คอนเฟิร์ม ! AWS ลงทุนสร้าง Data Center ในไทย 1.9 แสนล้านบาท นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกล่าวเปิดงาน “AWS Summit in Bangkok” นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกล่าวเปิดงาน “AWS Summit in Bangkok” ซึ่งจัดโดย Amazon Web Services บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้าน Cloud Computing ว่า ปัจจุบันระบบ Cloud ได้กลายเป็นกระดูกสันหลังของระบบเทคโนโลยีที่สำคัญในหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นธนาคาร การท่องเที่ยว การทำ Marketing ภาคการศึกษา รวมไปถึงเทคโนโลยีล่าสุด Generative AI (Artificial Intelligence) ซึ่งขณะนี้ ในหลายๆ ภาคส่วน รวมถึงทีมงานหลังบ้านของราชการ ได้เริ่มนำ Generative AI มาใช้ประโยชน์ในการทำงานแล้ว โดยเชื่อมั่นว่าในระยะยาวจะมีการขยับขยายการใช้งานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะสามารถยก Productivity Curve ให้กับทั้งระบบเศรษฐกิจของประเทศได้ ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ หากไม่มี Data Center ที่มีขนาดใหญ่ช่วยประมวลผล และระบบ Internet ที่แข็งแกร่ง จึงเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศไทยจะต้องมีการลงทุน Data Center ซึ่งเป็นหัวใจหลักของเทคโนโลยี Cloud Computing AWS มีแผนลงทุนสร้าง Data Center ในประเทศไทย มูลค่ากว่า 190,000 ล้านบาท ภายในปี 2037 โดยปีที่ผ่านมา AWS นำเงินเข้ามาในไทยแล้วกว่า 11,600 ล้านบาท พร้อมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่คนไทยจะได้ใช้ AWS Thailand Region อย่างเต็มตัวในช่วงต้นปี 2025 ซึ่งการลงทุนของ AWS นอกจากจะทำให้ไทยมี Cloud ที่มีความมั่นคงและปลอดภัยแล้ว ยังสะท้อนว่า บริษัท Technology ระดับโลกเห็นศักยภาพ และเชื่อมั่นว่าจะเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจของประเทศไทยได้ EEC HDC ชี้ Skill set สร้างการศึกษา-สร้างคนตอบโจทย์การงานยุคใหม่แบบไร้รอยต่อ ดร.อภิชาต ทองอยู่ ประธานคณะทำงานประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC HDC โพสต์เฟสบุ๊คส่วนตัวถึงการศึกษาใหม่ต้องยกระดับสมรรถนะ “คน” ให้มีทักษะความรู้-ความเข้าใจสู่อาชีพการงาน/การสร้างตัวตน (skill set) ที่มีทิศทาง-ความก้าวหน้าจากปัจจุบันสู่อนาคตได้อย่างไร้รอยต่อ ข้อพิจารณาเรื่อง Skill Set ในการมุ่งตอบโจทย์การงาน-การมีงานทำ-หรือจบการศึกษาไปเป็นผู้ประกอบการที่ไม่ใช่การศึกษาแบบเก่าๆ นั้น มีข้อพิจารณาสำคัญที่ต้องสร้างให้เด็ก-ผู้เรียน-ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีประสบการณ์ตรงในสาขางาน & อาชีพที่เลือก ซึ่งเป็นเป้าหมายงานที่ EEC HDC, สนับสนุนให้สำนัก HRD สกพอ.หารือกับสมาคม TARA, THAI Subcons, กลุ่มภาคอุตสาหกรรม, กลุ่ม Mitsubishi, สนง. DEPA ฯ จัดทำ Skill Set ในการพัฒนาบุคลากรให้ตรงตามความต้องการจริงในการงานยุคใหม่! การประชุมหารือจัดทำ skill set นี้มุ่งสร้างความชัดเจนในด้านทักษะบุคลากร ให้มีความก้าวหน้าทำงานได้จริง-ตรงตามที่ผู้ประกอบการต้องการและไร้รอยต่อในระบบการศึกษากับการทำงานจริง มุ่งขจัดความสูญเปล่าทางการศึกษา-การสร้างบุคลากร!!! การประชุมได้วางกรอบการผลิตสร้างบุคลากรกลุ่มแมคคาทรอนิค/ออโตเมชั่น/หุ่นยนต์ และจะจัดทำกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ ต่อไป เพื่อให้การศึกษา-การฝึกอบรมตอบโจทย์การงานจริงและมีประสบการณ์ตรงในงาน ซึ่งได้จัดทำการพัฒนาบุคลากรทั้งระบบรวมทั้งงาน Training for the Trainer ที่เพิ่มขีดความสามารถกลุ่มอาชีวะและคณาจารย์อุดมศึกษา ให้สร้างการศึกษาและฝึกอบรมได้แม่นตรง-ตอบโจทย์การงานจริงในอุตสาหกรรมยุคใหม่ที่กำลังปรับตัวเปลี่ยนแปลงอย่างเข้มข้น & ต่อเนื่องในปัจจุบัน!!! รมว.คลัง สั่งศึกษาแก้กฎหมายลดเวลาติด Blacklist หนี้เสีย นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวในระหว่างการแถลงข่าวการจัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์อารีย์ จำกัด หรือ ARI-AMC ว่า บริษัทร่วมทุนระหว่างธนาคารออมสิน และบริษัท บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM มีเป้าหมายช่วยลูกหนี้รายย่อยให้หลุดพ้นจากการเป็นหนี้เสีย และนำประวัติออกจากเครดิตบูโร ให้เป็นลูกหนี้ปกติที่สามารถเข้าสู่ระบบเข้าถึงสินเชื่อได้ ทั้งนี้ ในกระบวนการตัดหนี้เสียของสถาบันการเงิน จะต้องใช้เวลา 5 ปี และถูกเก็บประวัติการชำระหนี้ไว้ที่เครดิตบูโรอีก 3 ปี รวมเป็น 8 ปี ซึ่งถือว่าเป็นระยะเวลานานเกินไป ดังนั้นเห็นว่าในขั้นตอนนี้น่าจะมีการพิจารณาปรับลดเวลาลง โดยจะมีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยต้องไปดูลดในส่วนของแบล็กลิสต์ 5 ปีแรกให้เร็วขึ้น เช่น เหลือติดแบล็กลิสต์แค่ 2 ปี บวกกับ 3 ปี หรือเหลือ 1 ปี บวกกับ 3 ปี โดยส่วนตัวมีแผนอยู่แล้ว และเห็นว่ากฎหมายติดแบล็กลิสต์ 8 ปี อาจจะนานเกินไป ดังนั้นขอไปศึกษาข้อกฎหมายก่อนว่าพอจะทำอะไรได้บ้าง ซึ่งหากเร่งกระบวนการให้สั้นลง ก็จะสามารถช่วยเหลือประชาชนในการเข้าถึงสินเชื่อได้ ต่างชาติทักษะสูงแห่เข้าไทย หนีความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ อนุมัติแล้ว 5.6 หมื่นคน ยกระดับแข่งขันก้าวสู่เศรษฐกิจใหม่ นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ประเทศไทยจุดหมายสำคัญของกลุ่ม Talent และชาวต่างชาติศักยภาพสูง ล่าสุดอนุมัติ วีซ่าและใบอนุญาตทำงาน ผ่านศูนย์ One Stop Service รวมกว่า 56,000 คน ทั้ง LTR Visa, Smart Visa และผู้เชี่ยวชาญต่างชาติที่ทำงานภายใต้โครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน แนวโน้มได้รับความสนใจจากนักลงทุนและกลุ่ม Talent เพิ่มขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ และการเคลื่อนย้ายฐานการผลิตที่เกิดขึ้นทั่วโลก นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ประเทศไทยถือเป็นจุดหมายสำคัญสำหรับชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูง ทั้งบุคลากรที่มีทักษะและความเชี่ยวชาญพิเศษ (Talent) นักลงทุน และผู้ที่ต้องการเข้ามาทำงานและอยู่อาศัยในประเทศไทย โดยมีแนวโน้มได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ รวมทั้งแนวโน้มการเคลื่อนย้ายฐานการผลิตและบุคลากรที่เกิดขึ้นทั่วโลก ซึ่งกลุ่ม Talent ต่างชาติเหล่านี้จะมีบทบาทสำคัญในการเข้ามาทำงานร่วมกับบุคลากรไทย เพื่อช่วยยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทยให้ก้าวสู่เศรษฐกิจใหม่ ในปัจจุบันมีบุคลากรต่างชาติกว่า 56,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสัญชาติญี่ปุ่น จีน อินเดีย ไต้หวัน และเกาหลีใต้ ที่ได้รับอนุมัติผ่านศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน (One Stop Service) ในจำนวนบุคลากรต่างชาติกว่า 56,000 คน ที่ได้รับอนุมัติให้เข้ามาทำงานและพำนักในประเทศไทยในปัจจุบัน ประกอบด้วย ผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญต่างชาติที่เข้ามาทำงานภายใต้โครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน จำนวนประมาณ 50,000 คน นอกจากนี้ เป็นชาวต่างชาติที่ได้รับอนุมัติภายใต้ SMART Visa ซึ่งเป็นวีซ่าเพื่อดึงดูดบุคลากรทักษะสูงเข้ามาทำงานและพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย ที่เน้นขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมทั้งกลุ่ม Startup รวมทั้งสิ้น 2,170 คน ส่วนใหญ่มาจากประเทศสหรัฐอเมริกา รัสเซีย สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น และเยอรมัน ‘นิวเดลี’ ร้อนจัด อุณหภูมิสูงสุดพุ่งแตะ 52.3°C (แฟ้มภาพซินหัว : ชายสองคนนำผ้ามาพันรอบศีรษะเพื่อป้องกันแสงแดดท่ามกลางคลื่นความร้อนในกรุงนิวเดลี เมืองหลวงของอินเดีย วันที่ 23 พ.ค. 2023) // www.xinhuathai.com สำนักข่าวซินหัว รายงาน สำนักงานอุตุนิยมวิทยาอินเดียรายงานว่าสถานีตรวจวัดสภาพอากาศประจำพื้นที่มุงเกสชปูร์ (Mungeshpur) ในกรุงนิวเดลี เมืองหลวงของประเทศ ตรวจพบอุณหภูมิสูงสุดเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ 52.3 องศาเซลเซียส เมื่อตอนราว 14.30 น. ของวันพุธ (29 พ.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนหน้านั้นเมื่อวันอังคาร (28 พ.ค.) พื้นที่มุงเกสชปูร์และพื้นที่นารีลา (Narela) ตรวจพบอุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 49.9 องศาเซลเซียส ตามด้วยพื้นที่นาจาฟการ์ (Najafgarh) ตรวจพบอุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 49.8 องศาเซลเซียส โดยอุณหภูมิสูงสุดทยอยเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่วันมานี้ กอรปกับอุณหภูมิช่วงกลางคืนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี สำนักงานฯ เผยว่าคลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมภาคตะวันตกเฉียงเหนือและตอนกลางของอินเดียมีแนวโน้มลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปตั้งแต่วันพฤหัสบดี (30 พ.ค.) ประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ของอินเดียเผชิญผลกระทบร้ายแรงด้านสุขภาพและการดำรงชีวิตจากสภาวะคลื่นความร้อนรุนแรงในปัจจุบัน โดยรัฐบาลเดลีต้องสั่งจำกัดการจ่ายน้ำประปา เนื่องจากแม่น้ำยมุนา ซึ่งเป็นแหล่งน้ำหลักของเดลี มีระดับน้ำลดลงเพราะคลื่นความร้อน Post Views: 1,765