
EEC ฮับ “ระเบียงสุขภาพภาคตะวันออก” โอกาสทองของธุรกิจ Health & Wellness

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. และเครือข่ายพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมกันส่งเสริมสนับสนุนธุรกิจ Health & Wellness ของไทย เข้าลงทุนดำเนินกิจการหรือขยายสาขาในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นมิติใหม่ในการพัฒนาพื้นที่เชิงยุทธศาสตร์การกระตุ้นเศรษฐกิจด้านสุขภาพใน EEC ผลักดันให้เป็น ‘ระเบียงสุขภาพภาคตะวันออก’ เป็นการเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันให้ผู้ประกอบการไทย พร้อมส่งเสริมให้นักธุรกิจในพื้นที่ นักท่องเที่ยวคุณภาพสูง และนักเดินทางกลุ่มไมซ์เข้าใช้บริการหรือสนใจต่อยอดร่วมลงทุนเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ สร้างมุมมองและเปิดประสบการณ์ใหม่ในพื้นที่ EEC ที่ใช่เป็นเพียงพื้นที่การลงทุนทำธุรกิจทั้งชาวไทยและต่างชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นฮับด้านการดูแลสุขภาพและสุขภาวะที่ดีส่งเสริมให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ กลุ่มจังหวัด และประเทศในรูปแบบของการจับจ่ายใช้สอย เป็นปัจจัยสนับสนุนให้เกิดการตัดสินใจขยายระยะเวลาการพำนักในประเทศไทยให้มีช่วงเวลาที่ยาวนานขึ้น
ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2567) พื้นที่ EEC (จ.ฉะเชิงเทรา จ.ชลบุรี และ จ.ระยอง) มีธุรกิจ Health & Wellness จำนวน 1,855 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 26,861 ล้านบาท มีรายได้ 33,114.52 ล้านบาท ขณะที่ภาพรวมธุรกิจ Wellness ของไทยมีนิติบุคคลรวม 28,402 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 353,551.85 ล้านบาท มีรายได้รวม 1,126,505.34 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2566 มีจำนวนนิติบุคคลเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 9.5 จะเห็นได้ว่าใน EEC ยังมีพื้นที่จำนวนมากให้ผู้ประกอบการรายใหม่ที่สนใจประกอบธุรกิจเข้ามาทำการตลาด โดยคาดว่าธุรกิจ Health & Wellness มีแนวโน้มเติบโตเพิ่มสูงขึ้นทั้งในและต่างประเทศ เนื่องจากคนไทยมีหัวใจรักบริการ มีความโอบอ้อมอารี และมีศักยภาพด้านการบริหารจัดการงานบริการ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร ธุรกิจ Health & Wellness จึงเป็นโอกาสทางธุรกิจที่พร้อมเติบโตในพื้นที่ EEC ได้อย่างไม่ยาก

สถาบันไทย-เยอรมัน จับมือ MI-NTT Com พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ป้อนอุตสาหกรรมไทย

สถาบันไทย-เยอรมัน (TGI) โดยคุณสมชาย จักร์กรีนทร์ ผู้อำนวยการสถาบันฯ บริษัท โมบาย อินโนเวชั่น จำกัด (MI) โดยคุณอากิระ เซคิเนะ ประธานบริษัทฯ และบริษัท เอ็นทีที คอมมิวนิเคชันส์ คอร์ปอเรชัน (NTT Com) ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อความก้าวหน้าในภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทยโดยการใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในการผลิต
การลงนาม MOU ฉบับนี้ เป็นการร่วมกันส่งเสริมการเติบโตของเทคโนโลยี IoT (Internet of Things) และ AI (Artificial Intelligence) ในภาคอุตสาหกรรมของไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนาเทคโนโลยี ส่งเสริมและสนับสนุนการบูรณาการและขยายการใช้เทคโนโลยี IoT และ AI ในภาคอุตสาหกรรมไทย เพื่อให้ทันต่อความก้าวหน้าในเทคโนโลยี และเป็นศูนย์ถ่ายทอดและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี IoT และ AI ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิต รวมถึงความร่วมมือในการจัดสัมมนา การฝึกอบรม และกิจกรรมการศึกษาอื่นๆ ที่ออกแบบมาเพื่อถ่ายทอดความรู้เฉพาะทางให้แก่บุคลากรในอุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษา
ตามข้อตกลง MOU บริษัท โมบาย อินโนเวชั่น จำกัด (MI) และ เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ จะให้การสนับสนุนแก่ TGI เช่น การจัดหลักสูตรการฝึกอบรมและการศึกษาเชิงเทคนิค, การจัดหาอุปกรณ์ เครื่องมือ และวัสดุการสอนที่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือ, การร่วมจัดสัมมนาและกิจกรรมการศึกษาอื่นๆ ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ ความร่วมมือนี้แสดงถึงการก้าวไปข้างหน้าอย่างสำคัญในเส้นทางของภาคอุตสาหกรรมไทยในการพัฒนาและความเป็นเลิศทางเทคโนโลยี การเป็นพันธมิตรของ TGI, MI, และ NTT แสดงถึงความพยายามร่วมกันในการเสริมสร้างความสามารถและความรู้ของแรงงานไทย ให้พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงในโลกอุตสาหกรรมที่มีการใช้เทคโนโลยีอัตโนมัติและมีความเป็นอัจฉริยะมากขึ้น

EA ได้เงินทุนระยะสั้น 1.2 พันล้านบาท ชี้สัญญาณดี เดินหน้าเจรจา Strategic Partners
นายวสุ กลมเกลี้ยง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน EAเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2567 บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA หนึ่งในผู้ผลิตพลังงานหมุนเวียนชั้นนำของประเทศไทย ประกาศว่า บริษัทฯ ได้เงินทุนระยะสั้นจำนวน 1,200 ล้านบาท ทั้งนี้ เป็นเงินทุนที่ได้มาจาก 2 แหล่งที่มา คือนิติบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกันและนายสมโภชน์ อาหุนัย ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ EA เป็นจำนวนเงิน 300 ล้านบาท และ 900 ล้านบาทตามลำดับ
นายวสุ กลมเกลี้ยง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน EA กล่าวว่า เงินทุนที่ได้มาจะนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน (Working Capital) ในระหว่างที่บริษัทกำลังเดินหน้าสู่ข้อสรุปที่กำลังเจรจากับ Strategic Partners
“เราได้จัดการเรื่องต่างๆ คืบหน้าเป็นอย่างดี จนสถานการณ์เริ่มนิ่งแล้ว และความเชื่อมั่นในการให้เงินกู้ดังกล่าวนี้เป็นสัญญานที่ดี และเรามีความยินดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของเรามีความเชื่อมั่นในธุรกิจมากพอที่จะให้เงินกู้ในจำนวนที่มากพอสมควรเช่นนี้กับบริษัท โดยไม่มีหลักประกันเงินกู้ใดๆ ทั้งสิ้น” นายวสุกล่าว
EA คือหนึ่งในผู้ผลิตพลังงานหมุนเวียนชั้นนำของประเทศไทยและผู้นำพลังงานแห่งอนาคตอันได้แก่ สถานีอัดประจุไฟฟ้า ยานยนต์ไฟฟ้า เรือโดยสารไฟฟ้า แบตเตอรี่ และระบบกักเก็บพลังงาน

ยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปี 35,108 โรงงานน้ำท่วม มูลค่ากว่า 176 ล้านบาท

นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะโฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประกอบการโรงงานในพื้นที่น้ำท่วม เร่งเยียวยาความเสียหายหลังสถานการณ์น้ำดีขึ้น โดยมอบหมายกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ดำเนินการรวบรวมข้อมูลและตรวจสอบข้อเท็จจริงประกอบการยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีโรงงานจำพวกที่ 2 และจำพวกที่ 3 และจากข้อมูลพื้นที่น้ำท่วมใน 57 จังหวัด คาดการณ์ว่าโรงงานจำพวกที่ 2 และ จำพวกที่ 3 ที่จะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปี จำนวน 35,108 โรงงาน มูลค่ากว่า 176 ล้านบาท โดยโรงงานที่ได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติน้ำท่วมนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2567 สามารถแจ้งข้อมูลตั้งแต่บัดนี้ – 31 ตุลาคม 2567

โลกพิศวง! แม่น้ำกัดเซาะดัน “ยอดเขาโชโมลังมา” ยกตัวสูงขึ้น 15-50 เมตร
(แฟ้มภาพซินหัว : ทิวทัศน์ยอดเขาโชโมลังมา ณ ระดับความสูง 8,400 เมตร ในเขตปกครองตนเองทิเบต (ซีจ้าง) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน วันที่ 23 พ.ค. 2023) // www.xinhuathai.comหากกล่าวถึงยอดเขาโชโมลังมา หนึ่งในคำถามที่ผุดขึ้นมาอาจจะเป็นเหตุใดยอดเขานี้จึงสูงกว่ายอดเขาอื่นๆ อย่างมาก ซึ่งการศึกษาใหม่ได้เผยหลักฐานที่บ่งชี้ว่าการกัดเซาะของแม่น้ำเป็นสาเหตุเบื้องหลังที่ทำให้ยอดเขาสูงที่สุดในโลกลูกนี้ยกตัวสูงขึ้นเมื่อไม่นานนี้
สำนักข่าวซินหัว ระบุ ทีมนักวิจัยซึ่งนำโดยหวังเฉิงซ่าน จากมหาวิทยาลัยธรณีศาสตร์แห่งประเทศจีน (ปักกิ่ง) และนักวิจัยคนอื่นๆ จากมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอนจากสหราชอาณาจักร ได้ร่วมดำเนินการศึกษาซึ่งเผยแพร่ในวารสารเนเจอร์ จีโอไซแอนซ์ (Nature Geoscience) เมื่อวันจันทร์ (30 ก.ย.)
หวังระบุว่าการก่อตัวของภูเขาโชโมลังมาและเทือกเขาหิมาลัยทั้งหมดส่วนใหญ่เกิดจากการชนกันระหว่างแผ่นเปลือกโลกอินเดียและแผ่นเปลือกโลกยูเรเซีย
ทว่าทฤษฎีการชนกันเพียงอย่างเดียวไม่สามารถอธิบายได้อย่างครบถ้วนว่าเหตุใดยอดเขาโชโมลังมาจึงสูงกว่ายอดเขาเฉียวเกอหลี่ (Qogir) ยอดเขาที่สูงเป็นอันดับสองของโลก เกือบ 250 เมตร ขณะที่เฉียวเกอหลี่เองมีความสูงกว่ายอดเขาที่สูงเป็นอันดับ 3 และ 4 ของโลกเพียงไม่กี่สิบเมตรเท่านั้น ซึ่งความแตกต่างนี้ชี้ให้เห็นว่าการยกตัวของภูเขาโชโมลังมาอาจเกิดจากกลไกพิเศษบางประการ
หลังการวิจัยนานหลายปี นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบวิวัฒนาการแบบเฉพาะของระบบน้ำรอบยอดเขาโชโมลังมา ซึ่งเกี่ยวโยงกับวิวัฒนาการของแม่น้ำโกศี (Kosi) แม่น้ำสายเก่าแก่สายหนึ่งอย่างใกล้ชิด
การศึกษาระบุว่าเมื่อราว 89,000 ปีก่อน แม่น้ำโกศีเกิดปรากฏการณ์ลักน้ำ (river capture) ปรากฏการณ์ทั่วไปที่มักเกิดในภูมิภาคก่อเกิดภูเขา ซึ่งเป็นกระบวนการที่แม่น้ำสายหนึ่ง “ขโมย” การไหลของแม่น้ำอีกสายหนึ่งผ่านการกัดเซาะ และส่งผลให้พื้นที่ระบายน้ำขยายตัวออกอย่างรวดเร็วและมีอัตราการกัดเซาะเพิ่มขึ้น โดยความลึกของการกัดเซาะต่อปีสูงสุดอาจมากถึง 12 มิลลิเมตร
เมื่อก้นแม่น้ำลึกขึ้น หินโดยรอบจะเกิดการดีดกลับแบบไอโซสแตติก (isostatic rebound) เนื่องจากน้ำหนักที่ลดหายไป ซึ่งกระบวนการดังกล่าวส่งผลให้ยอดเขาโชโมลังมาถูกยกตัวให้สูงขึ้นเพิ่มอีก
การศึกษาคาดว่านับตั้งแต่ปรากฏการณ์ลักน้ำ ความสูงของยอดเขาโชโมลังมาเพิ่มขึ้นมาประมาณ 0.2-0.5 มิลลิเมตรต่อปี ทำให้มีความสูงสะสมเพิ่ม 15-50 เมตร
หวังกล่าวทิ้งท้ายว่าแม้การเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกยังคงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เขาโชโมลังมายกตัวขึ้น ทว่าการศึกษาครั้งนี้ได้ชี้ให้เห็นกลไกใหม่ของการยกตัวของภูเขาอันเกิดจากปรากฏการณ์ลักน้ำ ซึ่งช่วยให้ผู้คนทำความเข้าใจวิวัฒนาการของแถบภูเขาและกระบวนการก่อตัวของยอดเขาได้ดีขึ้น
Post Views: 1,293