ดึง “คิตะคิวชู โมเดล” พัฒนานิคมอุตสาหกรรม Circular ในอีอีซี
นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงภารกิจการเยือนประเทศญี่ปุ่นในช่วงวันที่ 24 – 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา ว่า รัฐบาลได้มอบหมายให้ กระทรวงอุตสาหกรรม โดย กนอ. และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ร่วมกันจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม Circular ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งการเตรียมความพร้อมด้านองค์ความรู้และพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากร รวมไปถึงเทคโนโลยี เป็นส่วนสำคัญของการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม Circular โดย กนอ. อยู่ระหว่างการหารือความร่วมมือกับสถานกงสุลใหญ่ฟุกุโอกะ กระทรวงการต่างประเทศ เมืองคิตะคิวชู เพื่อดำเนินโครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยเบื้องต้นกำหนดกรอบความร่วมมือในการการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ปัจจัยความสำเร็จในการบริหารจัดการของเสียและวัสดุเหลือใช้ของญี่ปุ่น ประกอบด้วย (1) กฎหมายที่ใช้ในการกำกับดูแลโรงงาน ทั้งผู้ก่อกำเนิดของเสียและผู้รับกำจัดของเสีย (2) กฎหมายที่ใช้ในการกำกับดูแลนิคมอุตสาหกรรมให้เอื้อต่อการพัฒนารูปแบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (3) บูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสนับสนุนการหมุนเวียนทรัพยากรตามแนวคิด end-of-waste และแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคของนิคมอุตสาหกรรม ให้รองรับการตั้งอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการหมุนเวียนทรัพยากร
ยูเนสโกขึ้นทะเบียน “อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท” จ.อุดรธานี เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม

วันนี้ (27 ก.ค.2567) องค์การเพื่อการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ได้ประกาศให้อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จังหวัดอุดรธานี เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ในชื่อ “ภูพระบาท ประจักษ์พยานแห่งวัฒนธรรมสีมา สมัยทวารวดี” (Phu Phrabat, a testimony to the Sīma stone tradition of the Dvaravati period) ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 46 ณ กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย โดยเป็นแหล่งมรดกโลก ลำดับที่ 8 และแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 5 ของประเทศไทย ต่อจากนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัย เมืองบริวาร แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง จ.อุดรธานี และเมืองโบราณศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ อีกทั้งยังเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งที่ 2 ของ จ.อุดรธานี ต่อจากแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก เมื่อ พ.ศ.2535
บังคับใช้แล้ว! รับงานค่าจ้างเกิน 5 แสนบาทไปทำที่บ้าน ต้องมีหลักประกันความเสียหาย
กระทรวงแรงงาน ออกประกาศหลักประกันการทำงาน หรือหลักประกันความเสียหายในการทำงานจากผู้รับงานไปทำที่บ้าน เพื่อให้เกิดความคุ้มครองและเป็นธรรมต่อผู้จ้างงานและผู้รับงานไปทำที่บ้าน ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และมีผลบังคับใช้แล้ว สาระสำคัญของประกาศนี้ ได้กำหนด ประเภท ปริมาณ หรือมูลค่าของงานที่รับไปทำที่บ้านที่อาจเรียกหรือรับหลักประกันจากผู้รับงานไปทำที่บ้านได้ ได้แก่ งานผลิตเครื่องประดับจากวัตถุมีค่า คือ เพชร พลอย เงิน ทองคำ ทองคำชาวและไข่มุก หรืองานเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์โลหะ เช่น ทองแดง ทองเหลือง ไททาเนียม หรืองานอื่นที่มีมูลค่าของงานที่รับไปทำที่บ้าน ในแต่ละงวดการจ้างเกินกว่า 500,000 บาท ขึ้นไป โดยหลักประกันมี 3 ประเภท ได้แก่
1. เงินสด คือ ให้ผู้จ้างงานนำเงินประกันฝากไว้กับธนาคาร หรือสถาบันการเงิน
2. ทรัพย์สิน คือ สมุดเงินฝากธนาคาร หรือหนังสือค้ำประกันของธนาคาร มีมูลค่าไม่เกินร้อยละ 10 ของมูลค่าของงานในแต่ละงวดให้ผู้จ้างงานเก็บหลักประกันไว้
3. การค้ำประกันด้วยบุคคล คือ วงเงินค้ำประกันรับผิดชอบต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของมูลค่าของงานในแต่ละงวด
ตลาดเครื่องสำอางจีนบูม ผู้ประกอบการไทย ปรับโจทย์ เน้นคุณภาพ ชูจุดแข็งสินค้า ใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยรายงานจาก นางสาวนันท์นภัส งามแม้น ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยเหมิน สาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ได้ทำการสำรวจถึงแนวโน้มอุตสาหกรรมเครื่องสำอางในจีนที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยทูตพาณิชย์รายงานว่า จากการสำรวจอุตสาหกรรมเครื่องสำอางในจีน ในช่วงเทศกาลชอปปิ้ง 618 หรือวันที่ 18 มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันก่อตั้งแพลตฟอร์มจิงตง (JD.com) ที่จะการแข่งขันลดราคาในสมรภูมิหลักของแบรนด์ความงามผ่านแพลตฟอร์ม อย่าง Tmall และ JD พบว่ามีแบรนด์ความงามถึง 43 แบรนด์ที่มียอดจำหน่ายเกิน 100 ล้านหยวน แต่ อุตสาหกรรมเครื่องสำอางของจีนกำลังเปลี่ยนจากการพึ่งพาโปรโมชั่นใหญ่ในวันสำคัญ มามุ่งเน้นยอดขายรายวันและสร้างมูลค่าแบรนด์ในระยะยาว ให้ความสำคัญกับการตลาดหลายช่องทาง Omni Channel ที่ให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการได้จากหลากหลายช่องทาง การตลาดออนไลน์ที่ใช้ขยายเวลาการทำโปรโมชั่นให้ยาวขึ้น และไลฟ์สตรีมขายสดเพิ่มขึ้น นอกจากนี้จีนให้ความสำคัญกับบรรจุภัณฑ์เครื่องสำอางสไตล์จีนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยปัจจุบันแบรนด์ความงามของจีน เริ่มให้ความสำคัญกับรองพื้น เน้นมีนวัตกรรมผลิตสินค้าที่เข้าใจความต้องการส่วนบุคคลของผู้บริโภคมากขึ้น มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์รองพื้นที่เหมาะสมกับสภาพอากาศ สภาพผิวของผู้บริโภค มีคุณสมบัติบำรุงผิว มีกันแดดและรองพื้นในตัวเดียวกัน และแนวโน้มบรรจุภัณฑ์เครื่องสำอาง บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ความยั่งยืน มีสุนทรียภาพแบบจีนซึ่งกระแสย้อนยุค กำลังเป็นที่สนใจ
ทูตพาณิชย์แนะนำว่า ตลาดความงามในจีนมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและมีโอกาสมากมาย ผู้ประกอบการไทยควรศึกษาแนวโน้มอย่างใกล้ชิด และปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค โดยนำจุดแข็งของไทยมาใช้ให้เป็นประโยชน์ เช่น วัตถุดิบจากธรรมชาติและภูมิปัญญาการดูแลผิวแบบไทย นอกจากนี้การบรรจุภัณฑ์ของเครื่องสำอางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีสไตล์จีนยังคงตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคจีนได้ดี ทั้งนี้ เครื่องสำอางไทยไม่เพียงแต่มีศักยภาพในจีน แต่ยังมีแนวโน้มเป็นที่นิยมในประเทศกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ที่มีความชื่นชอบต่อเครื่องสำอางที่ประกอบด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ และมุ่งเน้นคุณภาพผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ปลอดภัยและสอดคล้องกับเทรนด์ในอนาคต
คาร์บอนบ็อกซ์ : ตู้ดักจับคาร์บอน ฝีมือจีน ผ่านการรับรองความน่าเชื่อถือแล้ว

















