อุตสาหกรรมการบินเป็นวิธีการเดินทางที่ปลอดภัย รวดเร็ว และเชื่อถือได้ แต่ทุกวันนี้ โลกของเราต้องการสิ่งที่มากกว่านั้นนั่นคือ “ความยั่งยืน”
ปัจจุบันอุตสาหกรรมการบินคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 2 ถึง 3% ของการปล่อยก๊าซคาร์บอนทั่วโลก เมื่อนับการปล่อยก๊าซที่ไม่ใช่ CO2 แต่ก็เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่กำจัดคาร์บอนได้ยากที่สุด ด้วยเหตุนี้การมีส่วนร่วมโดยรวมของอุตสาหกรรมการบินต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศก็สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเนื่องจากความต้องการการเดินทางทางอากาศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นโลกจึงต้องการวิธีแก้ปัญหาเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนในอุตสาหกรรมการบินในปัจจุบัน และทางออกนั่นคือเชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน หรือเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel; SAF)
จากการคาดการณ์ของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ระบุว่าการเดินทางทางอากาศจะเพิ่มขึ้นสองเท่าภายในปี 2583 ขณะที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศได้ตั้งเป้าหมายสำหรับอุตสาหกรรมที่จะบรรลุการปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593
หนึ่งในสายการบินที่กระตือรือร้นในเรื่องนี้มากคือ “สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส” ที่นำร่องสั่งซื้อเชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืนจากบริษัทฟินแลนด์มาลอตใหญ่

สิงคโปร์ แอร์ไลน์สลงนามข้อตกลงประวัติศาสตร์เพื่อซื้อเชื้อเพลิงเครื่องบินเจ็ตที่ยั่งยืน 1,000 ตันจาก Neste ของฟินแลนด์
เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืนของ Neste ผลิตจากขยะหมุนเวียนและวัตถุดิบตกค้าง 100% เช่น น้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วและขยะไขมันสัตว์ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากถึง 80% ตลอดวงจรชีวิตของเชื้อเพลิง เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้เชื้อเพลิงเครื่องบินแบบธรรมดา SAF ถูกผสมกับเชื้อเพลิงเครื่องบินเจ็ททั่วไปก่อนใช้งาน และทำงานได้อย่างราบรื่นกับเครื่องยนต์เครื่องบินและโครงสร้างพื้นฐานการเติมเชื้อเพลิงที่มีอยู่เดิม
คำสั่งซื้อ SAF ลอตใหญ่ของสายการบินสิงคโปร์ แอร์ไลน์สเกิดขึ้น หลังทางการสิงคโปร์ระบุเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า จะกำหนดให้สายการบินต่างๆ ที่เดินทางออกจากประเทศค่อยๆ ใช้เชื้อเพลิงเครื่องบินคาร์บอนต่ำตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนอุตสาหกรรมการบินที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
โดยสายการบินต่างๆ จะต้องใช้เชื้อเพลิงเครื่องบินผสมที่มี SAF 1% ในปี 2569 และค่อยๆ เพิ่มขึ้นเป็นระหว่าง 3-5% ภายในปี 2573 ซึ่ง SAF สามารถประกอบด้วยเชื้อเพลิงเครื่องบินผสมได้มากถึง 50%

สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส ระบุว่าจะสั่งซื้อ SAF จำนวน 2.8 ล้านลิตร (ราว 1,000 ตัน) จาก Neste ซึ่งเป็นการซื้อเชื้อเพลิงเครื่องบินคาร์บอนต่ำครั้งแรกจากโรงกลั่นของบริษัทฟินแลนด์ที่ตั้งอยู่ในชางงี
สายการบินชั้นนำลงนามข้อตกลงกับ Neste เพื่อซื้อ SAF เพื่อผสมผสานกับเชื้อเพลิงทั่วไปสำหรับใช้งานโดยสายการบินและกลุ่มธุรกิจราคาประหยัด (สายการบิน Scoot) ตามแถลงการณ์ร่วมที่ออกโดยบริษัททั้งสามแห่ง
ทั้งนี้การขยายโรงกลั่น Neste ที่ชางงี ประเทศสิงคโปร์เสร็จสมบูรณ์เมื่อปีที่แล้ว และขณะนี้มีกำลังการผลิตเชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน 1 ล้านตันต่อปี ทำให้โรงกลั่นแห่งนี้กลายเป็นโรงงานที่ผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในโลก
Neste เตรียมส่งมอบ SAF แบบผสมโดยตรงไปยังระบบจ่ายเชื้อเพลิงของสนามบินชางฮี ในไตรมาสที่สองและในไตรมาสที่สี่ของปีนี้ เพื่อเสริมศักยภาพด้านซัพพลายเชน SAF แบบครบวงจรในสิงคโปร์
“ข้อตกลงกับ Neste ถือเป็นหลักชัยสำคัญในการเดินทางของ SIA Group ที่ต้องการให้มีเชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืนอย่างน้อย 5% ในการเติมเชื้อเพลิงทั้งหมดของเราภายในปี 2573 ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของเรา ทั้งในสิงคโปร์และทั่วโลก มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง ในเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอนในระยะยาวของเรา อุตสาหกรรมการบินที่ยั่งยืนมากขึ้นจะทำให้มั่นใจได้ว่าคนรุ่นต่อๆ ไปจะยังคงได้รับประโยชน์จากการเชื่อมต่อระดับโลก ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ และการเชื่อมโยงผู้คนที่การเดินทางทางอากาศส่งเสริม” Lee Wen Fen ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความยั่งยืนของสิงคโปร์ แอร์ไลน์ส กล่าว
“การจัดหา SAF ที่ผลิตในท้องถิ่นให้แก่สนามบินชางงีถือเป็นหลักชัยสำคัญในการเดินทางของเราในการสนับสนุนอุตสาหกรรมการบินและรัฐบาลในภูมิภาคนี้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และหวังว่าจะมีการสนับสนุนให้มีการนำ SAF ไปใช้อย่างกว้างขวางทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก” Alexander Kueper รองประธานฝ่ายการบินหมุนเวียนของ Neste กล่าว
สิงคโปร์ระบุเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ว่า จะต้องให้สายการบินต่างๆ ที่เดินทางออกจากประเทศค่อยๆ ใช้เชื้อเพลิงเครื่องบินคาร์บอนต่ำตั้งแต่ปี 2569 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนอุตสาหกรรมที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
“การจัดหา SAF ที่ผลิตในท้องถิ่นให้แก่สนามบินชางงีถือเป็นหลักชัยสำคัญในการเดินทางของเราในการสนับสนุนอุตสาหกรรมการบินและรัฐบาลในภูมิภาคเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก” Alexander Kueper รองประธานฝ่ายการบินหมุนเวียนของ Neste กล่าว
นอกจากสิงคโปร์ แอร์ไลน์สแล้ว Neste ยังจัดหาเชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืนให้กับอีกหลายสายการบิน เช่น “แอร์นิวซีแลนด์” โดยจัดหา SAF ให้สายการบินนี้ที่สนามบินนานาชาติลอสแอนเจลีส

Neste และแอร์นิวซีแลนด์ได้ลงนามในข้อตกลงสำหรับการจัดหา SAF จำนวน 9 ล้านลิตร (ประมาณ 7,200 ตันหรือ 2.4 ล้านแกลลอน) ข้อตกลงดังกล่าวถือเป็นการซื้อเชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืนครั้งใหญ่ที่สุดจาก Neste โดยสายการบินใดๆ นอกอเมริกาเหนือและยุโรป เพื่อจัดส่งก่อนสิ้นปี 2567
“การดำเนินงานของแอร์นิวซีแลนด์ ด้วยการลดการปล่อยคาร์บอนถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับความสามารถในระยะยาวในการเชื่อมโยงชาวนิวซีแลนด์กับโลก ตลอดจนสนับสนุนภาคการค้าและการท่องเที่ยวของประเทศ และ SAF ก็เป็นปัจจัยสำคัญในเรื่องนี้” Dame Therese Walsh ประธานแอร์นิวซีแลนด์กล่าว
“เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืนในปัจจุบันเป็นเพียงทางออกเดียวในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการบินระยะไกลได้อย่างมาก แต่ปัจจุบันมีสัดส่วนไม่ถึง 1% ของอุปทานเชื้อเพลิงทั่วโลก เพื่อให้การบินบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 อุตสาหกรรม SAF จะต้องขยายขนาดอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าอุปทาน SAF จะมีน้อยเมื่อเทียบกับปริมาณการใช้เชื้อเพลิงโดยรวมของสายการบิน แต่ก็มีขนาดเป็น 9 เท่าของการจัดส่ง SAF ครั้งแรกของแอร์นิวซีแลนด์จาก Neste ในปี 2565 และแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือที่เพิ่มมากขึ้นระหว่างสององค์กรที่มีแนวคิดเหมือนกันเพื่อพัฒนาการจัดหาและการใช้ SAF” เขากล่าวเสริม
สำหรับ Neste ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2491 เป็นผู้ผลิตเชื้อเพลิงที่ยั่งยืนและโซลูชั่นวัตถุดิบทดแทนชั้นนำของโลกสำหรับการใช้ในอุตสาหกรรมโพลีเมอร์และเคมีภัณฑ์ต่างๆ มีเป้าหมายในการเป็นผู้นำระดับโลกในด้านโซลูชั่นหมุนเวียนและหมุนเวียน โดยกำลังใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมเพื่อเปลี่ยนของเสียและทรัพยากรอื่นๆ ให้เป็นเชื้อเพลิงหมุนเวียนและวัตถุดิบหมุนเวียน เพื่อช่วยให้บริษัทต่างๆ ดำเนินการทันทีเพื่อให้บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน
โดยได้สนับสนุนลูกค้าในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างน้อย 20 ล้านตันต่อปีภายในปี 2573 และตลอด 5 ปีที่ผ่านมา โซลูชั่นหมุนเวียนของ Neste ได้ช่วยให้ลูกค้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เกือบ 50 ล้านตัน
อย่างไรก็ตาม SAF มีราคาแพงกว่าน้ำมันเครื่องบินทั่วไปประมาณ 3-5 เท่า และเจ้าหน้าที่จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากตั๋วโดยสารเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่าย ซึ่งถูกมองว่าผลักภาระให้ผู้บริโภค
SAF ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือหลักในการลดการปล่อยคาร์บอนในภาคการบิน แต่นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายแล้ว เทคโนโลยีนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นอีกด้วย
ที่มา :
- Singapore Airlines Group orders sustainable aviation fuel from Neste
- Singapore Airlines signs historic deal to buy 1,000 tonnes of sustainable jet fuel from Finland’s Neste
- Sustainable Aviation Fuel (SAF)
- Neste to supply sustainable aviation fuel to Air New Zealand at Los Angeles International Airport













