มีการพูดกันมากกว่า ธุรกิจล้งผลไม้ ของไทย กำลังเข้าสู่มุมอับ เพราะถูกล้งต่างชาติ โดยเฉพาะล้งจากประเทศจีนเข้ามาตีตลาด ความเป็นจริงเป็นเช่นนั้นจริงไหม และเราจะแก้ปัญหานี้อย่างไร
ผลการศึกษา แนวทางส่งเสริมศักยภาพธุรกิจโรงคัดบรรจุผลไม้ (ล้งผลไม้) ของ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งได้ดำเนินโครงการศึกษาแนวทางส่งเสริมศักยภาพธุรกิจโรงคัดบรรจุผลไม้ โดยมี สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เป็นที่ปรึกษาโครงการฯ ได้รวบรวมข้อมูลสถานการณ์ของธุรกิจล้งผลไม้ ทั้งของผู้ประกอบการไทยและต่างชาติ รวมทั้งนโยบาย มาตรการ กฎระเบียบด้านการค้า และศึกษาผลกระทบของธุรกิจล้งผลไม้ของต่างชาติ ที่มีต่อห่วงโซ่อุปทานผลไม้ไทย ตลอดจนปัญหาอุปสรรคของเกษตรกรและผู้ประกอบการ ทัศนคติ มุมมอง และความคิดเห็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่มีต่อธุรกิจล้งผลไม้ของต่างชาติ ครอบคลุมผลไม้ 4 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน มังคุด ลำไย และมะพร้าวน้ำหอม ในพื้นที่หลายจังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน จันทบุรี ราชบุรี และชุมพร ซึ่งเป็นแหล่งผลิตผลไม้ส่งออกสำคัญของไทย
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยผลการศึกษา โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลทางวิชาการ และการลงพื้นที่สัมภาษณ์เชิงลึก พบว่า ล้งผลไม้ต่างชาติมีผลกระทบทั้งทางบวกและทางลบต่อการค้าผลไม้ไทย

ผลกระทบทางบวก ได้แก่
1. ตลาดส่งออกผลไม้ไทยขยายตัว ล้งจีนเริ่มเข้ามามีบทบาทในไทยตั้งแต่ปี 2546 ที่ไทยกับจีนยกเลิกภาษีนำเข้าภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน และส่งผลให้การส่งออกผลไม้จากไทยไปจีนเติบโตอย่างต่อเนื่อง
2. สร้างแรงจูงใจในการผลิตผลไม้คุณภาพ เนื่องจากราคาขึ้นอยู่กับคุณภาพ จึงทำให้เกษตรกรมีแรงจูงใจในการผลิตผลไม้ให้ได้มาตรฐานการส่งออก
3. เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ เนื่องจากตลาดจีนมีความต้องการสูง ทำให้มีการตั้งล้งผลไม้ในแหล่งเพาะปลูกมากขึ้น
4. ล้งไทยมีรายได้จากการทำธุรกิจคัดบรรจุผลไม้
5. เกษตรกรมีช่องทางการจำหน่ายที่หลากหลาย ลดการพึ่งพาหรือรวบรวมโดยพ่อค้าคนกลาง และแก้ไขปัญหาเกษตรกรถูกกดราคา
6. ราคาผลไม้สูงขึ้น โดยล้งต่างชาติช่วยทำให้ราคาผลไม้ขยับสูงขึ้น ส่งผลดีต่อระบบราคาผลไม้โดยรวม
7. เพิ่มรายได้ด้านภาษีของรัฐบาล
8. ช่วยแก้ปัญหาการขายผลไม้แบบเหมาสวนที่มีความเสี่ยงที่จะเสียเปรียบด้านราคาและสัญญาไม่เป็นธรรม อย่างไรก็ตาม ยังมีเกษตรกรที่ยังนิยมจะขายผลไม้แบบเหมาสวน เนื่องจากสะดวกและช่วยแก้ปัญหาเรื่องการขาดแคลนแรงงาน นอกจากนี้ ยังมีตลาดรองรับที่แน่นอนและได้รับเงินมัดจำล่วงหน้าเป็นทุนในการดูแลสวน

สำหรับผลกระทบทางลบ ได้แก่
1. เพิ่มการพึ่งพาตลาดจีน เป็นปัจจัยเสี่ยงในการทำธุรกิจการค้า
2. ข้อกังวลเรื่องการครอบงำตลาดของล้งจีน นักลงทุนจีนเข้ามาทำธุรกิจล้งผลไม้ในไทยเพิ่มขึ้น มีบทบาทตลอดห่วงโซ่อุปทานและขยายการซื้อขายผลไม้ไปในหลายจังหวัด มีข้อกังวลเรื่องการผูกขาดตลาดและสามารถกำหนดราคาผลไม้ไทยในอนาคต
3. ล้งไทยสูญเสียส่วนแบ่งตลาด ในขณะที่การส่งออกผลไม้ของไทยขยายตัว แต่ล้งไทยกลับสูญเสียส่วนแบ่งตลาด เนื่องจากล้งไทยส่วนใหญ่ ทำหน้าที่เป็นเพียงผู้รวบรวมผลไม้เพื่อส่งออก ซึ่งได้ผลกำไรน้อย และล้งไทยยังประสบปัญหาการเข้าถึงตลาดจีนเนื่องจากข้อจำกัดด้านเงินทุน ภาษา และกฎระเบียบ
4. ข้อกังวลเรื่องการครอบครองที่ดิน มีข้อกังวลว่าล้งจีนจะเข้ามาซื้อที่ดินและเป็นเจ้าของพื้นที่ปลูกผลไม้ โดยใช้คนไทยเป็นตัวแทน (นอมินี) ซึ่งอาจส่งผลต่อการครอบครองที่ดินในอนาคต และ (5) ความเสี่ยงในพฤติกรรมการร่วมกำหนดราคารับซื้อ หรือการฮั้วกดราคาผลไม้

TDRI ชี้ถึงแนวทางการยกระดับล้งผลไม้ไทย 4 ด้าน เพื่อพัฒนาการแข่งขันและรักษาผู้นำตลาดผลไม้เมืองร้อนอย่างแข็งแกร่ง ประกอบด้วย
1. การขยายตลาดไปยังภูมิศาสตร์ใหม่ เช่น ตะวันออกกลาง อินเดีย และตลาดที่มีคนเอเชียอยู่มาก ทำการตลาดเชิงรุกมากขึ้น เพิ่มงบประมาณและกิจกรรมการประชาสัมพันธ์ผลไม้ไทยในต่างประเทศ
2. การกำกับดูแล เพิ่มความเข้มงวดการบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ เช่น ติดตามเฝ้าระวังพฤติกรรมทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม เพิ่มความเข้มงวดการตรวจสอบคุณภาพผลไม้ที่ออกสู่ตลาด และการตรวจสอบความเป็นเจ้าของที่ดินของล้งต่างชาติ
3. การเพิ่มศักยภาพล้งผลไม้ไทย โดยรัฐสนับสนุนเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ เพิ่มช่องทางการเข้าถึงแหล่งเงินทุน สนับสนุนการรวมกลุ่มของล้งผลไม้ไทยและเกษตรกรชาวสวนผลไม้ สนับสนุนความรู้และการลงทุนด้านเทคโนโลยีที่เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน คุณภาพของผลผลิต สนับสนุนให้ล้งไทยมีความสามารถในการส่งออกได้ด้วยตนเอง และสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของทีมเก็บเกี่ยว เพื่อรักษามาตรฐานคุณภาพของผลไม้
4. การพัฒนาเชื่อมโยงข้อมูล เพื่อใช้ประโยชน์ในการวิเคราะห์เชิงลึก

การเข้ามาของต่างชาติจึงเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายของธุรกิจล้งผลไม้ในไทย ที่มีมากกว่า 2,122 ราย หากเกษตรกรและผู้ประกอบการไทยปรับตัว เร่งพัฒนาคุณภาพและขยายตลาดผลไม้ให้กว้างขวางมากขึ้น ก็จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดเดียวมากเกินไป อีกทั้งช่วยสร้างความมั่นคงทางอาชีพ สร้างรายได้ และเสริมสร้างให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ และเชื่อว่าประเทศไทยจะสามารถรักษาความเป็นผู้นำตลาดผลไม้เมืองร้อนของโลกได้อย่างแน่นอน โดย สนค. จะเผยแพร่รายงานฉบับสมบูรณ์ผ่านเว็บไซต์ www.tpso.go.th เพื่อให้ข้อมูลดังกล่าวสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างแพร่หลายต่อไป











