อย่างยั่งยืน”

อัปเดตการพัฒนาในภาคอุตสาหกรรมไทยทุกมิติ

อุตสาหกรรม Semiconductor ของไทย กับภาพการพัฒนาในอนาคตที่ยังคงไม่ชัดเจน

“อีอีซี โมเดล มิติการพัฒนาบุคลากรและการศึกษา” การปรับสร้างความก้าวหน้าตอบโจทย์อุตสาหกรรม&ความก้าวหน้าใหม่ ผลิตคนสู่งานสมรรถนะใหม่-รายได้สูง-มั่นคงในอาชีพ!!!

ไทยยูเนี่ยน จับมือ บพข. ประกาศความสำเร็จเป็นโรงงาน ‘อุตสาหกรรมผลิตอาหารทะเล’ ของคนไทย ที่ปล่อยน้ำทิ้งออกสู่สาธารณะเป็นศูนย์แห่งแรกในโลก

Previous articleเบื้องหลังการพัฒนา “เคหะชุมชน” หรู สไตล์ “ไต้หวัน” เพื่อแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยราคาแพงเกินเอื้อม
Next articleสาลิกาคาบข่าว Vol.95
mm
เริ่มต้นขีดเขียนในฐานะ สื่อมวลชน กับงานผู้สื่อข่าวประจำกองประชาสัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ในปี 2546 ก่อนไปหาประสบการณ์ชีวิตที่เมลเบิร์น ออสเตรเลียมา 1 ปี และกลับมายึดอาชีพ “นักเขียน” จริงจัง กับการเป็น กองบรรณาธิการนิตยสารชีวจิต 3 ปี หลังจากนั้นคิดว่าน่าจะเปลี่ยนสายไปทำงานในบริษัท PR agancy ได้ 6 เดือน เมื่อรู้ว่าไม่ถูกจริต เลยออกมาเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ประจำกองบรรณาธิการนิตยสารฟีลกู้ดอย่าง Happy+ อยู่ 1 ปี สัมภาษณ์ทั้งดาราและคนบันดาลใจ ก่อนเข้าสู่ระบบงานประจำอีกครั้งกับนิตยสาร MBA กับการเป็นนักเขียนที่รับผิดชอบในเซคชั่นหลักสูตร MBA ของสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ สั่งสมประสบการณ์อยู่ 3 ปี ก็ได้เวลา Upskill สู่งาน Online content writer ที่ใช้ความชอบและความหลงใหลในการถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ ความรู้ใหม่ๆ ในยุค Education 4.0 อุตสาหกรรมทางการแพทย์ ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์