แคมเปญ “My Japan Railway” เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 150 ปี การรถไฟญี่ปุ่น มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการเดินทางภายในประเทศในช่วงที่มีการระบาดใหญ่ ด้วยการเปลี่ยนสถานีรถไฟต่างๆ ของ JR ที่ดำเนินการโดยบริษัท JR Group 6 แห่ง (JR Hokkaido, JR East, JR Central, JR West, JR Shikoku และ JR Kyushu) ที่มีอยู่ทั่วประเทศ ให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ควรค่าแก่การไปเยือน สร้างความเชื่อมโยงทางอารมณ์ระหว่าง JR และผู้โดยสาร เพื่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น
ด้วยการพัฒนาระบบแสตมป์ดิจิทัลที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นแบบแอนะล็อกโดยใช้ตัวอักษรและรูปภาพสไตล์ภาพพิมพ์แกะไม้ จัดแสดงผลงานศิลปะที่โดดเด่น พร้อมภาพสถานที่อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งไม่ใช่แค่มอบคุณค่าด้านความสวยงามเท่านั้น แต่ยังมอบคุณค่าทางศิลปะให้กับผู้ครอบครองอีกด้วย
ทีมครีเอทีฟจาก Dentsu Inc.Tokyo ผู้รังสรรค์แคมเปญนี้กล่าวว่า “รถไฟเป็นส่วนสำคัญของชีวิตในญี่ปุ่นมาก คนญี่ปุ่นมักจะถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา ดังนั้นสำหรับแคมเปญครบรอบ 150 ปี ของการรถไฟญี่ปุ่น เราตัดสินใจเปลี่ยนความคิดนั้น โดยจินตนาการประเทศญี่ปุ่นใหม่ว่าเป็นกระดานเกมแบบโต้ตอบขนาดยักษ์ที่ผู้คนสามารถมีส่วนร่วมในการรถไฟได้ ด้วยการท่องเที่ยวตามจุดหมายปลายทางทั่วประเทศ เราเริ่มต้นด้วยการค้นหาเรื่องราวเกี่ยวกับสถานีรถไฟทั่วประเทศญี่ปุ่น ของ JR Group ในเอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์และโซเชียลมีเดีย ซึ่งเราพบว่าการรถไฟของญี่ปุ่นน่าทึ่งมากเพราะมีองค์ประกอบที่น่าดึงดูดมากมาย รวมถึงอาคารสถานี ขบวนรถไฟ และหน้าต่างรถไฟ พวกเราจึงอยากเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมของสถานี สถานที่และหมุดหมายต่างๆ ที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่นที่อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ และเสน่ห์ต่างๆ ที่ซุกซ่อนอยู่ ซึ่งจะมีเฉพาะผู้รู้จริงเท่านั้นที่รู้ ในฐานะแฟนรถไฟ พวกเราจึงดีใจมากที่ได้เพื่อแบ่งปันสิ่งนี้กับโลก”


โดยธีมในครั้งนี้คือ “การออกแบบญี่ปุ่นใหม่” เป็นโอกาสที่จะถ่ายทอดเสน่ห์ของญี่ปุ่นไปยังประเทศอื่นๆ ทำให้จำนวนมากในต่างประเทศ สามารถเรียนรู้เกี่ยวกับญี่ปุ่นได้ ผ่าน “Train Trip” อินเตอร์แอคทีฟเว็บแอปฯ สำหรับการรวบรวมแสตมป์บนสมาร์ทโฟน ที่ให้ผู้ใช้สะสมแสตมป์ดิจิทัลขณะเดินทาง จากสถานี JR กว่า 900 สถานี ทั่วประเทศญี่ปุ่น
“จากกลยุทธ์นี้ จึงกระตุ้นให้คนเข้าชมสถานีมากขึ้นและค้นพบสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ เปลี่ยนการเดินทางทุกวันเป็นผจญภัย และเป็นการมอบประสบการณ์ร่วมกันให้กับนักสะสมแสตมป์ เราทำให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในการสนทนากับแบรนด์ JR และเปลี่ยนทั้งประเทศให้เป็นสนามเด็กเล่นที่ผู้คนสามารถโต้ตอบได้ ที่สำคัญเนื่องจากลูกค้าของ JR Group มีตั้งแต่อายุ 0 ถึง 100 ปี ด้วยเหตุนี้แสตมป์เวอร์ชันดิจิทัลจึงไม่ได้มุ่งเป้าไปที่คนรุ่นใดรุ่นหนึ่งโดยเฉพาะ แต่ต้องการให้คนทุกวัยมีส่วนร่วมและรู้สึกปลาบปลื้ม โดยผู้ชื่นชอบการเดินทางโดยรถไฟสนุกกับการค้นคว้า และค้นหาว่าแต่ละสถานีมีแสตมป์อะไรบ้าง จะซื้อเอกิเบน (ข้าวกล่องรถไฟญี่ปุ่น) ที่สถานีนั้นได้ตรงไหน และอื่นๆ อีกมากมาย แคมเปญนี้จึงทำให้เกิดช่วงเวลาที่มีคุณค่ามาก”



สำหรับแสตมป์เวอร์ชันดิจิทัลที่ใช้สีประจำของ JR แต่ละบริษัท มีรูปลักษณ์เหมือนกับตราประทับของสถานีสมัยเก่า โดยระดับการซีดจางจะเปลี่ยนไปขึ้นอยู่กับว่าผู้ใช้งานกดตราประทับแรงแค่ไหน โดยจะบันทึกวันที่และเวลาที่กด รวมถึงจำนวนครั้งที่กดด้วย ซึ่งการออกแบบแสตมป์แสดงถึงประวัติความเป็นมาของ JR เช่น อาคารสถานีรถไฟต่างๆ ของ JR Group และจุดชมวิวที่น่าสนใจรอบๆ สถานีรถไฟ หากเข้าใกล้สถานี JR เป้าหมาย โดยเปิดข้อมูลตำแหน่งในสมาร์ทโฟนไว้ ก็จะได้รับตราประทับดิจิทัลสำหรับสถานีนั้นเพื่อเก็บไว้ในแอปฯ และเพื่อกระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายมีส่วนร่วมกับแคมเปญนี้อย่างแข็งขัน จึงจัดแคมเปญแจกของรางวัล โดยผู้ที่สนใจสามารถสมัครได้โดยประทับตราตามเงื่อนไข


มีอะไรน่าสนใจในแอปฯ Train Trip บ้าง
แสตมป์ดิจิทัล “STATION STAMP” ฉลองครบรอบ 150 ปี การเปิดเส้นทางรถไฟของญี่ปุ่น
เนื้อหาเสียงทั้งหมด 18 ประเภท ผ่าน “SOUND STORY” ที่สามารถฟังเสียงบรรยายที่เกี่ยวข้องกับสถานีต่างๆ
การออกแบบแสตมป์ให้เข้ากับฤดูกาลทั้งสี่ที่เป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่น (การเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลต่างๆ จะแสดงด้วยใบไม้ในฤดูใบไม้ร่วงและหิมะ)
เพิ่มแสตมป์พิเศษเชื่อมโยงกับ “ภารกิจครบรอบ 150 ปีการเปิดรถไฟ/ขบวนรถในฤดูใบไม้ร่วง”
เพื่อให้ตรงกับวันเปิดทำการของการเดินรถไฟวันแรกของญี่ปุ่นในวันที่ 14 ตุลาคม 1872 จึงได้มีการเพิ่มตราประทับที่มีการออกแบบทิวทัศน์ของบางสถานีตั้งแต่เมื่อครั้งเปิดให้บริการครั้งแรก และตราประทับของสถานีที่มีอยู่ในอดีตแต่ปัจจุบันนี้ไม่มีแล้ว
แสตมป์พิเศษที่เกี่ยวข้องกับบุคลากร เพื่อแสดงความเคารพต่อผู้คนที่ทำงานในสถานี โดยลวดลายการออกแบบมาจากพนักงานสถานีที่เคยยืนฉีกตั๋วก่อนที่ประตูตรวจตั๋วอัตโนมัติจะได้รับความนิยม แสตมป์พิเศษ “Limited Express/Shinkansen Stamp” ที่สามารถรับได้โดยมีเงื่อนไขการรับ
My Japan Jailway เจ๋งขนาดไหน ถึงจับใจคณะกรรมการ ADFEST 2024
หากวัดความสำเร็จของแคมเปญนี้จากสถิติต่างๆ พบว่ามีคนสะสมแสตมป์มากกว่า 6 ล้านดวง มีผู้ใช้งานแอปฯ Train Trip มากกว่า 1 ล้านราย และ Social Media Impression (จำนวนครั้งในการแสดงผลของโฆษณา/โพสต์ผ่านสื่อโซเชียล) มากกว่า 49 ล้านครั้ง
อันเป็นผลมาจากการที่แคมเปญอันลือลั่นนี้ได้ปรับปรุงแสตมป์แบบดั้งเดิมให้ทันสมัย ในขณะที่ยังคงรักษาความรู้สึกเชื่อมโยงกับผู้คน ส่งเสริมความสัมพันธ์ที่อบอุ่นระหว่างผู้คนและเมืองต่างๆ ในท้องถิ่นของพวกเขา ทำให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่เป็นส่วนตัวและน่าจดจำ ด้วยการผสมผสานของโลกแอนะล็อกที่กระตุ้นอารมณ์โหยหาอดีตและเทคโนโลยีดิจิทัลซึ่งสร้างประสบการณ์ออนไลน์/ออฟไลน์ ที่สมบูรณ์แบบ My Japan Railway จึงเป็นตัวอย่างของพลังแห่งการเชื่อมโยงทางอารมณ์ในด้านการตลาดผ่านการกำกับดูแลด้านศิลปะที่เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับแบรนด์ได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม การรวบรวมแสตมป์ทั้งทางกายภาพหรือทางดิจิทัล เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ระดับของงานฝีมือ การบูรณาการ และผลกระทบทางวัฒนธรรมของแคมเปญนี้มีความโดดเด่น ไม่เพียงแต่ผลิตออกมาอย่างสวยงามเท่านั้น แต่ยังมาการศึกษาวิจัยประเพณีและวัฒนธรรมมาอย่างดี รวมถึงใช้เครื่องมือและวิธีการร่วมสมัยที่ช่วยทำให้ JR สามารถสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจและน่าจดจำผ่านการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คน โดยมีการใช้สื่อต่างๆ สนับสนุน เพื่อประชาสัมพันธ์ให้แคมเปญนี้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นบิลบอร์ดภายในสถานี JR ต่างๆ โปสเตอร์ หนังสือ และรายการส่งเสริมการขายต่างๆ (กระเป๋าเดินทาง สมุดโน้ต พวงกุญแจ ถุงผ้า ปากกา ฯลฯ)

จึงไม่แปลกใจที่ My Japan Railway จะเดินหน้ากวาดรางวัลโฆษณาระดับโลกมาเพียบ รวมถึงล่าสุดจากงาน ADFEST 2024 ที่รับรางวัลกันไม่หวาดไม่ไหว รวมถึงรางวัลใหญ่ของแต่ละประเภทที่ส่งเข้าประกวด ได้แก่ รางวัล Grande | Brand Experience Lotus, รางวัล Grande | Design Lotus, รางวัล Grande | Lotus Roots, รางวัล Gold | Mobile Lotus, รางวัล Gold | Print & Outdoor Craft Lotus และทำให้ Dentsu Inc.Tokyo ได้รับรางวัลมากมายจากงาน ADFEST 2024 โดยหนึ่งในนั้นคือ Agency Of The Year และยังส่งผลให้ JR Group ได้รับรางวัล Advertiser of the Year อีกด้วย

สำหรับมุมมองที่มีต่อแคมเปญนี้ Rei Inamoto ประธานคณะกรรมการ Digital Craft งาน ADFEST 2024 และได้รับการยกย่องว่าเป็นบุคคลที่มีความคิดสร้างสรรค์มากที่สุด 25 อันดับแรกในวงการโฆษณา กล่าวว่า “My Japan Railway ใช้ว้ฒนธรรมแบบดั้งเดิม ปรับปรุงให้ทันสมัย และยกระดับความโรแมนติกของแบรนด์ นี่เป็นหนึ่งในผลงานเพียงไม่กี่ชิ้นที่สามารถมาจากเอเชียเท่านั้นและเป็นแรงบันดาลใจ ให้กับส่วนอื่นๆ ของโลก”
ด้าน Ashwini Deshpande ประธานคณะกรรมการ Design Lotus งาน ADFEST 2024 กล่าวว่า “แคมเปญครบรอบ 150 ปี My Japan Railway เป็นผลงานที่น่าตื่นตาตื่นใจในหลายๆ ด้าน มันฝังลึกอยู่ในวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่การรถไฟเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมานานกว่าศตวรรษ สถานี รถไฟ และการเดินทางมีเรื่องราวของผู้คน สถาปัตยกรรม ธรรมชาติ และแม้แต่วัฒนธรรมอาหารของญี่ปุ่น แคมเปญนี้เป็นการเฉลิมฉลองเรื่องราวเหล่านั้นอย่างแท้จริง สถานีรถไฟแต่ละแห่งจากทั้งหมด 900 สถานี ไม่น้อยไปกว่านั้น! ได้รับการตกแต่งอัตลักษณ์ด้วยภาพประกอบที่สวยงาม มีเอกลักษณ์ และกลมกลืน ซึ่งแสดงถึงจิตวิญญาณที่แท้จริงของสถานี ผู้เดินทางสามารถสแกนและรวบรวมข้อมูลระบุตัวตนเหล่านั้นเป็นแสตมป์ผ่านแอปฯ ได้”

“แคมเปญนี้ครอบคลุมมัลติมีเดียผ่านแผนที่ หนังสือ สินค้า และแน่นอนว่ารวมถึงแอปฯ ด้วย ภาพประกอบทุกชิ้นเป็นชิ้นส่วนของความมหัศจรรย์ เมื่อทุกอย่างมารวมกันเป็นระบบ ก็ถ่ายทอดคุณค่าและเรื่องราวที่สร้างขึ้นด้วยมือได้เป็นอย่างดี ฉันชอบงานนี้เพราะไอเดีย ความพิถีพิถัน งานฝีมือที่สวยงาม โปรเจกต์ที่มีขนาดใหญ่ระดับประเทศ และสุดท้ายคือความสามารถในการเข้าถึงใจคนนับล้านด้วยวิธีที่เรียบง่ายมาก”
“น่าชื่นชมในการแสดงความคิดสร้างสรรค์และการอุทิศตนที่น่าทึ่ง งานฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ของเราช่วยเติมชีวิตชีวาให้กับแบรนด์แบบดั้งเดิม โดยนำเสนอจากมุมมองใหม่ๆ ที่ดึงดูดผู้ชม” Bill Yom ประธานคณะกรรมการ Brand Experience งาน ADFEST 2024 กล่าว
ตำนานแห่งความสำเร็จและความปวดร้าวของการรถไฟญี่ปุ่น
การรถไฟแห่งชาติญี่ปุ่น (JNR) ที่รัฐเป็นเจ้าของ มีเส้นทางรถไฟประมาณ 20,000 กิโลเมตร ก่อนการเลิกกิจการและการแปรรูปในปี 1987 ซึ่งได้ก่อตั้งบริษัท JR Group ในปัจจุบันขึ้น ดังนั้น JR Group จึงเกิดจากการแปรรูปของการรถไฟแห่งชาติญี่ปุ่นซึ่งของรัฐบาลเมื่อวันที่ 1 เมษายน 1987 ประกอบด้วย บริษัทรถไฟโดยสาร 6 แห่ง บริษัทรถไฟบรรทุกสินค้า 1 แห่ง และ 2 บริษัทที่ไม่ได้ให้บริการรถไฟ คือ ได้แก่สถาบันวิจัยเทคนิคการรถไฟและบริษัท เรลเวย์ อินฟอร์เมชั่น ซิสเต็มส์ จำกัด แต่ JR Group แตกต่างจากกลุ่มบริษัทอื่นๆ ตรงที่ประกอบด้วยบริษัทอิสระ และไม่มีสำนักงานใหญ่ของกลุ่มหรือบริษัทโฮลดิ้ง เพื่อกำหนดนโยบายธุรกิจโดยรวม
เพราะฉะนั้น ถึงจะเป็น JR เหมือนกัน แต่การบริหารจัดการใดๆ แยกจากกัน โดย JR Hokkaido, JR Shikoku และ JR Freight (JRF) อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติสำหรับบริษัทรถไฟโดยสารและบริษัทรถไฟขนส่งสินค้าของญี่ปุ่นหรือที่เรียกว่าพระราชบัญญัติบริษัท JR และอยู่ภายใต้การควบคุมของสาธารณชนสำนักงานก่อสร้าง การขนส่ง และเทคโนโลยีการรถไฟแห่งประเทศญี่ปุ่น (JRTT) ในขณะที่ JR East, JR Central, JR West และ JR Kyushu ล้วนอยู่ในตลาดหุ้น นอกจากนี้ JR East, JR Central และ JR West ยังอยู่ในดัชนี Nikkei 225 และ TOPIX 100 ด้วย


แม้จะมีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ แต่ JR Group ก็เผชิญปัญหาที่ท้าทาย เพราะในขณะที่เขตเมืองยังมีผู้สัญจรจำนวนมากใช้รถไฟเป็นประจำทุกวัน แต่เส้นทางในภูมิภาคที่ประสบปัญหาจำนวนประชากรลดลง กำลังดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด เนื่องจากความสามารถในการทำกำไรที่ลดลง ทำให้รถไฟหลายเส้นทางถูกยกเลิกไปแล้ว โดยกระทรวงคมนาคม ญี่ปุ่น ระบุว่าเส้นทางภูมิภาค 45 เส้นทางที่ ทอดยาวประมาณ 1,100 กิโลเมตร รวมถึงเส้นทางของบริษัทที่ไม่ได้อยู่ภายใต้ JR Group ได้ถูกปิดตัวลงตั้งแต่ปี 2543
เส้นทางในภูมิภาคหลายเส้นทางหรือแม้ในเส้นทางในเมืองบางเส้นทาง ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกปิด เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้โดยสารลดลง เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว คณะกรรมการกระทรวงคมนาคมเสนอให้มีการสร้างโครงการที่ผู้ประกอบการรถไฟ เทศบาลท้องถิ่น และรัฐบาลกลางหารือเกี่ยวกับมาตรการในการจัดการกับเส้นทางที่มีผู้โดยสารน้อย รวมถึงการแทนที่รถไฟด้วยรถโดยสาร โดยเส้นทางที่มีผู้ใช้โดยเฉลี่ยต่อกิโลเมตรน้อยกว่า 1,000 รายต่อวัน จะต้องถูกหยิบยกมาหารือว่าจะอยู่ต่อหรือบอกลา

ในปีงบประมาณ 2020 JR Group ซึ่งดำเนินธุรกิจบริการรถไฟระหว่างเมืองเป็นส่วนใหญ่ (รวมถึงรถไฟความเร็วสูงชินคันเซ็น) และบริการรถไฟโดยสารประจำทาง มีรายได้ประมาณ 4.26 ล้านล้านเยน โดยเป็นรายได้จากค่าโดยสารรถไฟ ลดลงจากประมาณ 4.26 ล้านล้านเยน ในปีก่อนหน้า ซึ่งแสดงให้เห็นถึงผลกระทบด้านลบของการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ที่มีต่ออุตสาหกรรมนี้
ด้วยความสำเร็จอย่างล้นหลามของแคมเปญ My Japan Railway จึงเป็นนิมิตรหมายอันดีที่อาจนำไปสู่การพลิกชะตาหรือต่อชีวิตให้กับ JR หลายสถานีและอีกหลายเส้นทาง หนึ่งในตัวอย่างผลลัพธ์จากแคมเปญนี้ที่ทำให้การท่องเที่ยวภายในประเทศญี่ปุ่นคึกคักก็คือสถานีที่ห่างไกลอย่าง JR Nishi Oyama ที่ผลงานสุดสร้างสรรค์นี้ทำให้ผู้คนรู้จักสถานี JR แห่งนี้มากขึ้น
มองเผินๆ สถานีนี้อาจดูเหมือนสถานีรถไฟ JR ระยะไกลอื่นๆ แต่ทว่ากลับมีเสน่ห์มากมายรอผู้มาเยือน ที่นี่เป็นสถานีแบบชานชาลาเดียวที่มีรางเดียวที่นำรถไฟเข้าและไปจากทั้งสองทิศทาง ชานชาลากว้าง 2 เมตรมีม้านั่งเดี่ยวสำหรับรอผู้โดยสาร ขณะที่เสาโอเบลิสค์สีขาวประกาศข้อเท็จจริงที่ว่าสถานีตั้งอยู่ที่ละติจูด 31 องศา 11 นาทีทางเหนือ ทำให้เป็นสถานี JR ที่อยู่ทางใต้สุดในญี่ปุ่น


รอบๆ สถานี จะสามารถมองเห็นทุ่งกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยดอกไม้ตามฤดูกาล เช่น ในเดือนมกราคม จะได้เห็นดอกหัวผักกาดบานสะพรั่ง และกลับมาอีกครั้งในปลายเดือนสิงหาคมก็จะได้ชมทุ่งทานตะวันอันสุกใสที่ทอดยาวไปบนท้องฟ้า ส่วนในระยะไกลเผยให้เห็นภูเขาไฟไคมอนดาเกที่สูงตระหง่านเหนือพื้นที่กว่า 900 เมตร เนื่องจากมีรูปร่างทรงกรวย จึงมักถูกเรียกว่าซัตสึมะฟูจิ
สำหรับสถานีนี้เปิดให้บริการในปี 1960 ตั้งอยู่ในเขตยามากาวะ-โอยามะ เมืองอิบุสุกิ จังหวัดคาโงชิมะ และได้รับการพิจารณาว่าเป็นสถานีรถไฟที่อยู่ทางใต้สุดของญี่ปุ่นมายาวนาน โดยได้รับเกียรติจากการจัดแสดงป้ายที่ระลึกเต็มรูปแบบในบริเวณดังกล่าว อย่างไรก็ตาม สถิติดังกล่าวสิ้นสุดลงเมื่อโมโนเรลสถานีอกามิเนะ เปิดให้บริการในเมืองนาฮะของโอกินาว่าในปี 2546 กระนั้น JR Nishi Oyama ยังคงเฉลิมฉลองจุดยืนอันเป็นเอกลักษณ์ของตนโดยการสร้างป้ายใหม่โดยประกาศว่าเป็นสถานี JR ทางใต้สุดในประเทศ โดยเน้นย้ำถึงความร่วมมือกับบริษัท Japan Railway
เครือข่ายรถไฟใยแมงมุมในญี่ปุ่นไม่ได้มีเฉพาะ JR
เพื่อทำความเข้าใจในระบบรถไฟอันซับซ้อนของญี่ปุ่นให้มากขึ้น พึงทราบว่าระบบรถไฟของแดนอาทิตย์อุทัยแบ่งได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่ รถไฟ JR รถไฟใต้ดิน และรถไฟเอกชนอื่นๆ โดย JR รับผิดชอบรถไฟหัวกระสุนชินคันเซ็น ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังที่เชื่อมเมืองใหญ่ๆ ของญี่ปุ่น รวมถึงเครือข่ายรางรถไฟที่เชื่อมต่อพื้นที่รถไฟใต้ดินกับพื้นที่ในชนบทดังที่กล่าวมาแล้ว ขณะเดียวกัน JR ยังเป็นเครือข่ายที่ครอบคลุมภายใต้ Japan Rail Pass ซึ่งช่วยให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางทั่วประเทศญี่ปุ่นได้ในราคาส่วนลดพิเศษ
ส่วนระบบรถไฟใต้ดินของโตเกียวแบ่งออกเป็น 2 ราย ได้แก่ โตเกียวเมโทร ดำเนินการโดยบริษัท โตเกียวเมโทร จำกัด และรถไฟใต้ดินโทเอ (TOEI) ดำเนินการโดยสำนักงานขนส่งนครโตเกียว
นอกจากนี้ ยังมีบริษัทรถไฟเอกชนรายใหญ่ 7 ราย ในโตเกียว ได้แก่ Odakyu Electric Railway, Keio Corporation, Keikyu Corporation, Keisei Electric Railway, Seibu Railway, Tokyu Corporation และ Tobu Railway
ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีโตเกียวโมโนเรลที่วิ่งระหว่างสนามบินฮาเนดะ และรถไฟฟ้าสาย Rinkai ของ Tokyo Waterfront Area Rapid Transit โดยสถานีขนาดใหญ่ เช่น สถานีชินจูกุ สถานีอิเคะบุคุโระ สถานีโตเกียวสถานีชิบุยะและอื่นๆ ให้บริการหลายสาย และช่วยให้ผู้โดยสารสามารถต่อรถระหว่างบริษัทรถไฟต่างๆ ได้อย่างสะดวกโดยไม่ต้องออกจากสถานี
ที่มา :
- งาน ADFEST 2024
- Train Trip
- グランプリ受賞「MY JAPAN RAILWAY」 デジタル版スタンプで鉄道にもう一度出会う
- 150 Years On, Japan’s Railways Form Essential Infrastructure
- Many charms await you at Japan’s southernmost station
- Revenue of Japan Railways (JR) companies from passenger railroad transportation in Japan from fiscal year 2011 to 2020

















