“อับดุล” ChatGPT ไทย ผู้มาก่อนกาล

“อับดุลเอ้ย”
“เอ้ย”
“มาหรือยัง”
“มาแล้ว”
“ถามอะไรตอบได้”
“ได้”
“หญิงรู้จัก”
“รู้จัก”
“ชายรู้จัก”
“รู้จัก”
“ที่ชี้อยู่นี่คืออะไร”
ลองนึกภาพหนุ่มน้อย “อับดุล” ถูกผ้าผูกตาหนาแน่น นอนราบ ผ้าห่มคลุมโปงทั้งตัว
เมื่อหัวหน้าคณะมายากลถามคำถาม “อับดุล” ตอบได้หมด ไม่ว่าจะเป็น “ที่ชี้อยู่นี่คืออะไร”
“คน”
“หญิงรู้จัก”
“รู้จัก”
“ชายรู้จัก”
“รู้จัก”
“เสื้อสีอะไร”
“ขาว”
“ใส่หมวกไหม”
“ไม่ใส่”
“ใส่นาฬิกาไหม”
“ใส่”
จะเห็นได้ว่า “อับดุล” ที่นอนคลุมโปงอยู่ สามารถตอบคำถามได้อย่างถูกต้องทุกข้อ ทั้งที่ปิดตา และถูกคลุมผ้า สร้างความประหลาดใจให้กับผู้มาล้อมเป็นวงรายรอบการแสดงมายากลชุดนี้
นี่คือการแสดงมายากล “อับดุล” ที่เป็นต้นแบบของ Chatbot สัญชาติไทย หรือพูดอีกแบบก็คือ เป็น ChatGPT ที่มาก่อนกาล
Software หรือ Application ล้ำยุคตัวนี้มีชื่อว่า “อับดุล”
“อับดุล” (ABDUL) ย่อมาจาก Artificial Buddy U Love ที่สามารถสอบถามข้อมูลได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการสอบถามสภาพจราจร พยากรณ์อากาศ ตรวจลอตเตอรี่ ข้อมูลหุ้น เช็กอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างประเทศ หรือแปลคำศัพท์
ดร.เทพชัย ทรัพย์นิธิ
“อับดุล” พัฒนาขึ้นโดยฝีมือคนไทย นำทีมโดย ดร.เทพชัย ทรัพย์นิธิ แห่งศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ เนคเทค (NECTEC: National Electronics and Computer Technology Center) เปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคม ปี พ.ศ. 2550
ถือเป็นการเริ่มต้นให้คนไทยได้รู้จักกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ “เอไอ” (AI: Artificial Intelligence) ในฐานะเทคโนโลยีเครือข่ายสังคมออนไลน์ ให้บริการสืบค้นข้อมูลบนอินเตอร์เน็ต โดยรวมเรียกว่า Chatbot
โดย Chatbot ในยุคนั้น สามารถสนทนาโต้ตอบกับผู้ใช้ทั่วไป ด้วยการใช้ภาษาพูดด้วยรูปประโยคหรือข้อความที่ทันสมัยใช้อยู่จริงในบริบทต่างๆ ของการใช้ภาษา เป็นยุคเริ่มต้นของการแบ่งปันการแชร์ความรู้บนโลกเสมือนหรืออินเทอร์เน็ต นับเป็นผลงานด้าน AI ของคนไทยที่น่าตื่นตาตื่นใจมาก
แม้ความสามารถของ “อับดุล” ในครั้งนั้นจะยังตอบคำถามได้ไม่ครอบคลุมและสมบูรณ์แบบมากพอ แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่น่าประทับใจ ทำให้ “อับดุล” ได้ถูกพัฒนาให้เข้าไปอยู่ในหลาย Platform ทางธุรกิจในยุคนั้น
“อับดุล” ใช้ AI ผ่านการประมวลผลภาษาธรรมชาติ หรือ NLP: Natural Language Processing เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถโต้ตอบกับบริการเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันผ่านข้อความ กราฟิก หรือการพูด
“อับดุล” สามารถเข้าใจภาษาธรรมชาติของมนุษย์ จำลองการสนทนาของมนุษย์ และทำงานง่ายๆ ในแบบอัตโนมัติได้ ผ่านการประยุกต์ใช้ในหลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น แอปพลิเคชันส่งข้อความ แอปพลิเคชันสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ เว็บไซต์ โทรศัพท์มือถือ หรือแอปพลิเคชันที่เปิดใช้งานการสื่อสารทางเสียง

ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว Chatbot สามารถแบ่งได้ 2 ประเภทกล่าวคือ
1. Rule-Based Bot หรือ Script Bot เป็นบอต (Bot ย่อมาจากคำว่า Robot หมายถึงคอมพิวเตอร์) สำหรับทำหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่งบนอินเทอร์เน็ต ที่ทำงานและให้ผลลัพธ์ตามที่ถูกกำหนดในกฎและคีย์เวิร์ดที่วางไว้ หากผู้ใช้งานพิมพ์ผิดแม้เพียงตัวอักษรเดียว หรือถามไม่ตรงกับคีย์เวิร์ดที่กำหนดไว้ ก็จะไม่สามารถตอบคำถาม หรืออาจให้คำตอบที่ผิดพลาดได้ ยังไม่มีส่วนที่จะเรียนรู้ด้วยตนเอง การตอบคำถามจะขึ้นอยู่กับโปรแกรมที่เขียนไว้ และผู้พัฒนายังจะต้องคอยอัปเดตข้อความด้วยตัวเอง
2. AI-Base Bot หรือ Intelligent Bot เป็นบอตที่ถูกพัฒนาด้วย NLP ซึ่งจะมีการเรียนรู้ในคำพูดและสิ่งที่เขียน โดยใช้ Machine Learning อย่าง AI ทำให้การแสดงผลลัพธ์มีความยืดหยุ่นมากกว่า Rule-Based Bot ส่งผลให้ AI Bot ได้รับความสนใจและความนิยมจากผู้ใช้เป็นอย่างมาก ตัวอย่างของแชตบอตประเภทนี้ ได้แก่ Google Assistant, Siri
ปัจจุบัน เราได้เห็นเทคโนโลยีของแชตบอตที่ถูกพัฒนา และนำไปประยุกต์ใช้ในการเป็นระบบถามตอบอัตโนมัติ เช่น “มะลิ” แชตบอตของ true, “อุ่นใจ” แชตบอตของ AIS ซึ่งจะทำหน้าที่คอยให้บริการตอบคำถาม หรือแนะนำเมื่อลูกค้าโทร.เข้ามา ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
โดยประมาณเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2565 Chatbot ได้มีการพัฒนาไปอีกขั้น โดยบริษัท Open AI ซึ่งมุ่งพัฒนาซอฟต์แวร์และปัญญาประดิษฐ์ หรือ “เอไอ” ที่ไม่แสวงหาผลกำไร ได้เปิดตัว ChatGPT (Generative Pre-trained Transformer)
ซึ่งได้เงินทุนมาจากยักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft และ Elon Musk เปิดให้ทดลองทดสอบการใช้งาน ChatGPT สร้างผลกระทบแบบลูกคลื่นไปในวงกว้าง ทั้งต่อเศรษฐกิจ สังคม งานวิจัย งานด้านคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะสถาบันการศึกษา การเรียนการสอนที่ต้องมีการปรับตัวให้มีความยืดหยุ่นเหมาะสมกับ AI ที่มีการใช้ Machine Learning ในการสร้างโมเดลที่เกิดจากการเรียนรู้ของ AI
อย่างไรก็ดี “อับดุล” ถือเป็น ChatGPT ไทย ผู้มาก่อนกาลนานถึง 15 ปี ที่กำลังถูกนำมาปัดฝุ่นใหม่เพื่อร่วมพัฒนาระบบ AI ไทยต่อไปในอนาคต