Thursday, August 27, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.172

“วังจันทร์วัลเลย์-ภูเก็ต” ครองแชมป์เมืองอัจฉริยะประเทศไทย

ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า
ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า โพสต์เฟสบุ๊คว่า สำนักงานเมืองอัจฉริยะประเทศไทย ภายใต้การกำกับดูแลของ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) แถลงรายงานดัชนีชี้วัดความสามารถในการแข่งขันเมืองอัจฉริยะประเทศไทย ประจำปี 2566 (Thailand Smart City Competitiveness Index (TSCCI) 2023) จาก 30 เมือง 23 จังหวัด โดยพิจารณาจาก 5 องค์ประกอบของแผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ได้แก่ การกำหนดวิสัยทัศน์ เป้าหมาย วัตถุประสงค์ และลักษณะของเมืองอัจฉริยะ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั้งทางกายภาพและดิจิทัล การพัฒนาระบบข้อมูลและความปลอดภัย การบริการระบบเมืองอัจฉริยะ 7 ด้าน และการระบุแนวทางการลงทุนและการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน ซึ่งดัชนีชี้วัดความสามารถในการแข่งขันเมืองอัจฉริยะประเทศไทยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ประกอบด้วยการจัดอันดับเมืองอัจฉริยะตามพื้นที่ (City-based) และการจัดอันดับเมืองอัจฉริยะตามจังหวัด (Province-based)
สำหรับเมืองอัจฉริยะตามพื้นที่ (City-based) ที่ได้รับคะแนนชี้วัดความสามารถในการแข่งขันสูงที่สุด 3 อันดับแรกของปี 2566 ประกอบด้วย เมืองอัจฉริยะวังจันทร์วัลเลย์ จังหวัดระยอง 83.55% สามย่านสมาร์ทซิตี้ กรุงเทพมหานคร 79.02% และคลองผดุงกรุงเกษม กรุงเทพมหานคร 74.55% ขณะที่เมืองอัจฉริยะตามจังหวัด (Province-based) ที่ได้รับคะแนนชี้วัดความสามารถในการแข่งขันสูงที่สุด 3 อันดับแรก คือ จังหวัดภูเก็ต 83.60% จังหวัดฉะเชิงเทรา 76.78% และ จังหวัดขอนแก่น 53.81% โดยสามารถดูรายงานดัชนีชี้วัดความสามารถในการแข่งขันเมืองอัจฉริยะประเทศไทย ประจำปี 2566 (TSCCI 2023) ได้ที่ https://short.depa.or.th/mpITe และผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับเมืองอัจฉริยะประเทศไทยได้ที่ http://www.smartcitythailand.or.th

ปตท. คว้าอันดับ 1 บริษัทชั้นนำในไทยและอันดับ 2 อาเซียน จากนิตยสารฟอร์จูน สะท้อนความสำเร็จระดับสากล

ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.)
ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) กล่าวว่า ปตท. ได้รับการจัดอันดับให้เป็นบริษัทชั้นนำอันดับหนึ่งของประเทศไทย และเป็นอันดับที่ 2 ในภูมิภาคอาเซียน จากนิตยสารฟอร์จูน (Fortune) ที่จัดอันดับบริษัทในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 500 (Fortune Southeast Asia 500) เป็นครั้งแรก โดยประเมินจากผลการดำเนินงานด้านการเงินในปีงบประมาณ 2566 และทิศทางการเติบโตขององค์กร สะท้อนการเป็นบริษัทชั้นนำที่แข็งแกร่งในภูมิภาคอาเซียน แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโต ควบคู่ไปกับการดูแลสังคม ชุมชน สิ่งแวดล้อม และ การกำกับดูแลกิจการที่ดี บนหลัก “ความยั่งยืนอย่างสมดุล” สะท้อนกลยุทธ์การดำเนินงานที่เข้มแข็งในหลายมิติ ได้แก่ การสร้างการเติบโตในธุรกิจไฮโดรคาร์บอน ทั้งธุรกิจสำรวจและผลิต ธุรกิจก๊าซธรรมชาติ ธุรกิจไฟฟ้า ธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น และ ธุรกิจค้าปลีก นอกจากนี้ ยังได้ต่อยอดสู่ธุรกิจใหม่ หรือ New S-Curve ผ่านธุรกิจ EV ธุรกิจ Logistics ธุรกิจ Life Science และ ธุรกิจ Industrial AI รวมทั้งการสร้างความชัดเจนกับแนวทางความยั่งยืน ในการบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างสมดุล สู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions)

ศก.ไทยไปทางไหน? วิจัยกสิกรฯ หั่น GDP ปี 67 เหลือโต 2.6%

โครงสร้างเศรษฐกิจไทย
น.ส.ณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยกสิกรไทยปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2567 ลงมาอยู่ที่ 2.6% ชะลอตัวจากระดับ 2.8% ที่เคยคาดการณ์ไว้เดิมตามการลงทุน และการใช้จ่ายภาครัฐที่ต่ำกว่าคาด ประกอบกับการส่งออกไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด ทั้งนี้ ทิศทางเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 67 มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นตามการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ และการส่งออกที่ขยายตัวเป็นบวกมากขึ้น จากปัจจัยฐานต่ำในปี 66 แต่อย่างไรก็ดี ยังมีประเด็นความเสี่ยงจากมาตรการกีดกันทางการค้าที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น การระบายสินค้าจากกำลังการผลิตส่วนเกินจากจีนมายังตลาดโลก รวมถึงไทย ในขณะที่ปัญหาเชิงโครงสร้าง และความสามารถในการแข่งขันที่ลดลง มีผลให้ส่งออกไทยฟื้นตัวได้ช้ากว่าที่คาดการณ์

OECD มีมติเอกฉันท์ต้อนรับไทยเป็นสมาชิก ก้าวสำคัญในเวทีโลก

อนาคตประเทศไทย
นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะมนตรีองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development : OECD) ซึ่งประกอบด้วย 38 ประเทศสมาชิก มีมติเอกฉันท์เห็นชอบเชิญประเทศไทยเข้าสู่กระบวนการการหารือเพื่อเข้าเป็นสมาชิก OECD (accession discussions) เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 2567 ถือเป็นก้าวสำคัญในการเข้าเป็นสมาชิก OECD และอีกความยอมรับสำคัญของไทยในเวทีโลก ทั้งนี้การเชิญประเทศไทยเข้าสู่กระบวนการการหารือเพื่อเข้าเป็นสมาชิก OECD (accession discussions) เป็นการสะท้อนความมั่นใจว่าไทยมีค่านิยมและเป้าหมายที่สอดคล้องกับประเทศสมาชิก OECD ได้แก่ ประชาธิปไตย หลักนิติรัฐ สิทธิมนุษยชน เศรษฐกิจตลาดที่เปิดกว้างและโปร่งใส อีกทั้งประเทศไทยยังมีบทบาทด้านการทูตเศรษฐกิจที่แข็งขันในทุกระดับ และมีความร่วมมือกับ OECD มาอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ รัฐบาลไทยพร้อมที่จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับ OECD ในอนาคตในการเข้าเป็นสมาชิก

รัสเซีย-DPRK เห็นพ้องช่วยเหลือกันและกัน หากถูกรุกราน

สำนักข่าวซินหัว รายงาน รัสเซียและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (DPRK) เห็นพ้องจะสนับสนุนซึ่งกันและกันหากเกิดการรุกรานจากภายนอก
วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย แถลงข่าวหลังจากหารือกับ คิมจองอึน ผู้นำสูงสุดแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี ณ กรุงเปียงยาง ว่ารัสเซียไม่ละทิ้งความร่วมมือทางการทหาร-เทคนิคกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี ตามสนธิสัญญาการเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านที่ลงนามใหม่
ปูตินกล่าวว่าสนธิสัญญาดังกล่าวเป็น “เอกสารแห่งความก้าวหน้า” ซึ่งกำหนดเป้าหมายต่างๆ เพื่อเสริมสร้างสายสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างสองประเทศในด้านต่างๆ โดยทั้งสองประเทศคัดค้านการคว่ำบาตรและจำกัดควบคุมเพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมือง ซึ่งเป็นการกระทำอันบ่อนทำลายระบบเศรษฐกิจและการเมืองระดับโลก
อนึ่ง ปูตินเดินทางถึงกรุงเปียงยางเพื่อเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีอย่างเป็นทางการเมื่อวันพุธ (19 มิ.ย.) ซึ่งเป็นไปตามคำเชิญของคิม ที่เคยเดินทางเยือนรัสเซียอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกันยายน 2023