
ดร.คงกระพัน เผยวิสัยทัศน์ พร้อมนำ ปตท. แข็งแรงร่วมกับสังคมไทยและเติบโตระดับโลก บนหลัก “ยั่งยืนอย่างสมดุล”
ดร.คงกระพัน อินทรแจ้งวันนี้ (13 พฤษภาคม 2567) ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง เข้าดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นวันแรก พร้อมขับเคลื่อน ปตท. ด้วยวิสัยทัศน์ “ปตท. แข็งแรงร่วมกับสังคมไทยและเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน” โดยการสร้างความแข็งแรงร่วมกับสังคมไทย และการสร้างการเติบโตทางธุรกิจ ต้องอยู่บนพื้นฐานหลักการของ “ความยั่งยืนอย่างสมดุล” ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี
ดร.คงกระพัน เปิดเผยแนวคิดการบริหารธุรกิจ ประกอบด้วย
“บริหารธุรกิจแบบยั่งยืนในทุกมิติ” การที่องค์กรจะดำเนินไปได้ ธุรกิจต้องมีกำไร แต่เป็นกำไรที่เหมาะสมและยั่งยืน ไม่เน้นกำไรระยะสั้น ธุรกิจต้องเป็นประโยชน์กับประเทศไทย ช่วยสังคมไทย SME และเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม
“การลงทุนต้องเกิดประโยชน์ทั้งกับองค์กรและประเทศ” จากสถานการณ์โลกที่ผันผวนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ปตท. ต้องมีความคล่องตัว มี Agility ธุรกิจใดที่ดี ต้องเร่งต่อยอดขยายผล แต่หากธุรกิจใดที่เคยดี หรือไม่ perform แล้ว ก็ต้องมีความกล้าที่ออกจากธุรกิจอย่างชาญฉลาดและรวดเร็ว
“สร้างความเชื่อมั่นให้ทุกภาคส่วน” การทำธุรกิจและการบริหารจัดการต้องโปร่งใส ทำเรื่องบรรษัทภิบาลอย่างจริงจัง
สิ่งสำคัญมากๆ คือ “บุคลากร” ปตท. มีบุคลากรที่เก่ง มีความรู้ความสามารถ ต้องสร้างพลังให้เกิดความร่วมมือ พาองค์กรก้าวผ่านทุกความท้าทาย ต้องทำให้ “ปตท. แข็งแรงร่วมกับสังคมไทยและเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน” ดร.คงกระพัน กล่าว

นายกฯ อบจ.ระยอง โวยหน่วยงานรัฐไม่จริงใจแก้ปัญหาไฟไหม้โรงงานวินโพรเสส กระทบชาวบ้านลามลงทุนอีอีซี
m.mgronline.com
นายปิยะ ปิตุเตชะ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง เปิดเผยถึงความคืบหน้าเหตุไฟไหม้โรงงานสารเคมีวินโพรเสส ม.4 ต.บางบุตร อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ที่ผ่านมานานถึง 22 วันและยังคงมีไฟปะทุขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ที่เกิดไฟไหม้อีกภายในโกดังที่ 3 ซึ่งเป็นพื้นที่เก็บกากสารเคมีอะลูมิเนียมดรอส จนทำให้มีควันไฟสีดำพวยพุ่งออกนอกโรงงาน ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านที่ได้สูดดมกลิ่นควันไฟจนมีอาการแสบจมูกและแสบตาเป็นวงกว้าง โดยไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาตอบคำถามให้ชาวบ้านได้ว่าสารเคมีไฟไหม้ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วโรงงานจะบริหารจัดการกันอย่างไร
ในส่วนของ อบจ.ระยอง ได้แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในเรื่องของการขุดดักสารเคมีเข้มข้นที่เกิดจากการชะล้างในโรงงานที่มีอยู่ประมาณ 250,000 คิว ซึ่งเป็นการทำงานแข่งกับเวลาเพื่อให้ทันช่วงหน้าฝน โดยเฉพาะในเขตพื้นที่โรงงานขุดไปที่ใดก็เจอแต่สารเคมีที่ฝังไว้ใต้ดิน ถ้าปล่อยไว้ปัญหาจะยิ่งกระทบวงกว้าง ซึ่ง อบจ.ระยอง ได้ใช้รถแบ็กโฮและเครื่องจักรหนักเข้ามาช่วยขุดคันดินรอบโรงงานไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำปนเปื้อนไหลออกสู่ภายนอกเท่านั้น แต่ในส่วนของการแก้ไขปัญหาในระยะยาวคือการขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือ กรมโรงงานอุตสาหกรรม เป็นเจ้าภาพในการบริหารจัดการโดยเร็วที่สุด เพราะความเชื่อมั่นของประชาชนถือเป็นเรื่องสำคัญ และ จ.ระยอง เป็นเมือง EEC ที่จะต้องมีการสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน แต่เรื่องแค่นี้ยังแก้ไขกันไม่ได้ สุดท้ายนักลงทุนจะหนีกันไปหมด

เศรษฐกิจฝืด ผู้ปกครองปรับลดค่าเรียนพิเศษ/กวดวิชา/เสริมทักษะ เลือกเฉพาะวิชาที่จำเป็น

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินมูลค่าการใช้จ่ายในด้านการศึกษาสำหรับบุตรหลานของผู้ปกครองในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลในช่วงเปิดเทอมใหญ่ปี 2567 เพิ่มขึ้นเพียงประมาณ 2.3% เทียบกับผลสำรวจในช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือมีมูลค่าประมาณ 2.9 หมื่นล้านบาท โดยค่าเทอมและค่าธรรมเนียม (คำนวณในส่วนของโรงเรียนรัฐและเอกชน ไม่รวมโรงเรียนนานาชาติ) ปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2.6% จากผลสำรวจในปีที่ผ่านมา หรือมีมูลค่า 24,430 ล้านบาท ส่วนหนึ่งมาจากโรงเรียนเอกชนบางแห่งมีการปรับค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสำหรับนักเรียนเข้าใหม่ เนื่องจากต้นทุนการทำธุรกิจอย่างค่าจ้างบุคลากร หรือค่าสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้น
ค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษา เช่น ค่าใช้จ่ายในการซื้ออุปกรณ์การเรียน ชุดนักเรียน รองเท้า เป็นต้น เพิ่มขึ้นเพียง 1.9% จากผลสำรวจในปีที่ผ่านมา หรือมีมูลค่า 2,750 ล้านบาท ซึ่งผู้ปกครองจะเลือกซื้อในช่วงที่มีการจัดโปรโมชั่น
ค่าเรียนพิเศษ/กวดวิชา และเสริมทักษะลดลง 0.7% จากผลสำรวจในปีที่ผ่านมา หรือมีมูลค่า 1,490 ล้านบาท โดยผู้ปกครองบางกลุ่มมีการปรับลดวิชาเรียน เลือกเรียนเฉพาะวิชาที่จำเป็น เมื่อสถานการณ์เศรษฐกิจดีขึ้นผู้ปกครองคงจะให้บุตรหลานเรียนกวดวิชาและเสริมทักษะเพิ่มเติม
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าใช้จ่ายรายวันสำหรับบุตรหลานไปโรงเรียน คงที่หรือไม่เปลี่ยนแปลงจากผลสำรวจในปีที่ผ่านมา

เปิด 5 ทำเลดัชนีค่าเช่าบ้าน-คอนโดพุ่งสูงสุดในกรุงเทพฯ ราคา 10,000-30,000 บาท/เดือนมาแรง


ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) แพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ของไทย เผยภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ ในกลุ่มที่อยู่อาศัยให้เช่าส่วนใหญ่จะอยู่ที่ระดับค่าเช่า 10,000-30,000 บาท/เดือน มากที่สุดด้วยสัดส่วน 41% เมื่อแบ่งตามประเภทอสังหาฯ พบว่า คอนโดฯ ในระดับค่าเช่า 10,000-30,000 บาท/เดือน มีจำนวนมากที่สุด 43% ส่วนทาวน์เฮ้าส์ในระดับค่าเช่า 10,000-30,000 บาท/เดือน และ 50,000-100,000 บาท/เดือน ครองตลาดด้วยสัดส่วน 30% เท่ากัน ขณะที่บ้านเดี่ยวส่วนใหญ่จะอยู่ในระดับค่าเช่ามากกว่า 100,000 บาท/เดือน ด้วยสัดส่วน 56%
สำหรับทำเลที่มีดัชนีค่าเช่าเพิ่มขึ้นมากที่สุดในกรุงเทพฯ ในไตรมาสล่าสุด ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ รอบนอกและพื้นที่นอกเขตศูนย์กลางธุรกิจ ได้แก่
อันดับ 1 เขตทวีวัฒนา ค่าเช่ากลางเฉลี่ยอยู่ที่ 207 บาท/ตารางเมตร/เดือน เพิ่มขึ้น 60% และเพิ่มขึ้น 40%
อันดับ 2 เขตสะพานสูง ค่าเช่ากลางเฉลี่ยอยู่ที่ 458 บาท/ตารางเมตร/เดือน เพิ่มขึ้น 20% แต่ลดลง 10%
อันดับ 3 เขตดินแดง ค่าเช่ากลางเฉลี่ยอยู่ที่ 137 บาท/ตารางเมตร/เดือน เพิ่มขึ้น 19% และเพิ่มขึ้น 29%
อันดับ 4 เขตบางเขน ค่าเช่ากลางเฉลี่ยอยู่ที่ 131 บาท/ตารางเมตร/เดือน เพิ่มขึ้น 14% และเพิ่มขึ้น 21%
อันดับ 5 เขตวังทองหลาง ค่าเช่ากลางเฉลี่ยอยู่ที่ 103 บาท/ตารางเมตร/เดือน เพิ่มขึ้น 11% และเพิ่มขึ้น 15%

เซาธ์ออสเตรเลียเล็งห้าม ‘เด็ก’ ต่ำกว่า 14 ปี เล่นโซเชียลมีเดีย
(แฟ้มภาพซินหัว : เด็กนักเรียนร่วมถ่ายภาพหมู่ก่อนการแข่งขันร้องเพลงจีนของออสเตรเลีย ปี 2023 ในเมืองแอดิเลดของออสเตรเลีย วันที่ 18 พ.ย. 2023) // www.xinhuathai.comปีเตอร์ มาลินอสคัส ผู้ว่าการรัฐเซาธ์ออสเตรเลียของออสเตรเลีย เปิดเผยแผนการห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 14 ปี ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีการแต่งตั้งโรเบิร์ต เฟรนช์ อดีตหัวหน้าผู้พิพากษาศาลสูงแห่งออสเตรเลีย ดำเนินการตรวจสอบข้อปฏิบัติทางกฎหมายของการบังคับใช้คำสั่งห้ามลักษณะดังกล่าวเป็นครั้งแรกของออสเตรเลีย
สำนักข่าวซินหัว ระบุ เมื่อวันอาทิตย์ (12 พ.ค.) มาลินอสคัสกล่าวว่ารัฐบาลรัฐเซาธ์ออสเตรเลียออกข้อเสนอที่ว่าประชาชนในรัฐที่มีอายุต่ำว่า 14 ปี จะถูกห้ามใช้งานสื่อสังคมออนไลน์หรือโซเชียลมีเดีย ส่วนผู้มีอายุ 14-15 ปี จะต้องได้รับความยินยอมจากพ่อแม่ผู้ปกครองหากต้องการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์
มาลินอสคัสอธิบายว่า มีผลการตรวจสอบและหลักฐานผลกระทบมากมายที่บ่งชี้ว่าสื่อสังคมออนไลน์เป็นอันตรายต่อสุขภาพจิตและพัฒนาการของเด็ก โดยมีการใช้แอดดิคทีฟ อัลกอริทึม (addictive algorithm) มาดึงดูดเด็กวัยรุ่นในวิถีทางที่จิตใจอันกำลังพัฒนาของพวกเขามิอาจรับมือได้
“ตอนนี้เด็กๆ ตกอยู่ในอันตราย จึงไม่ควรเสียเวลาเปล่าอีกต่อไป” มาลินอสคัสกล่าว พร้อมเสริมว่ากฎเกณฑ์และข้อบังคับของคำสั่งห้ามนี้ อาจมีลักษณะเหมือนกับคำสั่งห้ามชาวออสเตรเลียที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี เข้าถึงการพนันออนไลน์
ทั้งนี้ ข้อมูลจากอีเซฟตี คอมมิชชันเนอร์ (eSafety Commissioner) ของรัฐบาลกลางออสเตรเลียในปี 2021 ระบุว่า วัยรุ่นออสเตรเลียใช้เวลาบนโลกออนไลน์เฉลี่ย 14.4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และใช้บริการสื่อสังคมออนไลน์เฉลี่ย 4 แพลตฟอร์ม
Post Views: 1,835