ACMECS ดินแดนไร้รอยต่อ

ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง หรือ ACMECS (Ayeyawady-Chao Phraya-Mekong Economic Cooperation Strategy: ACMECS) ประกอบด้วย ประเทศไทย เมียนมา ลาว กัมพูชา และเวียดนาม คือภูมิภาคที่มีเป้าหมายการพัฒนาอย่างเท่าเทียมแบบไร้รอยต่อ เพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจจากระดับภูมิภาคไปสู่ระดับโลก


ACMECS เป็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจในระดับอนุภูมิภาค เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2546 จนถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลา 21 ปี เป็นเวทีสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับอนุภูมิภาคของทั้ง 5 ประเทศสมาชิก ที่จะมีส่วนร่วมกันในการพัฒนาพื้นที่และสร้างอัตราการเติบโตอย่างยั่งยืน ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี ภูมิรัฐศาสตร์ โครงสร้างประชากร รวมไปถึงสภาพภูมิอากาศ ที่ส่งผลกระทบต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ
ความร่วมมือในระดับอนุภูมิภาคอย่าง ACMECS เป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้กับประเทศสมาชิก หนึ่งในเป้าหมายความร่วมมือนี้คือการเพิ่มขีดความสามารถในด้านการค้า การลงทุนของทั้ง 5 ประเทศสมาชิกที่มีประชากรรวมกันมากกว่า 230 ล้านคน โดยที่ผ่านมาได้มีข้อตกลงในการพัฒนาศักยภาพของทั้ง 5 ประเทศ โดยมีการจัดทำแผนแม่บทระยะ 5 ปี หรือ Master Plan ระหว่างปี 2562-2566 ในการประชุมที่กรุงเทพฯ เมื่อปี 2561 โดยมี 3 เป้าหมายหลักในการพัฒนาคือ การเชื่อมโยงแบบไร้รอยต่อในอนุภูมิภาค (Seamless Connectivity), การสอดประสานด้านเศรษฐกิจ (Synchronized ACMECS) และ การพัฒนาภูมิภาคอย่างยั่งยืนและมีนวัตกรรม (Smart and Sustainable ACMECS)

รัฐบาลไทยโดยกระทรวงคมนาคม ได้มีการเสริมสร้างการเชื่อมโยงแบบไร้รอยต่อ โดยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเชื่อมโยงการคมนาคมระหว่างประเทศสมาชิกทั้งทางบก น้ำ และอากาศ อาทิ รถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง รวมไปถึงไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน เชื่อมต่อการขนส่งสู่ประเทศเพื่อนบ้าน ทั้ง ลาว เมียนมา กัมพูชา และ เวียดนาม
ในด้านการส่งเสริมการลงทุน ปัจจุบันบีโอไอนอกจากสนับสนุนให้ภาคธุรกิจต่างประเทศเข้ามาลงทุนในประเทศไทยแล้ว ยังมีการสนับสนุนให้ภาคธุรกิจไทยเข้าไปลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ ACMECS โดยมีการเปิดอบรมหลักสูตรและมีผู้เข้ารับการอบรมเพื่อไปลงทุนในกลุ่มประเทศ ACMECS มากกว่า 300 ราย เป็นส่วนหนึ่งของการลดช่องว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ไม่เท่าเทียมกัน สร้างการสอดประสานด้านเศรษฐกิจ (Synchronized ACMECS) และ การพัฒนาภูมิภาคอย่างยั่งยืนและมีนวัตกรรม (Smart and Sustainable ACMECS)
การขับเคลื่อน ACMECS เริ่มทำอย่างจริงจังเมื่อ 6 ปีที่แล้ว มีการตั้งกองทุนวงเงิน 500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อพัฒนาและสนับสนุนการลงทุนของกลุ่มประเทศ ACMECS ร่วมพัฒนาฝีมือแรงงาน และบุคลากร โดยหนึ่งในธุรกิจที่น่าสนใจของภูมิภาคนี้คือ การลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ Wellness ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตทั่วโลกเฉลี่ย 9% ต่อปี มีมูลค่าตลาดสูงถึง 6.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี พ.ศ. 2567 และคาดว่าจะแตะ 8.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในปีพ.ศ. 2570 การเติบโตของ Wellness Tourism เป็นโอกาสสำหรับอนุภูมิภาค ACMECS เนื่องจาก 5 ประเทศ มีองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนา Wellness Tourism ร่วมกัน ประกอบด้วย การมีธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสำหรับการพักผ่อน, อาหารเพื่อสุขภาพจากสมุนไพรที่หลากหลาย, มีความสามารถในการให้บริการ และ Hospitality, มีวัฒนธรรม, และ มีการให้บริการทางการแพทย์ที่ดี เมื่อรวมทุกองค์ประกอบแล้ว หากสามารถขับเคลื่อน ACMECS ให้เป็นศูนย์กลางในการพัฒนา Wellness Tourism ก็จะเป็นโอกาสสำหรับการเติบโตในภูมิภาค
อาเซียนดิจิทัล
อย่างไรก็ตาม จุดเริ่มต้นของ ACMECS มาจากแนวคิดที่ต้องการลดความเหลื่อมล้ำระหว่างประเทศในอนุภูมิภาคได้อย่างไร ซึ่งความเหลื่อมล้ำไม่ได้มีแค่เรื่องเศรษฐกิจ แต่รวมไปถึงความเหลื่อมล้ำในเรื่องของการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ความรู้ นวัตกรรม ดังนั้นเมื่อพูดถึงความร่วมมือการเชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ การสอดประสานด้านเศรษฐกิจ และ การพัฒนาภูมิภาคอย่างยั่งยืนและมีนวัตกรรม จึงต้องให้ความสำคัญกับความร่วมมือในการรับมือกับเรื่องของภัยพิบัติที่เกิดขึ้นร่วมกัน อย่างปัจจุบันมีปัญหาเรื่องน้ำท่วม ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในไทย แต่ยังเกิดขึ้นกับประเทศในกลุ่มอนุภูมิภาค ACMECS ต้องคำนึงถึงความร่วมมือร่วมกันในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นร่วมกัน
ขณะที่ปัจจุบันความขัดแย้งในระดับภูมิรัฐศาสตร์มีมากขึ้น นำไปสู่ความขัดแย้งทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค ที่เห็นได้ชัดคือความขัดแย้งผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจระหว่าง จีน กับ สหรัฐอเมริกา เริ่มมีการปฏิเสธแนวคิดในเรื่องของการค้าเสรี นำมาสู่การกีดกันทางการค้ามากขึ้น ความร่วมมือในระดับอนุภูมิภาคอย่าง ACMECS จึงเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความแข็งแกร่งในระดับภูมิภาค คำนึงถึงเรื่องของสภาพแวดล้อม จริยธรรมและธรรมาภิบาลในการทำธุรกิจ ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้ คือองค์ประกอบสำคัญในการขับเคลื่อน ACMECS สู่ความร่วมมือในระดับอนุภูมิภาคที่เชื่อมโยงและเติบโตไปพร้อมกัน โดยการนำนวัตกรรมมาใช้และพัฒนาไปพร้อมกับเรื่องของการลดความเหลื่อมล้ำ รักษาสิ่งแวดล้อม มีความยั่งยืน ซึ่ง ACMECS คือภูมิภาคที่สามารถพัฒนาไปสู่เป้าหมายนั้นได้

หมายเหตุ :
ข้อมูลจากเวทีสัมมนา “Towards The Prosperous ACMECS” จัดโดยสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (Thailand Management Association : TMA) ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) โดยเป็นส่วนหนึ่งของงาน 60 YEARS OF EXCELLENCE  ภาคธุรกิจเอกชนไทย หนุนให้ภาครัฐเร่งขับเคลื่อนความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง หรือ ACMECS (Ayeyawady-Chao Phraya-Mekong Economic Cooperation Strategy: ACMECS) ประกอบด้วย ประเทศไทย เมียนมา ลาว กัมพูชา และเวียดนาม เพื่อสร้างความเติบโตอย่างเท่าเทียมกันในระดับอนุภูมิภาคพร้อมขยายการเติบโตทางเศรษฐกิจไปในระดับโลก  
ผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย นายมนตรี เดชาสกุลสม รองปลัดกระทรวงคมนาคม, นายนฤชา ฤชุพันธุ์ รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ, นายเวทิต โชควัฒนา รองประธานและประธานสายงานอาเซียน และ โลจิสติกส์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและหอการค้าไทย และ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน), นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และ บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน), นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, รองศาสตราจารย์ ดร.ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยการบริหาร มูลนิธิอาเซียน, นายบรรณ เกษมทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน), นายวริษฐ์ รัตนชื่น ผู้ช่วยผู้ว่าการ วิจัย นวัตกรรม และ พัฒนาธุรกิจ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT), นายวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน), ดร.เบญจรงค์ สุวรรณคีรี รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย โดยมี ดร.พสุ โลหารชุน ประธานกรรมการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) เป็นผู้กล่าวเปิดการสัมมนา