‘ภาพถ่ายดาวเทียมรายละเอียดสูง’ ของไทย กับประโยชน์ 2 ต่อ เพื่อวางแผนพัฒนาเมืองและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ทราบกันหรือไม่ว่า ปัจจุบัน ภาพถ่ายดาวเทียมรายละเอียดสูง เช่น THEOS-2 สามารถให้ข้อมูลเชิงพื้นที่ที่ละเอียดและทันสมัย สามารถนำมาใช้ในการวางแผนและพัฒนาเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากขึ้น ขณะที่ ภาพถ่ายดาวเทียมมีความละเอียดสูงถึงระดับที่สามารถมองเห็นโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เช่น ถนน อาคาร และพื้นที่สีเขียวได้อย่างชัดเจน

ขณะที่ ภาพจากถ่ายดาวเทียมรายละเอียดสูงนั้นยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ได้หลากหลายด้าน ข้อมูลอัปเดตที่กล่าวมานี้ จึงยืนยันได้ว่า เทคโนโลยีดาวเทียมของไทย ในวันนี้ สามารถนำไปต่อยอดพัฒนาประเทศได้หลากหลายมิติทีเดียว

แชร์แนวทางการใช้ศักยภาพ “ภาพถ่ายดาวเทียมรายละเอียดสูง” ของไทย ในการวางแผนและจัดการเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ

จากบทความเรื่อง “ปลดล็อกศักยภาพภูมิสารสนเทศเพื่อการวางแผนและจัดการเมือง” ที่เผยแพร่ใน Facebook : GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ได้อธิบายชัดเจนถึงแนวทางการใช้ศักยภาพ “เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศของไทย” มาใช้ในการวางแผนและจัดการเมือง

โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองที่มีลักษณะซับซ้อน มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ อย่างประเทศไทย ที่ต้องยอมรับว่ามีความท้าทายใหม่ๆ ของการวางแผนและติดตามการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศนี้ ประกอบด้วยระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) การสำรวจระยะไกล (Remote Sensing) และระบบกำหนดตำแหน่งบนโลก (GNSS) เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการจัดการความท้าทายเหล่านี้ด้วยความสามารถในการรวบรวม วิเคราะห์ และนำเสนอข้อมูลเชิงพื้นที่ได้อย่างครบถ้วน โดยการประยุกต์ใช้ภาพถ่ายดาวเทียมรายละเอียดสูงไปใช้ในการวางแผนจัดการเมืองที่สำคัญ ได้แก่
  • สำรวจการใช้ประโยชน์ที่ดิน การศึกษาข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมที่อัพเดทอย่างต่อเนื่องเหล่านี้ สามารถให้ข้อมูลที่ละเอียดและทันสมัยเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดินและสภาพในปัจจุบันในพื้นที่ต่างๆของเมือง ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่อยู่อาศัย พื้นที่อุตสาหกรรม หรือพื้นที่เกษตรกรรม ข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์อย่างยิ่งในการวางแผนการใช้ที่ดินและการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน
  • ติดตามการเจริญเติบโตของเมือง โดยการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของพื้นที่เมืองตามกาลเวลา ผู้บริหารสามารถประเมินแนวโน้มการขยายตัวของเมือง ระบุพื้นที่ที่มีการก่อสร้างใหม่ๆ และวางแผนโครงสร้างพื้นฐานให้รองรับการเติบโตในอนาคตได้อย่างเหมาะสม
  • ประเมินความเสี่ยงจากภัยพิบัติต่างๆ เช่น น้ำท่วม แผ่นดินไหว ไฟไหม้ หรือการระเบิด เป็นต้น ด้วยข้อมูลที่ได้จากภาพถ่าย นักวิเคราะห์สามารถระบุพื้นที่เสี่ยงภัย วางแผนเตรียมการรับมือและดำเนินการป้องกันอย่างทันท่วงที หรือในกรณีของการใช้ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมรายละเอียดสูงเพื่อการประเมินความเสียหาย ก็ทำให้การสรุปตัวเลขความเสียหายด้านต่างๆได้ชัดเจนขึ้น แม้กระทั่งสามารถระบุตำแหน่งและจำนวนอาคารบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบได้อย่างแม่นยำ
  • จัดการสิ่งแวดล้อมเมือง ภาพถ่ายดาวเทียมสามารถช่วยติดตามสภาพของพื้นที่สีเขียวและแหล่งน้ำในเมือง รวมถึงการตรวจสอบมลพิษทางอากาศและน้ำ ข้อมูลเหล่านี้เป็นประโยชน์ต่อการวางแผนการจัดการสิ่งแวดล้อมเมืองให้ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสภาพแวดล้อม
อย่างไรก็ดี หนึ่งในจุดแข็งของภาพถ่ายดาวเทียม คือความสามารถในการให้ข้อมูลภาพรวมของพื้นที่ขนาดใหญ่ในคราวเดียว ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับสำหรับกลุ่มประเทศที่มีดาวเทียมรายละเอียดสูงเป็นของตัวเองจะทำให้ได้ข้อมูลทันสมัยมาก คุณสมบัตินี้ส่งเสริมให้ผู้บริหารเมืองมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้การบริหารจัดการและการกำหนดนโยบายสอดคล้องและเป็นธรรมมากขึ้น
แต่อย่างไรก็ตาม การนำภาพถ่ายดาวเทียมมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเมืองนั้นจำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญในการวิเคราะห์และแปลความหมายข้อมูลอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ ยังต้องคำนึงถึงประเด็นความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่อาจปรากฏในภาพถ่ายด้วย
โดยสรุป เทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียมรายละเอียดสูงเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ๆ ในการบริหารจัดการเมืองอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ด้วยข้อมูลละเอียดและทันสมัย ผู้บริหารสามารถวางแผน ติดตาม และประเมินสถานการณ์เมืองได้อย่างแม่นยำ อย่างไรก็ตาม การนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ต้องคำนึงถึงการรักษาความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของประชาชน

ปลดล็อกศักยภาพ ภาพถ่ายดาวเทียมรายละเอียดสูง สร้างโอกาสใหม่ในการทำธุรกิจ

นอกเหนือจากการใช้ ภาพถ่ายดาวเทียมรายละเอียดสูง ในการวางแผนบริหารจัดการเมืองอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ภาพจากถ่ายดาวเทียมรายละเอียดสูงยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ได้หลากหลายด้านอีกด้วย โดยในบทความตอนต่อมาที่เผยแพร่ใน Facebook GISTDA ได้นำเสนอในเรื่อง “ภาพถ่ายดาวเทียมรายละเอียดสูงในมิติการส่งเสริมเศรษฐกิจ” ระบุว่าด้วยความละเอียดสูงของภาพ ทำให้นักภูมิสารสนเทศสามารถวิเคราะห์และสังเกตการณ์รายละเอียดต่างๆ ได้แม่นยำกว่าภาพถ่ายธรรมดา เพื่อเป็นฐานข้อมูลเชิงพื้นที่ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในมิติต่างๆ เช่น ข้อมูลถนน ตรอก ซอย ทางเดินเท้า ที่อัพเดท เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับบริการขนส่ง เป็นต้น

โดยเฉพาะประเทศที่มีดาวเทียมเป็นเจ้าของดาวเทียมซึ่งจะได้เปรียบด้านข้อมูลที่ทันสมัยหรือความมั่นคงด้านข้อมูลข่าวสาร เนื่องจากไม่ต้องพึ่งพาข้อมูลจากประเทศอื่นหรือแอพลิเคชั่นแผนที่ออนไลน์ที่ให้บริการภาพถ่ายดาวเทียมที่จะมีรอบอัพเดทภาพในพื้นที่ประเทศไทยปีละ 1-2 ครั้งในแต่ละพื้นที่ โดยเจ้าของดาวเทียมจะสามารถสั่งถ่าย รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลได้ด้วยตนเอง เพิ่มขีดความสามารถในการตรวจสอบและติดตามการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ต่างๆ เช่น การขยายตัวของเมือง การกัดเซาะชายฝั่ง การประเมินความเสียหายจากภัยพิบัติ เป็นต้น รวมถึงด้านต่างๆ ดังต่อไปนี้
  • ใช้ในการพัฒนาภาคเกษตรกรรมและการเกษตรแบบแม่นยำ ภาพถ่ายดาวเทียมรายละเอียดสูงสามารถให้ข้อมูลเชิงพื้นที่ที่สำคัญ เช่น วิเคราะห์สภาพดิน วัดปริมาณความร้อน ความชื้นของดินและระบุพื้นที่พืชเป็นโรคได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้เกษตรกรวางแผนการเพาะปลูก บำรุงรักษา และเก็บเกี่ยวผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถติดตามการเจริญเติบโตของพืชพันธุ์ กำหนดสารกำจัดวัชพืช ปุ๋ย และน้ำอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มผลผลิตของพืชและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
  • เพิ่มประสิทธิภาพในการสำรวจแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ เช่น แร่ธาตุ น้ำมัน หรือแหล่งพลังงานต่างๆ การมองเห็นภาพรายละเอียดของพื้นผิวโลกผ่านภาพถ่ายจากดาวเทียมรายละเอียดสูง ช่วยให้การสำรวจและประเมินแหล่งทรัพยากรทำได้ง่ายและแม่นยำขึ้น ลดต้นทุนและเวลาในการลงสำรวจพื้นที่จริง ทำให้ธุรกิจเหล่านี้สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • ติดตามการเปลี่ยนแปลงของพืชพรรณ การใช้ประโยชน์ที่ดิน และแหล่งน้ำ ซึ่งช่วยในการติดตามความหลากหลายทางชีวภาพ ประเมินผลกระทบจากการตัดไม้ทำลายป่า และระบุจุดที่เสี่ยงต่อการเสื่อมโทรมทางนิเวศวิทยา ตัวอย่างเช่น การถ่ายภาพดาวเทียมความละเอียดสูงถูกใช้ในการจัดการป่าไม้เพื่อติดตามสุขภาพของป่าตลอดเวลาและระบุการตัดไม้ที่ผิดกฎหมาย ผู้เชี่ยวชาญสามารถระบุชนิดของพืชโดยการวิเคราะห์สเปกตรัมของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งช่วยในการวางแผนอนุรักษ์และประเมินความหลากหลายทางชีวภาพ

  • วางแผนการก่อสร้างได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม เนื่องจากสามารถวิเคราะห์สภาพแวดล้อม ภูมิประเทศ และสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ได้อย่างละเอียด นอกจากนี้ภาพดาวเทียมยังช่วยในการตรวจสอบความคืบหน้า เนื่องจากมีดาวเทียมเป็นของตัวเอง จะสามารถกำหนดถ่ายในพื้นเดิมๆได้บ่อยมากขึ้น ทำให้สามารถติดตามการก่อสร้างและประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างใกล้ชิด
  • ประเมินเส้นทางการเดินทาง ศึกษาสภาพการจราจร และวางแผนโลจิสติกส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยภาคธุรกิจสามารถปรับปรุงเส้นทางและจัดสรรทรัพยากรได้ดีขึ้น อีกทั้งในภาวะฉุกเฉินต่างๆ ยังใช้สำหรับติดตามสถานการณ์ วางแผนเส้นทางหลีกเลี่ยงอุปสรรค และประสานงานการช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งบทบาทหน้าที่หลักภาพดาวเทียมรายละเอียดสูงคือเป็นแหล่งอ้างอิงที่สำคัญเพื่อการปรับปรุงฐานข้อมูลสภาพถนนหรือเส้นทางให้มีความทันสมัย
  • เป็นข้อมูลในการศึกษาวิจัยด้านต่างๆเพื่อรักษาสภาพแวดล้อม เช่น การติดตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม การดูแลรักษาแหล่งน้ำและป่าไม้ ตรวจสอบกิจกรรมทางการเกษตรและผลกระทบต่อระบบนิเวศ ติดตามการขยายตัวของเมืองและชุมชน เป็นต้น ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์ต่อการวางแผนนโยบายและกำหนดกลยุทธ์การพัฒนาเมือง ชุมชน การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนการพัฒนาเศรษฐกิจทั้งในระดับท้องถิ่นและในระดับประเทศ
จากประโยชน์หลากหลายที่กล่าวมา จะเห็นได้ว่า “ภาพถ่ายดาวเทียมรายละเอียดสูง” มีบทบาทสำคัญต่อการส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจในหลายมิติ โดยช่วยให้การตัดสินใจทางธุรกิจมีความถูกต้อง แม่นยำ และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เป็นการลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ จึงนับเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างดีในยุคปัจจุบัน


เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ช่วยในการพัฒนาประเทศในหลากหลายมิติ

เปิดตัวผลงานนักวิจัย มทส. เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์จาก ขยะโฟมขาว PS สู่ วัสดุก่อสร้างมวลเบา ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

‘Thailand’s Food Bank’ ความหวังใหม่ของการส่งต่อ “อาหารส่วนเกิน” สู่กลุ่มเปราะบาง ลดขยะอาหาร สร้างความมั่นคงทางอาหารได้อย่างยั่งยืน

“KHamKoon” สามล้ออีวี ฝีมือคนไทย ขนคนก็ได้ ขนของก็ดี ตอบโจทย์เมืองยุคใหม่ นวัตกรรมภายใต้การสนับสนุนของกระทรวง อว. โดย บพข.

Previous articleสาลิกาคาบข่าว Vol.170
Next article“หวัง เหวินปิน” อดีตโฆษกต่างประเทศจีน ตัวตึงแดนมังกร ต้านทุกดอก ตอกกลับทุกประเด็น
mm
เริ่มต้นขีดเขียนในฐานะ สื่อมวลชน กับงานผู้สื่อข่าวประจำกองประชาสัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ในปี 2546 ก่อนไปหาประสบการณ์ชีวิตที่เมลเบิร์น ออสเตรเลียมา 1 ปี และกลับมายึดอาชีพ “นักเขียน” จริงจัง กับการเป็น กองบรรณาธิการนิตยสารชีวจิต 3 ปี หลังจากนั้นคิดว่าน่าจะเปลี่ยนสายไปทำงานในบริษัท PR agancy ได้ 6 เดือน เมื่อรู้ว่าไม่ถูกจริต เลยออกมาเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ประจำกองบรรณาธิการนิตยสารฟีลกู้ดอย่าง Happy+ อยู่ 1 ปี สัมภาษณ์ทั้งดาราและคนบันดาลใจ ก่อนเข้าสู่ระบบงานประจำอีกครั้งกับนิตยสาร MBA กับการเป็นนักเขียนที่รับผิดชอบในเซคชั่นหลักสูตร MBA ของสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ สั่งสมประสบการณ์อยู่ 3 ปี ก็ได้เวลา Upskill สู่งาน Online content writer ที่ใช้ความชอบและความหลงใหลในการถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ ความรู้ใหม่ๆ ในยุค Education 4.0 อุตสาหกรรมทางการแพทย์ ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์