Thursday, August 27, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.282

ดึง 6 ยักษ์ใหญ่ท่องเที่ยว ดันไทยจุดหมายปลายทางระดับโลก

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้พบหารือกับคณะผู้บริหารระดับสูงจาก 6 บริษัทชั้นนำด้านการท่องเที่ยวของโลก ได้แก่ Grab ผู้นำ Super App ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ IHG และ Marriott International เครือโรงแรมชั้นนำ Agoda Expedia Trip.com Group เว็บไซต์จองที่พักและการเดินทาง และ การบินไทย เพื่อเป็นบันไดก้าวแรกพัฒนาความร่วมมือกับภาคเอกชนอีกจำนวนมาก สนับสนุนการดำเนินนโยบายด้านการท่องเที่ยวของไทย ซึ่งจะทำให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ประกอบการ นักธุรกิจภาคการท่องเที่ยว ฟื้นฟูเศรษฐกิจกลับมาคึกคัก นำไปสู่การพัฒนาวิถีชีวิต สร้างงาน เพิ่มรายได้รายได้ให้ประชาชนไทย

อว. ตั้งเป้าผลิตบุคลากรด้านเอไอ 30,000 คนภายใน 3 ปี บัณฑิตร้อยละ 90 มีความรู้พื้นฐาน

น.ส.ศุภมาส อิสรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว.
น.ส.ศุภมาส อิสรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. กล่าวถึงแนวทางการพัฒนา AI โดยได้มอบนโยบายพร้อมแผนยุทธศาสตร์การพัฒนากำลังคนด้าน AI ภายใต้โครงการ “AI University” ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างบัณฑิตร้อยละ 90 ให้มีความรู้พื้นฐานด้าน AI หลังสำเร็จการศึกษา และตั้งเป้าผลิตบุคลากรด้าน AI จำนวน 30,000 คนภายใน 3 ปี โดยมีความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษากับภาคเอกชนในการจัดฝึกอบรมและคอร์สออนไลน์ AI เพื่อเพิ่มทักษะให้กับบุคลากร นโยบายนี้จะสนับสนุนการพัฒนาประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้าน AI ในภูมิภาคอาเซียน และได้มอบหมายให้กรมวิทยาศาสตร์บริการเร่งพัฒนากำลังคนและระบบห้องปฏิบัติการอ้างอิงดิจิทัล ยกระดับไทยอยู่ในแนวหน้าของโลกและให้เร่งนำวิทยาศาสตร์สู่การดูแลประชาชน

EU เลื่อนบังคับใช้กฎหมาย EUDR ออกไปอีก 1 ปี เกษตรกรทั่วโลกปรับตัวไม่ทัน 

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2567 คณะกรรมาธิการยุโรปเสนอเลื่อนการบังคับใช้กฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่า (EU Deforestation Regulation: EUDR) ออกไปอีก 1 ปี จากเดิมที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 30 ธันวาคม 2567 หลังจากมีการเรียกร้องจากภาคอุตสาหกรรมและรัฐบาลทั่วโลกที่ยังเตรียมตัวไม่ทัน โดยเฉพาะเกษตรรายย่อยในหลายประเทศ อาจถูกตัดสิทธิ์จากตลาดสหภาพยุโรป หากปรับตัวไม่ได้ตามที่กฎหมายกำหนด อย่างไรก็ตาม การขยายระยะเวลาบังคับใช้กฎระเบียบนี้ เป็นการประกาศเลื่อน ไม่ใช่การประกาศยกเลิก ในอนาคตจึงยังคงต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบดังกล่าว เกษตรกรไทยจึงต้องเตรียมตัวให้พร้อม ก่อนกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ

หนุน “ไข่ไก่ออร์แกนิค” สินค้าคุณภาพสูงเจาะตลาดสิงคโปร์

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยหลังหารือกับเอกอัครราชทูตสิงคโปร์ประจำประเทศไทย (นางสาวหว่อง เสี่ยว ผิง แคเทอริน) เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2567 ณ กระทรวงพาณิชย์ ว่า ได้ใช้โอกาสนี้ประชาสัมพันธ์สินค้าอาหารของไทยไปยังตลาดสิงคโปร์ ซึ่งนอกจากรสชาติที่มีเอกลักษณ์แล้วยังได้เน้นย้ำถึงคุณภาพและมาตรฐานของสินค้าอาหารไทย ที่เป็นที่ยอมรับในระดับโลกในฐานะ “ครัวของโลก” (Kitchen of the World) พร้อมกันนี้ยังได้ติดตามการขึ้นทะเบียนฟาร์มไข่ไก่ออร์แกนิคของไทย เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคชาวสิงคโปร์ที่รักสุขภาพ นอกเหนือจากไข่ไก่สดและไข่นกกระทาที่ส่งออกไปยังตลาดสิงคโปร์ได้แล้ว สำหรับในช่วง 8 เดือนแรก (ม.ค.–ส.ค.2567) การค้าสองฝ่ายมีมูลค่า 11,907.51 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยได้ดุลการค้า 1,855.05 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ลาวผุดรางวัล “คุณภาพแห่งชาติลาว” หนุนปั้นธุรกิจสู่ตลาดสากล

สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า รัฐบาลลาวกำลังเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของบริษัทในประเทศจากภาคอุตสาหกรรมและการผลิต เพื่อดำเนินโมเดลเศรษฐกิจแบบพึ่งพาตนเองและขยายการส่งออก
ในงานแสดงสินค้า Made in Laos 2024 รัฐบาลได้มอบรางวัลคุณภาพแห่งชาติลาว (Laos’ National Quality Award) ให้กับกลุ่มบริษัทโดดเด่นที่ปรับปรุงหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เข้าเกณฑ์ตามมาตรฐานระดับชาติและนานาชาติ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจลาวให้มีศักยภาพการแข่งขันมากขึ้นและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล
เมื่อวันศุกร์ (4 ต.ค.) สื่อลาวอ้างอิงเวียงทอง วงทะวิลัย อธิบดีกรมมาตรฐานและมาตรวิทยา สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมและพาณิชย์ลาว ระบุว่านี่เป็นการมอบรางวัลมาตรฐานคุณภาพแห่งชาติลาวครั้งแรก ซึ่งมุ่งให้ความสำคัญและผลักดันบริษัทลาวที่มีส่วนร่วมกับการผลิตภายในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ และมุ่งมั่นที่จะเพิ่มศักยภาพการส่งออก
ทั้งนี้ ภายในงานมีบริษัทลาวรวม 12 แห่งที่ได้รับรางวัล ซึ่งบริษัท 8 แห่งได้รับรางวัลเหรียญทอง ส่วนบริษัทที่เหลือได้รับรางวัลเหรียญเงิน