NEWS DIGESTสาลิกาคาบข่าว Vol.139By salika - May 18, 2024FacebookXPinterestLINE นายกฯ หารือผู้ว่าแคว้นลอมบาร์เดีย ดึงเอกชนลงทุนเกษตรอัจฉริยะ อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ไฟฟ้า และพลังงานสะอาดในไทย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พบหารือกับ นายอัตตีลีโอ ฟอนตานา (Mr. Attilio Fontana) ผู้ว่าแคว้นลอมบาร์เดีย ณ โรงแรม Park Hyatt Milan เมืองมิลาน สาธารณรัฐอิตาลี ทั้งสองฝ่ายได้หารือในประเด็น อาทิ ขอให้แคว้นลอมบาร์เดียผลักดันภาคเอกชนให้พิจารณาย้ายฐานการผลิต หรือเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น โดยเฉพาะในสาขาการเกษตรอัจฉริยะ อิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งไทยมีศักยภาพและพร้อมรับการลงทุนจากภาคเอกชนอิตาลี, ความร่วมมือด้านพลังงานสะอาด รวมถึงพลังงานน้ำ ซึ่งแคว้นลอมบาร์เดียมีความเชี่ยวชาญ, มาตรการด้านวีซ่า ซึ่งอิตาลีอาจพิจารณาตั้ง สำนักงานระดับภูมิภาค (Regional Headquarters: RHQ) ในไทยได้ โดยไทยเปิดกว้างสำหรับการดำเนินธุรกิจ พร้อมเปิดรับการลงทุน และสนับสนุนความร่วมมือระหว่างกันอย่างเต็มที่สินค้ากลุ่มคลายร้อนของไทยติดอันดับ 1 อาเซียน Top 10 โลก สร้างมูลค่าส่งออก 1.2 พันล้านดอลลาร์นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เผยถึงสถิติการส่งออกสินค้าในกลุ่มสินค้าคลายร้อนของไทย ช่วงไตรมาสแรก (มกราคม – มีนาคม 2567) ที่ได้ส่งออกไปยังตลาดคู่ค้า FTA ขยายตัวเพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันจากปีก่อนหน้า มีมูลค่าการส่งออกถึง 1,269 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งยังติดอันดับประเทศผู้ส่งออกสินค้ากลุ่มคลายร้อน อันดับที่ 1 ในอาเซียน เเละติด Top 10 ของโลก อาทิ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ส่งออกเป็นอันดับ 3 ของโลก ไอศกรีม ส่งออกเป็นอันดับ 4 ของโลก และผลไม้กระป๋องและแปรรูป ส่งออกเป็นอันดับ 6 ของโลกสำหรับประเภทของสินค้าในกลุ่มสินค้าคลายร้อนของไทย ที่ขยายตัวได้ดีต่อเนื่องในช่วงไตรมาสแรก อาทิ ผลไม้กระป๋องและแปรรูป มีมูลค่าการส่งออก 199 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 32% ครีมทาผิวที่รวมถึงครีมกันแดด มูลค่าการส่งออก 165 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 44% แว่นตากันแดด มูลค่าการส่งออก 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 42% พัดลม มูลค่าการส่งออก 61 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 3% เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ มูลค่าการส่งออก 809 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 6% โดยมีตลาดส่งออกหลัก คือ อาเซียน จีน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และอินเดียสหรัฐฯ ขึ้นภาษีนำเข้า BEV จากจีน 4 เท่า ส่งผลกระทบวงจำกัดต่อฐานการผลิตในไทยเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2567 สหรัฐฯได้ประกาศปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าสำคัญเชิงยุทธศาสตร์บางประเภทจากจีน โดยหนึ่งในนั้น คือ รถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicles หรือ BEV) ที่ถูกปรับภาษีนำเข้าจาก 27.5% ไปเป็น 102.5% ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า กรณีสหรัฐฯ ขึ้นภาษีนำเข้า BEV จีน น่าจะส่งผลสืบเนื่องต่อไทยในวงจำกัด แม้ว่าในปี 2024 ค่ายรถจีนบางค่ายจะเริ่มทยอยผลิต BEV ในไทย แต่กำลังการผลิตส่วนใหญ่น่าจะเป็นไปเพื่อตอบสนองความต้องการในประเทศเป็นหลัก ประกอบกับค่ายรถจีนยังคงไม่เริ่มทำตลาดในสหรัฐฯ ทำให้ไทยน่าจะได้รับผลการส่งออก BEV ไปสหรัฐฯ ในวงจำกัด ในอีกด้านหนึ่ง ผลกระทบจากการดำเนินกลยุทธ์ราคาของค่ายรถจีนอาจจะเข้มข้นขึ้น หาก EU ดำเนินการขึ้นภาษีนำเข้า BEV จากจีน ขณะที่ต้องเผชิญภาษีนำเข้าที่สูงของสหรัฐฯ ทำให้ค่ายรถจีนจำเป็นต้องหาตลาดส่งออกอื่นทดแทนซึ่งรวมถึงไทย ดังนั้น การแข่งขันด้านราคาในตลาด BEV จะยิ่งมีแนวโน้มสูงขึ้นอีกในระยะข้างหน้าILO เผยแรงงานทั่วโลกเสียชีวิตจากปัญหาอุณหภูมิที่สูงขึ้น เกือบ 20,000 คนต่อปีองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้องค์การสหประชาชาติ เปิดเผยรายงานฉบับล่าสุดว่า ปัญหาการทำงานภายใต้สภาพอากาศที่ร้อนจัดและมลพิษทางอากาศ ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงอย่างรุนแรงต่อสุขภาพและความปลอดภัยของแรงงานทั่วโลก รายงาน Health Policy Watch ระบุว่า มีแรงงานมากกว่า 22 ล้านคนที่กำลังทรมานจากโรคภัยและอาการบาดเจ็บที่เกี่ยวข้องกับอากาศร้อนจัดเกินไป และมีแรงงานถึงเกือบ 20,000 คนต่อปี ที่ต้องเสียชีวิตในที่ทำงานอันเนื่องจากปัญหาอุณหภูมิที่สูงขึ้น ผลกระทบเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศยังส่งผลต่อแรงงานในรูปแบบของปัญหาทางสุขภาพเช่น มะเร็ง โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ และปัญหาเกี่ยวกับไตอีกด้วย การประชุมในปี 2568 ILO จึงได้กำหนดให้รัฐบาล นายจ้าง และตัวแทนลูกจ้างเข้าร่วม เพื่อเสนอแนวทางนโยบายในการจัดการกับอันตรายจากสภาพภูมิอากาศกูเกิลเปิดตัว ‘เจมิไน 1.5’ โมเดลเอไอรุ่นใหม่ ทรงพลังกว่าเดิมเมื่อวันอังคาร (14 พ.ค.) กูเกิล (Google) บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี ได้เปิดตัวนวัตกรรมล่าสุดของโมเดลปัญญาประดิษฐ์ตระกูลเจมิไน (Gemini) ระหว่างการประชุมนักพัฒนากูเกิลไอ/โอ ประจำปี 2024 (Google I/O 2024)กูเกิลได้เผยตัวอย่างของเจมิไน 1.5 โปร (Gemini 1.5 Pro) เวอร์ชันใหม่ ซึ่งเป็นโมเดลรุ่นเรือธงของบริษัทฯ ในขณะนี้ โดยสามารถรับข้อมูลได้ถึง 2 ล้านโทเคน ซึ่งความจุดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากจำนวนสูงสุดก่อนหน้านี้ และยังรองรับอินพุตขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดารุ่นที่มีจำหน่ายในท้องตลาดซุนดาร์ พิชัย ซีอีโอของกูเกิล กล่าวระหว่างการประชุมว่า ปัจจุบันมีผู้ใช้งานแบบทั่วไปใช้งานเจมิไนบนผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของเราถึง 2 พันล้านคน และมีนักพัฒนานำโมเดลเจมิไนไปใช้งานมากกว่า 1.5 ล้านคน โดยกูเกิลยังนำขีดความสามารถอันล้ำหน้าของเจมิไนมาใช้กับทุกผลิตภัณฑ์อย่างมีประสิทธิภาพ“พลังของเจมิไนคือรูปแบบที่มีความหลากหลาย รองรับเนื้อหาที่มีความยาว และการทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะ มันทำให้เราเข้าใกล้เป้าหมายสูงสุดของบริษัทฯ มากขึ้น นั่นคือการทำให้เอไอมีประโยชน์สำหรับทุกคน”กูเกิลเผยว่าโมเดลเจมิไน 1.5 โปรที่มาพร้อมหน้าต่างบริบทขนาด 1 ล้านโทเค็น เปิดให้ใช้สำหรับนักพัฒนาทั่วโลก อีกทั้งจะให้บริการสำหรับผู้ใช้เจมิไน แอดวานซ์ (Gemini Advanced) และสามารถใช้งานได้ถึง 35 ภาษาพิชัยยังได้ประกาศเปิดตัวชิปทีพียู (TPU) รุ่นที่ 6 ของบริษัทฯ ที่มีชื่อเรียกว่าทริลเลียม (Trillium) โดยกล่าวว่าทริลเลียมเป็นชิปทีพียูที่มีสมรรถนะมากที่สุดและทรงประสิทธิภาพที่สุดของพวกเราตอนนี้ และจะเปิดให้ลูกค้าคลาวด์ (Cloud) ได้ใช้งานในช่วงปลายปี 2024 (ที่มา : ซินหัว) Post Views: 1,651