EEC HDC กับการขับเคลื่อน “มหาวิทยาลัยบูรพา” สู่การเป็น “มหาวิทยาลัยอีอีซี”

ภารกิจการเปลี่ยนผ่านระบบการศึกษาไทยเพื่อพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะแม่นตรงตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ที่ EEC HDC ได้สร้างแนวทางการศึกษาแบบ Demand Driven เพื่อมุ่งสนองตอบความต้องการของภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC ให้ทันการณ์ที่มีการขับเคลื่อนมาตั้งแต่ปลายปี 2562

โดย ดร.อภิชาต ทองอยู่ ประธานคณะทำงานประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC HDC) ได้ขับเคลื่อนภารกิจนี้มาสู่การร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยบูรพา เพื่อให้มหาวิทยาลัย ภาคตะวันออกแห่งนี้เป็น “มหาวิทยาลัยอีอีซี” เป็นขุมพลังสำคัญในการผลิตและพัฒนาบุคลากรตอบโจทย์ความต้องการในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปฐมบทของการปูทางให้ มหาวิทยาลัยบูรพา เดินหน้าสู่การเป็น มหาวิทยาลัยอีอีซี

“เริ่มประสานงานกับมหาวิทยาลัยบูรพาช่วงปี 2562 เป็นต้นมากับอธิการในวันนั้น รศ.ดร.สมนึก ธีรกุลพิสุทธิ์ มีการทำความตกลงกันและประสานงานเรื่อยมาจนปี 2563 อธิการใหม่ได้รับโปรดเกล้าฯ ก็ได้เข้าร่วมเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งก็ดำเนินงานตามภารกิจสำคัญที่ตกลงกันไว้คือมุ่งขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยบูรพาให้เป็นกำลังสำคัญในการผลิตและพัฒนาบุคลากรตอบโจทย์ความต้องการในพื้นที่ EEC” ดร.อภิชาต เกริ่นให้ทราบถึงจุดเริ่มต้นของการเข้ามามีบทบาทในการปรับสร้างให้ มหาวิทยาลัยบูรพา ฟื้นตัวและปรับสู่การเป็น “มหาวิทยาลัยอีอีซี” 
ดร.อภิชาต ทองอยู่ ประธานคณะทำงานประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC HDC)
“เริ่มที่ ดร.เสนาะ อูนากูล แจ้งให้ผมเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างมหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่ง ดร.เสนาะ เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง มหาวิทยาลัยบูรพา และมี Key man อีกหลายคนที่เป็นผู้ร่วมในภารกิจนี้ เช่น ดร.สาวิตต์ โพธิวิหค, คุณณไพโรจน์ เปี่ยมพงษ์สานต์ ซึ่งผมก็ได้พบปะหารือพูดคุยขอคำแนะนำจากทั้ง 3 ผู้อาวุโส นำเสนอความคิดและกรอบการทำงานซึ่งทั้ง 3 ท่านก็เห็นตรงกัน และแจ้งกับทุกท่านว่าจะช่วยงานวาระเดียว เพื่อเปิดทางให้มีการเปลี่ยนแปลงมีคนรุ่นใหม่ๆ เข้ามาสานต่อไป”
“จุดประสงค์หลักก็เพื่อวางแนวทางให้มหาวิทยาลัยบูรพาปรับฟื้นตัว เปลี่ยนองค์กรรับความก้าวหน้าใหม่ในการประกาศพื้นที่ อีอีซี ของรัฐบาล เนื่องจากในปี 2559 มหาวิทยาลัยบูรพาโดน ม. 44 เข้าจัดระเบียบ แก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา รัฐบาลส่งผู้บริหารเข้ามาจัดการปัญหาและความขัดแย้งภายในสถาบัน! ผู้รักษาการณ์อธิการบดีตอนนั้นได้หารือและตกลงร่วมมือกับทาง EEC ที่จะปรับฐานยกระดับให้บูรพาเป็นมหาวิทยาลัย อีอีซี เพื่อส่งเสริมผลิตบุคลากรสนับสนุนการลงทุนใหม่ โดยได้ทำ MOU ร่วมกัน ช่วงเวลาต่อมา ผมเข้าเป็นกรรมการสภาฯในส่วนของ อีอีซี ช่วยขับเคลื่อนให้มหาวิทยาลัยบูรพา เป็น มหาวิทยาลัยอีอีซี”

ม.บูรพา

“ภาพรวมช่วงรอยต่อของการฟื้นฟูมหาวิทยาลัยในเวลาของ ม.44 ยังวนอยู่แห่งความขัดแย้งเก่าจากที่ภายในฟ้องร้องกันหลายสิบคดีฯ ซึ่งผู้บริหารที่แต่งตั้งโดย ม.44 แก้ไขไปได้มากทีเดียว ผมตกลงกับ “อธิการสมนึก”(ที่เข้ามาบริหารตาม ม.44) ว่าต้องเร่งปรับทิศทางโดยรวมร่วมกับผู้บริหารชุดใหม่ ที่มี ผศ.ดร.วัชรินทร์ กาสลัก ที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเมื่อ 15 มิถุนายน 2563 และคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยบูรพาให้มีทิศทางที่ตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงที่ อีอีซี ขับเคลื่อนสร้างการลงทุนใหม่ให้ทันความเปลี่ยนแปลงก้าวหน้าที่กำลังไหลบ่าเข้ามาในพื้นที่เขตพิเศษนี้”
“ทิศทางการทำงานที่จะเชื่อมสู่การเป็นมหาวิทยาลัย อีอีซี ต้องเปลี่ยนจากโลกใบเก่ามาสู่โลกใบใหม่ที่ Landscape ขององค์กรและการทำงานต้องตอบโจทย์การปรับตัวลงทุนและเทคโนโลยีใหม่ จะเป็นแบบมหาวิทยาลัยใต้ กระทรวง อว. ที่มีการจัดการศึกษาของประเทศแบบเดิมๆ ไม่ได้แน่! บูรพาต้องตอบโจทย์การลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายและอุตสาหกรรมมที่เต็มไปด้วยนวัตกรรมใหม่ด้วย”
“สิ่งที่ได้ทำก็มีหลากหลายทิศทาง เริ่มตั้งแต่การช่วยชี้แนะผ่านสภามหาวิทยาลัยและรองอธิการฝ่าย อีอีซี ให้ปรับแผนพัฒนามหาวิทยาลัยให้สอดคล้องกับงานของเขตพิเศษ EEC เร่งปรับสร้าง Ecosystem เปลี่ยนผ่านจากโลกใบเก่าสู่โลกใบใหม่ทั้งในระบบการจัดการการศึกษาและการให้บริการชุมชนที่มหาวิทยาลัยทำอยู่เช่นการพัฒนาท้องถิ่น การบริการสาธารณสุขและการแพทย์ เป็นต้น และดึงเอาผู้มีความรู้ความสามารถเข้าร่วมในการช่วยส่งเสริมความก้าวหน้าให้มหาวิทยาลัยโดยรวม”
“มีการสร้างต้นแบบสำคัญของศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทาง คือสร้างศูนย์ EEC Automation Park เชื่อมกับพาร์ทเนอร์สำคัญคือ บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค ออโตเมชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นศูนย์การปรับสร้างระบบการผลิตแบบ 4.0 ที่มหาวิทยาลัยบูรพาเป็นที่แรก ต่อมาก็จัดตั้ง ศูนย์เครือข่ายพัฒนากำลังคนด้านการท่องเที่ยว หรือ ศูนย์ ENTOUR คณะบริหารธุรกิจ ที่มี Tourism Innovation Lab (TIL) เพื่อพัฒนาบุคลากรและใช้ในการทดลองนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจท่องเที่ยวและบริการใน EEC
“และจากการเชื่อมประสาน บพข. กระทรวง อว. จัดตั้งศูนย์เชี่ยวชาญยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง อีอีซี หรือ EV CONEX ขึ้นที่ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งขณะเดียวกันระหว่างดำเนินงานของ อีอีซี ก็ได้ประสานต่อยอดจัดตั้งศูนย์เชี่ยวชาญด้านจีโนมิก ร่วมกับ คณะเภสัชศาสตร์ และประกาศให้พื้นที่คณะเภสัชฯ มหาวิทยาลัยบูรพา เป็นเขตส่งเสริมพิเศษฯ เพื่อดึงการลงทุนและพัฒนาการผลิตบุคลากรทางการแพทย์สมัยใหม่และกลุ่ม Wellness ตอบโจทย์ความต้องการในพื้นที่ EEC  
“การก่อตั้งแต่ละศูนย์ฯต้องใช้งบประมาณสูงมาก ได้รับการสนับสนุนงบฯทั้งจากส่วนของงบบูรณาการ EEC และงบเฉพาะที่ตั้งไว้เฉพาะเช่นโครงการจีโนมิกส์ รวมทั้งจากภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง”

“ขณะเดียวกัน EEC ได้ตั้งคณะทำงานประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC HDC ที่มหาวิทยาลัยบูรพา ที่ผมเป็นประธานเพื่อเป็นหน่วยงานที่ประสานและทำงานพัฒนาบุคลากรและการศึกษาควบคู่ไปด้วย เราใช้เครือข่ายนี้สร้างคนในอุตสาหกรรมใหม่ในการลงทุนในเขต อีอีซี พัฒนาหลักสูตรยกระดับคนในระบบงานไปกว่า 2 หมื่นคนในช่วงที่ผ่านมาด้วยหลักสูตรระยะสั้นกว่า 300 หลักสูตร เชื่อมเครือข่าย 12 มหาวิทยาลัยและ 36 วิทยาลัยอาชีวะ ทำงานกับกว่า 150 บริษัทใน อีอีซี สร้างฒุลค่าเพิ่มกว่า 2 แสนล้านบาทให้กับประเทศ”
EEC HDC มีหน้าที่สำคัญในการประสานงานกับภาคอุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษา เพื่อพัฒนาบุคลากรเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมอย่างเข้มข้น และเชื่อมสถาบันการศึกษาให้ปรับสร้างแนวการศึกษาใหม่ที่มีเครือข่ายอุตสาหกรรมเข้าร่วมปรับฐานทักษะสมรรถนะด้านเทคโนโลยีให้มีการเรียนรู้นวัตกรรมใหม่ๆ จากประสบการณ์ในการงานจริง EEC HDC ได้เชื่อมประสานจนเกิดเครือข่ายการพัฒนาบุคลากรหลายสาขาจากด้านวิศวกรรมศาสตร์จนถึง เภสัช พยาบาล และท่องเที่ยว ฯ”
“มหาวิทยาลัยบูรพา ช่วงต้นที่ผมเข้ามาเป็นสภาฯได้วางตัวอยู่ในกลุ่ม มหาวิทยาลัยท้องถิ่น แต่ผมเห็นว่าควรอยุ่ในกลุ่มมหาวิทยาลัยนวัตกรรม เพราะเป็นเขตส่งเสริมพิเศษ จึงเสนอให้ดปรับไปตามนั้น! เพราะต้องมุ่งขับเคลื่อนทุกองคาพยสู่ความก้าวหน้าใหม่ในพื้นที่ EEC ตอบโจทย์ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการผลิต การลงทุน ฯ ซึ่ง EEC HDC ได้สนับสนุนศูนย์เครือข่ายความเชี่ยวชาญในมหาวิทยาลัยบูรพา ปรับสร้างระบบการเรียนการสอนใหม่เชื่อมกับภาคอุตสาหกรรม”
EVCON EV conversion
“คู่ขนานกับการทำงานอื่นๆ ในการปรับสร้างระบบและ Eco System ให้กับมหาวิทยาลัยก็เป็นตัวกลางสร้างโครงการ ETAT ที่สนับสนุนทุนจากสหภาพยุโรป (EU) ให้คณะวิทยาการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยบูรพา เป็นหน่วยเชื่อมระหว่าง 9 มหาวิทยาลัยไทยจับคู่เรียนรู้กับมหาวิทยาลัยยุโรป มีการแลกเปลี่ยนนิสิตและบุคลากรด้านการศึกษา การถ่ายทอดเทคโนโลยี ตลอดจนการจัดกิจกรรมร่วมเพื่อพัฒนาองค์ความรู้และทรัพยากรบุคคล โดยบูรพาเป็นแกนกลางเชื่อมความร่วมมือนี้”
“นอกนั้นก็มีการสนับสนุนส่งเสริมการจัดการประชุม สัมมนา การสร้างความเข้าใจกับสังคมให้มีมุมมองใหม่กับมหาวิทยาลัยบูรพา ผ่านกลุ่มสื่อสารมวลชน การเยี่ยมเยือนของผู้บริหารประเทศ กรรมาธิการกลุ่มต่างๆ เครือข่ายผู้นำท้องถิ่น ผู้นำและผู้บริหารภาคอุตสาหกรรมทั้งในและต่างประเทศ ฯ ในหัวข้อน่าสนใจเกี่ยวกับการพัฒนาอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC และกิจกรรมที่ร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยบูรพา ทั้งได้ประสานให้ 12 อุตสาหกรรมเป้าหมายได้ทำงานร่วมศูนย์เครือข่ายความเชี่ยวชาญฯของมหาวิทยาลัยบูรพา จนเกิดความร่วมมือการพัฒนาบุคลากรและการศึกษากับโครงข่ายภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง”
“ถ้าย้อนเวลาไปในช่วงวิกฤตโควิดทาง EEC HDC ได้ประสานหารือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและ รมช.สาธารณสุข ให้ช่วยเร่งยกระดับโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพารับมือความเปลี่ยนแปลงของเขตพิเศษนี้เพื่อให้บริการด้วยความก้าวหน้าและขอสนับสนุนอัตราบุคลากรเพิ่มเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีและได้อัตราเพิ่มมากตามที่ขอไป”
“รวมทั้งเป็นตัวกลางประสานการทำงานร่วมกับกระทรวงต่างๆ เพื่อปรับสร้าง Ecosystem ร่วมมือพัฒนาบุคลากรในพื้นที่ EEC กับกระทรวงแรงงานที่ตอนนี้ได้ทำแผนแม่บทการจัดการแรงงานในพื้นทีอีอีซี ที่ กพร.ปช.ขับเคลื่อนอยู่ทุกวันนี้ กับกระทรวงอุตสาหกรรมในการประสานสร้างความร่วมมือกับสถาบันการศึกาผลิตบุคลากรยุคใหม่ กระทรวง อว.ที่มีการปรับระบบระเบียบให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของการศึกษาให้ตอบโจทย์การลงทุนใหม่ กระทรวงศึกษาธิการให้มีการยกระดับปรับฐานสร้างสมรรถนะกลุ่มการศึกษาพื้นฐานเข้าสู่ระดับการศึกษาที่สูงขึ้นอย่างราบรื่น ฯ และองค์กรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง ฯลฯ”

พร้อมส่งต่อให้ มหาวิทยาลัยบูรพา หลุดจากกรอบ “โลกใบเก่า” สู่ “โลกใบใหม่” เป็นกำลังสำคัญพัฒนากำลังคนตอบโจทย์ EEC อย่างยั่งยืน

ดร.อภิชาต กล่าวอย่างชัดเจนว่า “มาในวันนี้ มหาวิทยาลัยบูรพา ก็ได้พัฒนาศักยภาพมาตามลำดับ”
“แต่อย่างไรก็ดี ก้าวต่อไปของมหาวิทยาลัยบูรพาขึ้นอยู่กับผู้บริหารชุดต่อไป โดยเฉพาะเรื่องวิสัยทัศน์ของผู้บริหารเองและศักยภาพของบุคลากรของมหาวิทยาลัยบูรพาจะมีส่วนสำคัญ “วิสัยทัศน์” ไม่ใช่แค่เรื่องการจัด Ranking หรือการล่ารางวัลต่างๆ แต่ต้องพัฒนาสร้างความโดดเด่นในการสร้างคนตอบโจทย์ความก้าวหน้าที่จะปรับฐานยกระดับอุตสาหกรรมที่อยู่ใน EEC ให้มีสมรรถนะและพอเพียง ในการรับมือกับกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ Newcomers ที่จะเข้ามาลงทุนใน EEC
“การสนับสนุนที่ผ่านมามหาวิทยาลัยบูรพาปรับตัวก้าวหน้าขึ้นกว่าเดิม การสร้างการเปลี่ยนผ่านต่อไปก็ต้องขับเคลื่อนร่วมกันโดยมีผู้บริหารและกรรมการสภาฯชุดต่อไป มีความท้าทายรออยู่หลายด้าน โดยเฉพาะวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนต่อ Landscape ที่กำลังเปลี่ยนไปเช่น เทคโนโลยีชีวภาพ, Data Center, Semi-Conductor, และเทคโนโลยีดิจิทัลที่กำลังปรับสู่โหมดที่มี AI ขับเคลื่อน ฯ เทคโนโลยีเหล่านี้เปลี่ยนแปลงเร็ว มีพลังในการส่งให้อุตสาหกรรมเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุค 5.0 ซึ่งมันมีความหมายต่อการเปลี่ยน Landscape ใหม่ในการศึกษาและการผลิตคน การเรียนการสอนหรือหลักสูตรหลายคณะ ต้องปรับรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ให้ได้”

“ศักยภาพครูอาจารย์ก็ต้องพร้อมสำหรับการผลิตบุคลากรตอบโจทย์การมีงานทำ สร้างงานได้จริงอย่างแม่นตรง แน่นอนว่ามหาวิทยาลัยจำเป็นต้องทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมอย่างเข้มข้นมากขึ้น”
“โครงสร้างการบริหารมหาวิทยาลัยต้องก้าวออกจากกรอบ Labor Intensive มาสู่ Digital Platform ที่ผู้บริหารและบุคลากรต้องรู้เท่าทันเทคโนโลยีสามารถปรับใช้ให้ถูกต้องเหมาะสม ต้องประเมินได้ว่าเทคโนโลยีใดจะนำใช้แทนระบบเดิมที่ลดแรงงานและเพิ่มประสิทธิภาพ-ผลิตภาพ (Productivity) ได้มากแค่ไหน? สร้างความก้าวหน้าอย่างไร? เป็นโจทย์ที่ผู้บริหารต้องให้ความสำคัญ เพื่อก้าวออกจากการเป็นมหาวิทยาลัยในโลกใบเก่า!”
“ช่วงเวลาตลอดวาระในฐานะกรรมการสภาฯ ผมตระหนักถึงความเป็นศิษย์เก่าและบูรพาก็เป็นมหาวิทยาลัยในบ้านเกิดด้วย ก็ทำสุดความสามารถและตอบแทนอย่างซื่อสัตย์เต็มที่ ถึงเวลาที่จะส่งผ่านสู่ผู้บริหารชุดใหม่เพื่อขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยบูรพาให้เป็นกำลังสำคัญในการผลิตบุคลากรตอบสนองความต้องการในพื้นที่ EEC และสร้างความก้าวหน้าให้กับประเทศต่อไปครับ”

ปฏิบัติการปรับสร้างการศึกษาใหม่ให้กับพื้นที่อีอีซี

ถอดรหัสการเปลี่ยนผ่านการศึกษา พัฒนาบุคลากรสู่อุตสาหกรรมเป้าหมายอย่างแม่นตรง จากกระบวนการทำงานของ EEC HDC

ปรับระบบการศึกษาอย่างไรในยุคที่คนรุ่นใหม่มองว่า “ปริญญา” ไม่สำคัญ

“ความท้าทายของมหาวิทยาลัย” ที่จมอยู่กับระบบอำนาจ-วาทกรรม×ความคึกคะนองทางวิชาการที่ไม่มีพลังที่จะตอบโจทย์ความก้าวหน้า!?!