Monday, August 31, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.174

นายกฯ ลงพื้นที่เดินหน้า อีอีซี สร้างความเชื่อมั่น ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนสู่ประเทศไทยต่อเนื่อง

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี
(วันนี้ 23 มิ.ย. 2567) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และคณะ เดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการ จังหวัดชลบุรีและจังหวัดระยอง เพื่อติดตามโครงการสำคัญตามนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะมาตรการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี โดยมี นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ อีอีซี รายงานโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาฯ ปัจจุบันมีความก้าวหน้าโดยเฉพาะงานด้านระบบสาธารณูปโภคที่สำคัญๆ เช่น ระบบไฟฟ้าและน้ำเย็น ก่อสร้างแล้ว 26.42% ระบบบริการเติมเชื้อเพลิงอากาศยาน ก่อสร้างแล้ว 48.41% และงานด้านประปาและบำบัดน้ำเสีย ก่อสร้างแล้ว 98.44% เป็นต้น ก้าวสู่ศูนย์กลางการบินระดับภูมิภาค เป็นสนามบินนานาชาติที่ได้มาตรฐานโลก รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบิน เชื่อมโยงการท่องเที่ยวสู่ภาคธุรกิจ เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และขนส่งทางอากาศแห่งภูมิภาค คาดว่าโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาฯ จะสามารถเปิดให้บริการในปี 2572
สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ซึ่งเป็นโครงการลงทุนเมกะโปรเจกต์ขนาดใหญ่ ที่รัฐบาลให้ความสำคัญ แต่ยังติดปัญหาความล่าช้าบ้าง เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19  สถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน และดอกเบี้ยเงินกู้ที่สูงขึ้น คาดว่าภายในปลายเดือนกรกฎาคม 2567 นี้ จะได้ข้อสรุปทั้งหมดเกี่ยวกับการเดินหน้าโครงการฯ ดังกล่าว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดการลงทุนในมาตรฐานระดับโลก และแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีความพร้อมให้เกิดการลงทุนต่อเนื่อง โดยขณะนี้ ความคืบหน้าการลงทุนในพื้นที่ อีอีซี มีภาคเอกชนได้เข้ามาหารือกับ อีอีซี และสนใจใช้สิทธิประโยชน์ตามประกาศสิทธิประโยชน์ฉบับใหม่อยู่กว่า 30 ราย วงเงินลงทุนรวมกว่า 2.1 แสนล้านบาท ใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้ส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่อีอีซี ได้แก่ อุตสาหกรรมการแพทย์ และสุขภาพ อุตสาหกรรมบริการ อุตสาหกรรมดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และอุตสาหกรรม BCG โดย อีอีซี ได้ตั้งเป้าหมายดึงเม็ดเงินลงทุนจริงให้ได้ปีละ 1 แสนล้านบาท ต่อเนื่อง 5 ปี ตั้งแต่ ปี 2567 – 2571

นายกฯ ยันแก้ กม. ให้ต่างชาติเช่าที่ดิน 99 ปี ถือครองคอนโดได้ 75% กระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ได้เอื้อนายทุน ส่วนที่ถือครองเกิน 49% ไม่มีสิทธิ์โหวต

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี
นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเร่งแก้กฎหมายให้ชาวต่างด้าวเช่าที่ดินเพิ่มเป็น 99 ปี-ซื้อคอนโดเพิ่มเป็น 75% ว่า เป็นข้อเสนอแนะจากกระทรวงการคลังขึ้นมาเพื่อเป็นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจส่วนหนึ่ง คือการให้ชาวต่างชาติเช่าระยะยาว ซึ่งปัจจุบันมีกฎหมายอยู่แล้วประมาณ 30 ปี หรือ 50 + 50 แต่เราคิดว่าถ้าเกิดจะให้เป็นธรรมไป 99 ปีจะดีกว่า ซึ่งไม่ได้เป็นการขายขาด หรือให้กับใครและในทุกๆ ประเทศก็มีลักษณะเช่นนี้อยู่แล้ว ที่ให้ชาวต่างชาติเช่า 150 ปี แต่เราคิดว่า 99 ปีก็เหมาะสม
ส่วนเรื่องการถือครองคอนโดที่ให้ชาวต่างชาติถือครอง จากร้อยละ 49 เป็นร้อย 75 ตรงนี้มีรายละเอียดว่า คนที่มีสิทธิ์โหวตได้อยู่ที่ร้อยละ 49 เท่ากับคนไทยก็ยังเป็นใหญ่อยู่คือร้อยละ 51 ซึ่งในส่วนที่ปรับขึ้นจากร้อยละ 49 ไปเป็น 75 นั้นตรงนี้ ไม่มีสิทธิ์โหวต หรือออกเสียงใดๆ เพียงแต่เข้ามาอยู่อาศัยได้เท่านั้น
สำหรับกรณีที่มองว่าร่างกฎหมายนี้เอื้อนายทุนนั้น นายกฯ กล่าวว่าตรงนี้เป็นวิธีการกระตุ้นเศรษฐกิจ คิดว่าคงไม่กระทบอะไร เพราะเรื่องการเช่าระยะยาว เช่นนี้มีอยู่แล้ว ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าเคยพับแผนไปแล้วใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เข้าใจว่าเรื่องที่ถูกพับโครงการไปคือเรื่องการขายที่ดิน ซึ่งอันนี้เป็นประเด็นใหญ่มากกว่าและเราไม่ได้เสนอตรงนี้เข้ามา

ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ของไทยยังต้องปรับปรุง แม้ความสามารถการแข่งขันระดับโลกจะพุ่งขึ้น

นายธีรนันท์ ศรีหงส์ ประธานศูนย์เพื่อการพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA Center for Competitiveness) กล่าวยินดีที่อันดับการแข่งขันของประเทศไทยในปี 2567 ดีขึ้นกว่าปีก่อนถึง 5 อันดับ โดยกลับมาอยู่ที่อันดับ 25 ที่เทียบเท่ากับอันดับในปี 2562 และเป็นอันดับดีที่สุดที่ไทยเคยขึ้นถึง ซึ่งปัจจัยหลักคือภาพการฟื้นตัวของผลตัวเลขทางเศรษฐกิจที่มาจากการท่องเที่ยวและการขยายตัวของตลาดส่งออกหลังการยุติของโรคระบาด Covid-19 ขณะเดียวกันยังเป็นความท้าทายสำหรับเราว่าจะทำอย่างไรในการสร้างแรงขับเคลื่อนให้ก้าวไปสู่อีกระดับได้ ซึ่งเมื่อพิจารณาจากประเด็นที่ยังเป็นจุดอ่อนของไทย คือการขาดเม็ดเงินและทรัพยากรที่จำเป็นในการลงทุนเพื่อเสริมสร้างและแก้ปัญหาที่เรื้อรังในด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านที่เกี่ยวข้องกับการขาดผลิตภาพของภาคธุรกิจและภาคการผลิตที่สำคัญ การขาดแคลนคุณภาพและปริมาณของทรัพยากรมนุษย์ การขาดคุณภาพของการศึกษาและสุขภาพ และปัจจัยเรื่องการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ไทยยังอยู่ในอันดับต่ำ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ ซึ่งล้วนแต่เป็นปัจจัยพื้นฐานที่จะสนับสนุนขีดความสามารถในด้านอื่นๆ ของประเทศในอนาคต
ดังนั้นเพื่อทำให้ประเทศไทยมีอันดับความสามารถในการแข่งขันในภาพรวมที่ดีขึ้น และสามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว ทุกภาคส่วนต้องมาช่วยกันคิดและขับเคลื่อน ภาครัฐในฐานะผู้กำหนดและดำเนินนโยบาย จะต้องนำประเด็นดังกล่าวมาพิจารณาเป็นวาระเร่งด่วนในการวางแผน จัดทรัพยากรขับเคลื่อนโดยมีเป้าหมายและแผนการดำเนินการที่เป็นรูปธรรม มีความคล่องตัวในการปรับปรุงพัฒนา และมีความสามารถในการนำเทคโนโลยี โดยเฉพาะดิจิทัลและ AI มาใช้เพื่อเพิ่มผลิตภาพในทุกภาคส่วน

สุดยอด! เด็กเทคนิคสุรนารี คิดค้นระบบไบโอเมตริก เช็คชื่อนักเรียนบนรถรับ-ส่ง ด้วยเครื่องสแกนนิ้ว แจ้งข้อมูลผ่านระบบไลน์ เพิ่มความปลอดภัยลืมเด็กไว้ในรถ

นายพสุธร ปรุงเกียรติ สาขางานเทคโนโลยีสารสนเทศเทศ ระดับ ปวช.3 วิทยาลัยเทคนิคสุรนารี เล่าว่า ปัจจุบันการเดินทางของนักเรียนสำหรับไปโรงเรียน ส่วนใหญ่เดินทางด้วยรถรับ-ส่งประจำทางของโรงเรียน ซึ่งปัญหาที่พบสำหรับรถรับ-ส่ง นักเรียน คือ การลืมนักเรียนไว้บนรถรับ-ส่ง ของโรงเรียน โดยอายุนักเรียนที่พบส่วนใหญ่จะต่ำกว่า 9 ปี  ตนและเพื่อนๆ ได้เล็งเห็นถึงปัญหานี้ จึงได้คิดค้นระบบเช็คชื่อนักเรียนบนรถรับ-ส่ง ด้วยเครื่องสแกนนิ้ว และส่งข้อมูลการขึ้น-ลงรถไปยังกลุ่ม Line notify โดยมีการระบุตัวบุคคล อาศัยข้อมูลพื้นฐานทางด้านร่างกายของมนุษย์ หรือที่เรียกว่า ไบโอเมตริก (Biometrics) เป็นวิธีการที่ระบุตัวบุคคลที่มีประสิทธิภาพที่สุดในปัจจุบัน ซึ่งโครงงานดังกล่าวสร้างและพัฒนาโดยการใช้ระบบเซ็นเซอร์ให้มีการตรวจสอบลายนิ้วมือของตัวบุคคล และส่งข้อมูลแจ้งเตือนทางระบบ แอพพลิเคชันไลน์ (Line Application) เพื่อให้มีการแจ้งเตือนถึงผู้ดูแล ครูประจำรถ ผู้ปกครอง คนขับรถ เพื่อให้สามารถตรวจเช็คถึงจำนวนนักเรียนที่ได้ขึ้นรถรับ-ส่งของโรงเรียน ให้มีความปลอดภัยมากที่สุด โดยหลักการทำงาของระบบเช็คชื่อนักเรียนบนรถรับ-ส่ง ด้วยเครื่องสแกนนิ้ว ทำงานโดยมีวิธีการใช้งานคือนักเรียนทุกคนทำการระบุตัวบุคคลด้วยการสแกนลายนิ้วมือด้วยเครื่องสแกนนิ้ว ระบบเซ็นเซอร์ของเครื่องสแกนนิ้วจะดำเนินการเก็บลายนิ้วมือของนักเรียนทุกคน จากนั้นจะส่งการแจ้งเตือนทางไลน์แบบเรียลไทม์ให้กับผู้ดูแลระบบ ครูประจำรถรับ-ส่ง ผู้ปกครองนักเรียน คนขับรถ เพื่อทราบถึงสถานะทั้งก่อนขึ้นและลงของนักเรียน ทำให้ผู้ปกครองมั่นใจในความปลอดภัย โดยระบบเช็คชื่อนักเรียนบนรถรับ-ส่ง ด้วยเครื่องสแกนนิ้วที่แจ้งข้อมูลผ่านทางไลน์ ราคา 2,500  บาท สนใจติดต่อวิทยาลัยเทคนิคสุรนารี โทร. 082-580-5268 และ ID Line: dow1718 ครูเบญจวรรณ  จินดา

‘สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน’ ครองอันดับหนึ่ง ‘ผู้นำการวิจัย 2024’ มหาวิทยาลัย 6 แห่ง ติดท็อป 10 ของ เนเจอร์ อินเด็กซ์

(แฟ้มภาพซินหัว : พนักงานทำงานที่โรงงานในสำนักงานใหญ่ของบริษัท แทงค์บูล เซมิคอนดักเตอร์ จำกัด ในเขตต้าซิง กรุงปักกิ่งของจีน วันที่ 24 ม.ค. 2024) // www.xinhuathai.com
เว็บไซต์สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์แห่งชาติจีน รายงานว่าสถาบันฯ ครองอันดับสูงสุดในการจัดอันดับผู้นำการวิจัยประจำปี 2024 ของเนเจอร์ อินเด็กซ์ (Nature Index) โดยมีมหาวิทยาลัยของจีน 6 แห่ง ติดอยู่ในการจัดอันดับ 10 อันดับแรก
การจัดอันดับผู้นำการวิจัยประจำปี 2024 ของเนเจอร์ อินเด็กซ์ ได้จัดอันดับสถาบันและประเทศชั้นนำด้านวิทยาศาสตร์ธรรมชาติและวิทยาศาสตร์สุขภาพ โดยพิจารณาจากการเผยแพร่ผลงานผ่านกลุ่มวารสารของเนเจอร์ อินเด็กซ์ ในปี 2023
ทั้งนี้ สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์แห่งชาติจีน ครองอันดับหนึ่งของโลกในด้านเคมี วิทยาศาสตร์กายภาพ และวิทยาศาสตร์โลกและสิ่งแวดล้อม รวมถึงครองอันดับสองในด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ส่วนมหาวิทยาลัยของจีน 6 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยแห่งสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์แห่งชาติจีน มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศจีน มหาวิทยาลัยปักกิ่ง มหาวิทยาลัยหนานจิง มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง และมหาวิทยาลัยชิงหัว
สำหรับการจัดอันดับประเทศ จีนครองอันดับหนึ่งในด้านผลงานวิจัยที่มีคุณภาพสูงประจำปี 2023 ตามด้วยสหรัฐฯ เยอรมนี สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น และฝรั่งเศส
อนึ่ง เนเจอร์ อินเด็กซ์ เป็นฐานข้อมูลแบบเปิด และการจัดอันดับผู้นำการวิจัยประจำปี 2024 พิจารณาจากผลงานการวิจัยที่เผยแพร่ผ่านวารสารวิทยาศาสตร์ธรรมชาติและวิทยาศาสตร์สุขภาพที่มีคุณภาพสูง จำนวน 145 รายการ (ที่มา : ซินหัว)