Thursday, August 27, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.205

สุดยอด 13 ผลงานวิจัยเปลี่ยนประเทศ คว้ารางวัล PMUC COUNTRY 1st AWARD ครั้งแรกของไทย ในงาน อว.แฟร์

น.ส.สุชาดา แทนทรัพย์ เลขานุการ รมว.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
รศ.ดร.ธงชัย สุวรรณสิชณน์ ผู้อำนวยการ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.)
วันนี้ (23 ก.ค.) น.ส.สุชาดา แทนทรัพย์ เลขานุการ รมว.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้รับมอบหมายจาก น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.อว. ให้เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล PMUC COUNTRY 1st AWARD ครั้งแรกของไทย งานวิจัยเปลี่ยนประเทศ ให้กับนักวิจัย ผู้ประกอบการที่ได้ผลิตผลงานที่เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย โดยมี รศ.ดร.ธงชัย สุวรรณสิชณน์ ผู้อำนวยการ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) คณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และผู้เข้าชมงาน เข้าร่วม ณ เวทีย่อย โซน D Science For Exponential Growth ชั้น G ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
นักวิจัยและผู้ประกอบการทั้ง 13 โครงการ ได้ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานวิจัยอันทรงคุณค่า ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างมหาศาล พร้อมสำหรับการแข่งขันบนเวทีโลก อีกทั้งยังสนับสนุนให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ส่งเสริมการลงทุน พัฒนา SME และ Startup ที่มีศักยภาพให้สามารถเติบโตและแข่งขันได้อย่างยั่งยืน โดยยึดหลักการ “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ใช้องค์ความรู้และการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว โดยการสนับสนุนทุนวิจัยของ บพข. นับเป็นการเร่งสร้างให้เกิดการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการอย่างตรงจุด เสริมความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมไทย และเพิ่มขีดความสามารถในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจาก 13 ผลงาน เชื่อมั่นว่านักวิจัยอีกจำนวนมาก กำลังทุ่มเททำงานอย่างหนัก รวมถึงผู้ประกอบการภาคเอกชนที่เล็งเห็นถึงศักยภาพของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ร่วมมือกันพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการนวัตกรรม ล้วนเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศของเราให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันทัดเทียมนานาประเทศ งาน อว.แฟร์ : SCI POWER FOR FUTURE THAILAND มหกรรมส่งเสริมการใช้ประโยชน์ อววน. เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน ด้วยพลังสหวิทยาการ ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ถึงวันที่ 28 ก.ค. 2567 เวลา 09.00 – 20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.mhesifair.com และเฟซบุ๊ก www.facebook.com/MHESIThailand

สำนักข่าว “สาลิกา” ได้รับรางวัล “สื่อสารเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่” จาก บพท. สร้างสรรค์ความรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ดีในท้องถิ่น

(ซ้าย) ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.), (ขวา) นายอาตมัน ทองอยู่ ผู้อำนวยการสำนักข่าวสาลิกา
ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มอบรางวัลสื่อสารเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที ให้กับ นายอาตมัน ทองอยู่ ผู้อำนวยการสำนักข่าวสาลิกา ซึ่งเป็นรางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติแก่บุคคล องค์กร หรือคณะบุคคล ที่สื่อสารข้อมูลสาระความรู้ สารประโยชน์ ผ่านช่องทางการสื่อสารทั้งออนไลน์หรือออฟไลน์ สู่การรับรู้ของสาธารณชน เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในคุณค่าความรู้ และกระตุ้นให้นำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีในพื้นที่ เผยแพร่ข้อมูลความรู้จากงานวิจัย นวัตกรรม เทคโนโลยีพร้อมใช้ ไปสู่การรับรู้ของสาธารณะ แล้วนำไปต่อยอด ขยายผลใช้ประโยชน์ในการพัฒนาพื้นที่ แบ่งเป็น 4 ประเภท คือ นักวิจัย-นวัตกร, หน่วยงานราชการ, สื่อมวลชน และ ประชาสังคม ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

“พาณิชย์-DITP” ชี้เป้าส่งออกอาหารเสริม เจาะกลุ่มคนรักสุขภาพ-ออกกำลังกายในสหรัฐฯ

นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้มอบนโยบายให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่างๆ ทำการสำรวจลู่ทางและโอกาสการส่งออกสินค้าไทยไปยังประเทศที่ประจำอยู่ ตามนโยบายนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และให้รายงานผลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้รับรายงานจากนางสาวเกษสุรีย์ วิจารณกรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครนิวยอร์ก ถึงการเติบโตของอุตสาหกรรมอาหารเสริมในสหรัฐฯ และโอกาสในการส่งออกสินค้าของไทยเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ ตามการเติบโตของกลุ่มผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ และกลุ่มที่ต้องการอาหารเสริมสำหรับการออกกำลังกาย
ทั้งนี้ ทูตพาณิชย์ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า มูลค่าอุตสาหกรรมอาหารเสริมในสหรัฐฯ ปี 2566 อยู่ที่ 36,036.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตจาก 34,954.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2565 หรือเพิ่มขึ้น ร้อยละ 3.1 โดยปัจจัยหลักที่ทำให้อุตสาหกรรมเติบโต ได้แก่ จำนวนประชากรผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น ผู้บริโภคชาวอเมริกันที่ตระหนักรู้ในเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพ และต้องการอาหารเสริมสำหรับการออกกำลังกายมากขึ้น การบริโภคผลิตภัณฑ์อาหารเสริม กลายเป็นหนึ่งในกิจวัตรประจำวันของชาวอเมริกัน เพื่อช่วยเสริมสารอาหารที่ได้รับในมื้ออาหารประจำวันไม่เพียงพอ ซึ่งวัยผู้ใหญ่เป็นกลุ่มลูกค้าหลัก เนื่องจากมีการเคลื่อนไหวระหว่างวันน้อยและรับประทานอาหารไม่เป็นเวลา ประกอบกับความตระหนักเรื่องการดูแลสุขภาพ จึงทำให้อุตสาหกรรมอาหารเสริมในสหรัฐฯ มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยและผู้ส่งออกไทยในการเสนอผลิตภัณฑ์อาหารเสริมในตลาดสหรัฐฯ ที่มีข้อได้เปรียบในเรื่องชื่อเสียงและความเป็นเอกลักษณ์ของสมุนไพร ซึ่งข้อมูลอุตสาหกรรมอาหารเสริมจะเป็นแนวทางให้แก่ผู้ประกอบการศึกษาพฤติกรรมและความชื่นชอบของผู้บริโภคชาวอเมริกัน และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคชาวอเมริกันให้มีประสิทธิภาพ ในการขยายตลาดสหรัฐฯ ต่อไป

SCB EIC มองเศรษฐกิจไทยปีนี้โตแค่ 2.5% อุตสาหกรรมยานยนต์หดตัวต่ำสุดรอบ 14 ปี

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) มองภาพเศรษฐกิจครึ่งปีหลังยังมีแรงส่งหลักจากภาคบริการตามการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มเร่งตัวขึ้นจากครึ่งปีแรก ด้วยปัจจัยสนับสนุนทั้งมาตรการวีซ่าใหม่ การขยายเที่ยวบิน และการจัดงานอีเวนต์ขนาดใหญ่ รวมถึงภาคส่งออกที่เริ่มกลับมาขยายตัวได้ดีขึ้นในครึ่งหลังของปี โดยยังคงมุมมองการขยายตัวเศรษฐกิจไทยปี 2567 ที่ 2.5%  เนื่องจากมองไปข้างหน้า ปัจจัยกดดันเศรษฐกิจที่สำคัญยังคงมาจากภาคการผลิตที่ยังไม่เห็นสัญญาณฟื้นตัวชัดเจนนัก สะท้อนจากความเชื่อมั่นผู้ประกอบการตลาดในประเทศที่ลดลงต่อเนื่อง อีกทั้งสินค้าคงคลังยังอยู่ในระดับสูงและมีแรงกดดันจากอุปสงค์ในประเทศ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ได้รับผลกระทบชัดเจนและมีแนวโน้มหดตัวในปีนี้แบบ Broad-based โดยยอดการผลิตถูกฉุดรั้งจากอุปสงค์ในประเทศที่ซบเซาและคาดว่าในปี 2567 จะหดตัวต่ำสุดในรอบ 14 ปี ประกอบกับแนวโน้มการบริโภคสินค้าคงทนแผ่วลง สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับลดลงต่อเนื่องตามแนวโน้มเศรษฐกิจที่ฟื้นช้าและราคาพลังงานที่ปรับสูงขึ้น นอกจากนั้น การเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนภาครัฐเริ่มชะลอตัวลง ทั้งนี้ SCB EIC ประเมินว่าการเร่งเบิกจ่ายในช่วงที่เหลือของปีนี้ จะไม่สามารถชดเชยการหดตัวรุนแรงในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ ซึ่ง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2567 ประกาศใช้ล่าช้าได้

สิงคโปร์ อันดับ 1 เมืองปลอดภัยที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยว

ฟอร์บส์ แอดไวเซอร์ เปิดเผยว่า สิงคโปร์ได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองที่มีความปลอดภัยที่สุดในโลกสำหรับนักท่องเที่ยว โดยมีคะแนนความเสี่ยงจากปัจจัยต่างๆ ต่ำที่สุด ในผลการศึกษาวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ เช่น อาชญากรรม การดูแลสุขภาพ ความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ รวมถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ซึ่งกำหนดคะแนนความปลอดภัยตั้งแต่ 0-100 โดยเมืองที่ปลอดภัยสูงสุด จะมีคะแนนต่ำสุด และสิงคโปร์ได้ 0 คะแนนจากการศึกษาครั้งนี้ สำหรับ 10 อันดับแรกของเมืองที่มีความปลอดภัยที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยว ได้แก่ 1. สิงคโปร์ 2. โตเกียว – ญี่ปุ่น 3. โตรอนโต – แคนาดา 4. ซิดนีย์ – ออสเตรเลีย 5. ซูริค – สวิตเซอร์แลนด์ 6. โคเปนเฮเกน – เดนมาร์ก 7. โซล – เกาหลีใต้ 8. โอซาก้า – ญี่ปุ่น 9. เมลเบิร์น – ออสเตรเลีย และ 10. อัมสเตอร์ดัม – เนเธอร์แลนด์