McKinsey & Company เผยผลสำรวจล่าสุดว่าการทำนวัตกรรมเป็นปัจจัยที่กระตุ้นการเติบโตและการขยายตัวของอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทที่พัฒนาประเภทผลิตภัณฑ์ บริการและประสบการณ์ใหม่ๆ หรือคิดค้นรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ จำนวนมาก มักมีผลกำไรทางเศรษฐกิจเหนือกว่าอุตสาหกรรมอื่นๆ เนื่องจากนวัตกรรมเหล่านี้สามารถสร้างตลาดใหม่ได้ แทนที่จะเพิ่มรายได้จากตลาดที่มีอยู่เดิมเพียงอย่างเดียว
โดย McKinsey & Company พบว่า 5 อุตสาหกรรมที่มีการทำนวัตกรรมและมีรายได้เติบโตอย่างยั่งยืนในปี 2018 – 2023 ได้แก่

1. กลุ่ม Biotechnology
Bio Economy คือ การเปลี่ยนจากเศรษฐกิจฐานเกษตรกรรม มาสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรมนั่นเอง โดยเศรษฐกิจชีวภาพเน้นสร้างห่วงโซ่การผลิตที่เพิ่มมูลค่า (Value Chain) เมื่อขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม จากมันสำปะหลังและอ้อยราคากิโลกรัมละไม่กี่บาท สามารถพัฒนาเป็นพลังงานทางเลือกที่ลดการปล่อยคาร์บอนและแข่งขันได้ อย่างเอทานอลและพลังงานไฟฟ้าชีวมวล ตลอดจนแปรรูปเป็นพลาสติกชีวภาพที่ย่อยสลายได้ หรือใช้เป็นวัตถุดิบผสมในอาหารสัตว์ เพื่อให้ได้โปรตีนจากธรรมชาติแทนการใช้สารเคมี และอีกหลายอุตสาหกรรมใหม่ที่ปัจจุบันเกิดการลงทุนค้นคว้าทำงานวิจัยกันอย่างคึกคักทั่วโลก

2. กลุ่มการบริการสารสนเทศและโปรแกรม
การพัฒนาระบบสารสนเทศและโปรแกรม เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ถือเป็นเครื่องมือที่สำคัญและมีบทบาทหลักในการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและช่วยให้การดำเนินกิจกรรม กระบวนการ เพิ่มประสิทธิภาพขององค์กรดำเนินการได้สะดวกยิ่งขึ้น การยกระดับความสามารถทางการแข่งขันของประเทศในอนาคต ต้องพัฒนาในรูปแบบ Data Driven Approaches ที่เกิดพัฒนาควบคู่กับการใช้ข้อมูลที่มีคุณภาพช่วยในการตัดสินใจ การทำข้อมูลและระบบสารสนเทศเป็นประโยชน์ต่อการใช้งานหลายด้าน และจำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการดำเนินการ
![]()
3. กลุ่ม Semiconductor
อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์เป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่ประเทศไทยมีขีดความสามารถไม่แพ้อุตสาหกรรมอื่น ซึ่งกลยุทธ์ที่จะช่วยให้อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไทยเติบโตอย่างยั่งยืน และสามารถรับมือกับความท้าทายในอนาคตได้ ภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการจะต้องสร้างความร่วมมือกัน ผ่านการจัดหาพันธมิตรในการร่วมลงทุน มีการทำวิจัยและพัฒนาการผลิตเซมิคอนดักเตอร์
รวมทั้งต้องมีการส่งเสริมการพัฒนาทักษะแรงงานทั้ง Hard skills และ Soft skills โดยให้ความสำคัญกับการ Upskill/Reskill แรงงานภายในอุตสาหกรรมให้มีความพร้อมและตอบโจทย์ความต้องการในตลาดที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะทักษะด้านดิจิทัลเทคโนโลยี และการพัฒนา Soft skills ในด้านมนุษยสัมพันธ์และการทำงานเป็นทีมของแรงงานยุคดิจิทัล

4. กลุ่มเครื่องมือแพทย์
เป้าหมายในการเติบโตเป็น Medical Hub คือ หนึ่งในหมุดหมายสำคัญของไทยในการพัฒนาประเทศสู่ไทยแลนด์ 4.0 โดย ‘เครื่องมือแพทย์’ เป็นหนึ่งในสาขาสำคัญของ BCG Economy Model ที่ต้องการขับเคลื่อนให้ประเทศไทยผลักดันให้เกิดความยั่งยืน (Sustainability) โดยการสนับสนุนให้มีการพัฒนาเครื่องมือแพทย์ที่มีมาตรฐานเทียบเท่าสากล ยิ่งเมื่อเราผ่านวิกฤตโรคระบาดครั้งใหญ่มา ยิ่งเป็นตัวเร่งความต้องการใช้เครื่องมือแพทย์และนวัตกรรมทางการแพทย์ที่มีเทคโนโลยีขั้นสูง ที่ทันสมัย ซึ่งต้องอาศัยศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนาของบุคลากรภายในประเทศ เพื่อพัฒนาเครื่องมือแพทย์ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ ลดการนำเข้าตลอดจนสามารถพึ่งพาตนเองได้ รวมถึงสนับสนุนระบบบริการทางการแพทย์ เพื่อยกระดับการให้บริการทางสาธารณสุขของประเทศในการดูแลรักษาคนไทยได้อย่างทันท่วงที

5. กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอาหารเสริม
ปัจจุบันประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่การปฏิรูปอุตสาหกรรมในรูปแบบใหม่ ที่ยึดโยงศักยภาพและความได้เปรียบจากความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ มาปรับเปลี่ยนการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ฐานชีวภาพ ซึ่งอุตสาหกรรมการผลิตอาหารเสริมก็เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ที่ได้มีการยกระดับการพัฒนาด้วยการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีผนวกกับแนวคิดด้านความยั่งยืน ยิ่งในยุคนี้ผู้บริโภคมีความตื่นตัวด้านสุขภาพมากขึ้น แนวโน้มความต้องการของผู้บริโภคภายในประเทศและภูมิภาคเอเซียต่อผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและอาหารเสริมก็เพิ่มสูงขึ้น ยกตัวอย่าง ผลิตโพรไบโอติกที่นำมาใช้เป็นอาหารเสริมมีทิศทางการเติบโตที่สูงขึ้นชัดเจน โดยคาดการณ์มูลค่าการตลาดว่ามีมากกว่า 500 ล้านบาทต่อปี

นอกจากนี้ McKinsey & Company ยังได้แนะนำกลยุทธ์ให้องค์กรที่อยากจะทำนวัตกรรมและอยากเปิดช่องทางตลาดใหม่ๆ โดยมี 4 กลยุทธ์ ดังต่อไปนี้
1. ลองหาโอกาสหรือประโยชน์การใช้ในผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ ในมุมที่ต่างออกไปให้ลูกค้า ตัวอย่าง ผลิตภัณฑ์ Ozempic ตอนแรกได้รับการออกแบบให้เป็นยารักษาโรคเบาหวานประเภท 2 แต่ด้วยคุณสมบัติในการระงับความอยากอาหารที่มีอยู่ บริษัทจึงดำเนินการศึกษาทางคลินิกเกี่ยวกับการใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อลดน้ำหนัก ซึ่งส่งผลให้มีแบรนด์ใหม่และสร้างตลาดใหม่ บริษัทได้สร้างยอดขายเพิ่มเติมอย่างมีนัยสำคัญ
2. มองหาช่องทางที่เป็นเงินสนับสนุนการทำนวัตกรรมที่กำลังเป็นเทรนด์ อย่าง green technology ตัวอย่าง บริษัทพลังงาน NextEra ได้สร้างธุรกิจพลังงานหมุนเวียนชั้นนำแห่งหนึ่งของโลกด้วยการขอเงินอุดหนุนจากรัฐบาลเพื่อผลิตเชิงพาณิชย์ หรือ บริษัทเซมิคอนดักเตอร์ TSMC ได้ใช้เงินอุดหนุนสำหรับการผลิตชิปในประเทศจากประเทศต่างๆ เช่น สหรัฐอเมริกา เพื่อสนับสนุนการทำนวัตกรรม
3. สร้างความร่วมมือกับบริษัทอื่นๆ โดยบริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งกำลังจับตาดูกิจกรรมของสตาร์ทอัพเพื่อประเมินแนวโน้มตลาดใหม่ๆ และกำลังสร้างความร่วมมือหรือเข้าซื้อกิจการบริษัทขนาดเล็กมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตที่ก้าวกระโดดของตนเอง บริษัทที่ดำเนินร่วมกันจะผสมผสานแนวคิดสร้างสรรค์ของสตาร์ทอัพเข้ากับทรัพยากร ความสัมพันธ์กับลูกค้า และข้อได้เปรียบในการแข่งขันอื่นๆ ที่บริษัทขนาดเล็กไม่มี
4. พัฒนาเครื่องมืออย่างแพลต์ฟอร์มเพื่อพัฒนานวัตกรรมร่วมกับบริษัทอื่นๆ ตัวอย่าง John Deere ประสบความสำเร็จในการพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับแอปพลิเคชั่น เซ็นเซอร์ และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ช่วยให้ธุรกิจการเกษตรมีประสิทธิผลมากขึ้น
ที่มา :
- “How innovation can accelerate industry momentum” โดย Matt Banholzer and Tim Koller with Laura LaBerge จากเว็บไซต์ mckinsey.com
- “รู้หรือไม่?? อุตสาหกรรมใดที่มีการทำนวัตกรรมจะมีรายได้ที่เติบโตอย่างยั่งยืน” จาก Facebook : สอวช.
หลากหลายนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนจากทั่วโลก
“อาเซียนดิจิทัล” เลิกคุยเรื่องเก่า หันมาพัฒนาด้านนวัตกรรมและความยั่งยืน เข้าสู่ยุคเอไอเต็มตัว











