Thursday, August 27, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.278

EEC ฮับ “ระเบียงสุขภาพภาคตะวันออก”  โอกาสทองของธุรกิจ Health & Wellness

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. และเครือข่ายพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมกันส่งเสริมสนับสนุนธุรกิจ Health & Wellness ของไทย เข้าลงทุนดำเนินกิจการหรือขยายสาขาในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นมิติใหม่ในการพัฒนาพื้นที่เชิงยุทธศาสตร์การกระตุ้นเศรษฐกิจด้านสุขภาพใน EEC ผลักดันให้เป็น ‘ระเบียงสุขภาพภาคตะวันออก’ เป็นการเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันให้ผู้ประกอบการไทย พร้อมส่งเสริมให้นักธุรกิจในพื้นที่ นักท่องเที่ยวคุณภาพสูง และนักเดินทางกลุ่มไมซ์เข้าใช้บริการหรือสนใจต่อยอดร่วมลงทุนเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ สร้างมุมมองและเปิดประสบการณ์ใหม่ในพื้นที่ EEC ที่ใช่เป็นเพียงพื้นที่การลงทุนทำธุรกิจทั้งชาวไทยและต่างชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นฮับด้านการดูแลสุขภาพและสุขภาวะที่ดีส่งเสริมให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ กลุ่มจังหวัด และประเทศในรูปแบบของการจับจ่ายใช้สอย เป็นปัจจัยสนับสนุนให้เกิดการตัดสินใจขยายระยะเวลาการพำนักในประเทศไทยให้มีช่วงเวลาที่ยาวนานขึ้น
ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2567) พื้นที่ EEC (จ.ฉะเชิงเทรา จ.ชลบุรี และ จ.ระยอง) มีธุรกิจ Health & Wellness จำนวน 1,855 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 26,861 ล้านบาท มีรายได้ 33,114.52 ล้านบาท ขณะที่ภาพรวมธุรกิจ Wellness ของไทยมีนิติบุคคลรวม 28,402 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 353,551.85 ล้านบาท มีรายได้รวม 1,126,505.34 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2566 มีจำนวนนิติบุคคลเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 9.5 จะเห็นได้ว่าใน EEC ยังมีพื้นที่จำนวนมากให้ผู้ประกอบการรายใหม่ที่สนใจประกอบธุรกิจเข้ามาทำการตลาด โดยคาดว่าธุรกิจ Health & Wellness มีแนวโน้มเติบโตเพิ่มสูงขึ้นทั้งในและต่างประเทศ เนื่องจากคนไทยมีหัวใจรักบริการ มีความโอบอ้อมอารี และมีศักยภาพด้านการบริหารจัดการงานบริการ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร ธุรกิจ Health & Wellness จึงเป็นโอกาสทางธุรกิจที่พร้อมเติบโตในพื้นที่ EEC ได้อย่างไม่ยาก

สถาบันไทย-เยอรมัน จับมือ MI-NTT Com พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ป้อนอุตสาหกรรมไทย

สถาบันไทย-เยอรมัน (TGI) โดยคุณสมชาย จักร์กรีนทร์ ผู้อำนวยการสถาบันฯ บริษัท โมบาย อินโนเวชั่น จำกัด (MI) โดยคุณอากิระ เซคิเนะ ประธานบริษัทฯ และบริษัท เอ็นทีที คอมมิวนิเคชันส์ คอร์ปอเรชัน (NTT Com) ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)  เพื่อความก้าวหน้าในภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทยโดยการใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในการผลิต
การลงนาม MOU ฉบับนี้ เป็นการร่วมกันส่งเสริมการเติบโตของเทคโนโลยี IoT (Internet of Things) และ AI (Artificial Intelligence) ในภาคอุตสาหกรรมของไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนาเทคโนโลยี ส่งเสริมและสนับสนุนการบูรณาการและขยายการใช้เทคโนโลยี IoT และ AI ในภาคอุตสาหกรรมไทย เพื่อให้ทันต่อความก้าวหน้าในเทคโนโลยี และเป็นศูนย์ถ่ายทอดและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี IoT และ AI ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิต รวมถึงความร่วมมือในการจัดสัมมนา การฝึกอบรม และกิจกรรมการศึกษาอื่นๆ ที่ออกแบบมาเพื่อถ่ายทอดความรู้เฉพาะทางให้แก่บุคลากรในอุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษา
ตามข้อตกลง MOU บริษัท โมบาย อินโนเวชั่น จำกัด (MI) และ เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ จะให้การสนับสนุนแก่ TGI เช่น การจัดหลักสูตรการฝึกอบรมและการศึกษาเชิงเทคนิค, การจัดหาอุปกรณ์ เครื่องมือ และวัสดุการสอนที่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือ, การร่วมจัดสัมมนาและกิจกรรมการศึกษาอื่นๆ ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ ความร่วมมือนี้แสดงถึงการก้าวไปข้างหน้าอย่างสำคัญในเส้นทางของภาคอุตสาหกรรมไทยในการพัฒนาและความเป็นเลิศทางเทคโนโลยี การเป็นพันธมิตรของ TGI, MI,  และ NTT แสดงถึงความพยายามร่วมกันในการเสริมสร้างความสามารถและความรู้ของแรงงานไทย ให้พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงในโลกอุตสาหกรรมที่มีการใช้เทคโนโลยีอัตโนมัติและมีความเป็นอัจฉริยะมากขึ้น

EA ได้เงินทุนระยะสั้น 1.2 พันล้านบาท ชี้สัญญาณดี เดินหน้าเจรจา Strategic Partners

นายวสุ กลมเกลี้ยง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน EA
เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2567 บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA หนึ่งในผู้ผลิตพลังงานหมุนเวียนชั้นนำของประเทศไทย ประกาศว่า บริษัทฯ ได้เงินทุนระยะสั้นจำนวน 1,200 ล้านบาท ทั้งนี้ เป็นเงินทุนที่ได้มาจาก 2 แหล่งที่มา คือนิติบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกันและนายสมโภชน์ อาหุนัย ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ EA เป็นจำนวนเงิน 300 ล้านบาท และ 900 ล้านบาทตามลำดับ
นายวสุ กลมเกลี้ยง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน EA กล่าวว่า เงินทุนที่ได้มาจะนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน (Working Capital) ในระหว่างที่บริษัทกำลังเดินหน้าสู่ข้อสรุปที่กำลังเจรจากับ Strategic Partners
“เราได้จัดการเรื่องต่างๆ คืบหน้าเป็นอย่างดี จนสถานการณ์เริ่มนิ่งแล้ว และความเชื่อมั่นในการให้เงินกู้ดังกล่าวนี้เป็นสัญญานที่ดี และเรามีความยินดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของเรามีความเชื่อมั่นในธุรกิจมากพอที่จะให้เงินกู้ในจำนวนที่มากพอสมควรเช่นนี้กับบริษัท โดยไม่มีหลักประกันเงินกู้ใดๆ ทั้งสิ้น” นายวสุกล่าว
EA คือหนึ่งในผู้ผลิตพลังงานหมุนเวียนชั้นนำของประเทศไทยและผู้นำพลังงานแห่งอนาคตอันได้แก่ สถานีอัดประจุไฟฟ้า ยานยนต์ไฟฟ้า เรือโดยสารไฟฟ้า แบตเตอรี่ และระบบกักเก็บพลังงาน

ยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปี 35,108 โรงงานน้ำท่วม มูลค่ากว่า 176 ล้านบาท

นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะโฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประกอบการโรงงานในพื้นที่น้ำท่วม เร่งเยียวยาความเสียหายหลังสถานการณ์น้ำดีขึ้น โดยมอบหมายกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ดำเนินการรวบรวมข้อมูลและตรวจสอบข้อเท็จจริงประกอบการยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีโรงงานจำพวกที่ 2 และจำพวกที่ 3 และจากข้อมูลพื้นที่น้ำท่วมใน 57 จังหวัด คาดการณ์ว่าโรงงานจำพวกที่ 2 และ จำพวกที่ 3 ที่จะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปี จำนวน 35,108 โรงงาน มูลค่ากว่า 176 ล้านบาท โดยโรงงานที่ได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติน้ำท่วมนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2567 สามารถแจ้งข้อมูลตั้งแต่บัดนี้ – 31 ตุลาคม 2567

โลกพิศวง! แม่น้ำกัดเซาะดัน “ยอดเขาโชโมลังมา” ยกตัวสูงขึ้น 15-50 เมตร

(แฟ้มภาพซินหัว : ทิวทัศน์ยอดเขาโชโมลังมา ณ ระดับความสูง 8,400 เมตร ในเขตปกครองตนเองทิเบต (ซีจ้าง) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน วันที่ 23 พ.ค. 2023) // www.xinhuathai.com
หากกล่าวถึงยอดเขาโชโมลังมา หนึ่งในคำถามที่ผุดขึ้นมาอาจจะเป็นเหตุใดยอดเขานี้จึงสูงกว่ายอดเขาอื่นๆ อย่างมาก ซึ่งการศึกษาใหม่ได้เผยหลักฐานที่บ่งชี้ว่าการกัดเซาะของแม่น้ำเป็นสาเหตุเบื้องหลังที่ทำให้ยอดเขาสูงที่สุดในโลกลูกนี้ยกตัวสูงขึ้นเมื่อไม่นานนี้
สำนักข่าวซินหัว ระบุ ทีมนักวิจัยซึ่งนำโดยหวังเฉิงซ่าน จากมหาวิทยาลัยธรณีศาสตร์แห่งประเทศจีน (ปักกิ่ง) และนักวิจัยคนอื่นๆ จากมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอนจากสหราชอาณาจักร ได้ร่วมดำเนินการศึกษาซึ่งเผยแพร่ในวารสารเนเจอร์ จีโอไซแอนซ์ (Nature Geoscience) เมื่อวันจันทร์ (30 ก.ย.)
หวังระบุว่าการก่อตัวของภูเขาโชโมลังมาและเทือกเขาหิมาลัยทั้งหมดส่วนใหญ่เกิดจากการชนกันระหว่างแผ่นเปลือกโลกอินเดียและแผ่นเปลือกโลกยูเรเซีย
ทว่าทฤษฎีการชนกันเพียงอย่างเดียวไม่สามารถอธิบายได้อย่างครบถ้วนว่าเหตุใดยอดเขาโชโมลังมาจึงสูงกว่ายอดเขาเฉียวเกอหลี่ (Qogir) ยอดเขาที่สูงเป็นอันดับสองของโลก เกือบ 250 เมตร ขณะที่เฉียวเกอหลี่เองมีความสูงกว่ายอดเขาที่สูงเป็นอันดับ 3 และ 4 ของโลกเพียงไม่กี่สิบเมตรเท่านั้น ซึ่งความแตกต่างนี้ชี้ให้เห็นว่าการยกตัวของภูเขาโชโมลังมาอาจเกิดจากกลไกพิเศษบางประการ
หลังการวิจัยนานหลายปี นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบวิวัฒนาการแบบเฉพาะของระบบน้ำรอบยอดเขาโชโมลังมา ซึ่งเกี่ยวโยงกับวิวัฒนาการของแม่น้ำโกศี (Kosi) แม่น้ำสายเก่าแก่สายหนึ่งอย่างใกล้ชิด
การศึกษาระบุว่าเมื่อราว 89,000 ปีก่อน แม่น้ำโกศีเกิดปรากฏการณ์ลักน้ำ (river capture) ปรากฏการณ์ทั่วไปที่มักเกิดในภูมิภาคก่อเกิดภูเขา ซึ่งเป็นกระบวนการที่แม่น้ำสายหนึ่ง “ขโมย” การไหลของแม่น้ำอีกสายหนึ่งผ่านการกัดเซาะ และส่งผลให้พื้นที่ระบายน้ำขยายตัวออกอย่างรวดเร็วและมีอัตราการกัดเซาะเพิ่มขึ้น โดยความลึกของการกัดเซาะต่อปีสูงสุดอาจมากถึง 12 มิลลิเมตร
เมื่อก้นแม่น้ำลึกขึ้น หินโดยรอบจะเกิดการดีดกลับแบบไอโซสแตติก (isostatic rebound) เนื่องจากน้ำหนักที่ลดหายไป ซึ่งกระบวนการดังกล่าวส่งผลให้ยอดเขาโชโมลังมาถูกยกตัวให้สูงขึ้นเพิ่มอีก
การศึกษาคาดว่านับตั้งแต่ปรากฏการณ์ลักน้ำ ความสูงของยอดเขาโชโมลังมาเพิ่มขึ้นมาประมาณ 0.2-0.5 มิลลิเมตรต่อปี ทำให้มีความสูงสะสมเพิ่ม 15-50 เมตร
หวังกล่าวทิ้งท้ายว่าแม้การเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกยังคงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เขาโชโมลังมายกตัวขึ้น ทว่าการศึกษาครั้งนี้ได้ชี้ให้เห็นกลไกใหม่ของการยกตัวของภูเขาอันเกิดจากปรากฏการณ์ลักน้ำ ซึ่งช่วยให้ผู้คนทำความเข้าใจวิวัฒนาการของแถบภูเขาและกระบวนการก่อตัวของยอดเขาได้ดีขึ้น