NEWS DIGESTสาลิกาคาบข่าว Vol.311By salika - November 5, 2024FacebookXPinterestLINE GDS ยกไทยฮับ Data Center ในภูมิภาค พร้อมขยายการลงทุนต่อเนื่องนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พบหารือกับ นาย William Wei Huang ผู้ก่อตั้ง ประธาน และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท GDS Holdings และ Ms. Jamie Gee Choo Khoo ประธานของบริษัท GDS International (GDSI) โดยนายกรัฐมนตรี ได้แสดงความยินดีกับแนวทางการลงทุนของบริษัท GDS ซึ่งมีแผนการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Hyperscale Data Center) ในจังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นโครงการแรกของบริษัทฯ ที่ได้อนุมัติจากบอร์ดบีโอไอ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานเพื่อขยายการลงทุนในประเทศไทย โดยขอให้ความมั่นใจว่าทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวกแก่บริษัทที่ลงทุนในประเทศไทยอย่างเต็มที่ประธานบริษัท GDS กล่าวว่า มั่นใจในศักยภาพของไทยที่สามารถเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงกับประเทศอื่นๆ ได้ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยไทยมีสาธารณูปโภคที่ครอบคลุม มีความพร้อมของสภาพแวดล้อม โครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลที่เอื้ออำนวยต่อการเป็นหนึ่งในศูนย์กลางของ Data Center ในภูมิภาคได้ สามารถรองรับการขยายตัวของการใช้บริการ Cloud Services และเทคโนโลยี AI ปัจจุบันบริษัทฯ มีลูกค้ามากกว่า 1,000 รายจากทั่วโลก รวมทั้งพันธมิตรในอุตสาหกรรมมากกว่า 1,000 ราย จึงพร้อมสนับสนุนการสร้างระบบนิเวศของ Data Center ในไทย โดยเฉพาะด้านการพัฒนาดิจิทัลในอนาคต นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังพร้อมดำเนินกิจการให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลไทยและมีแนวทางที่จะขยายการลงทุนต่อเนื่องTiktok ออกโรงหนุนสินค้า SME ไทย สร้างโอกาสตลาดดิจิทัลด้วยคอนเทนต์มัดใจผู้บริโภคกระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) หารือ คณะผู้บริหารบริษัท TikTok ถึงความร่วมมือในการสร้างมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคบนแพลตฟอร์มออนไลน์ มุ่งเน้นป้องกันการจำหน่ายสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค เพื่อสร้างมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ในโอกาสนี้ ผู้บริหาร TikTok ได้นำเสนอการสร้างโอกาสทางการตลาดดิจิทัล โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยและ SME ผ่าน TikTok Shop ให้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น รวมถึงการอบรมสร้างคอนเทนต์ที่ดึงดูดใจแก่ผู้ประกอบการ พร้อมสนับสนุนที่จะทำงานร่วมกับภาครัฐพัฒนาระบบตรวจสอบและควบคุมสินค้าที่มีคุณภาพและความปลอดภัย ขณะเดียวกันสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) จะร่วมมือกับ TikTok แลกเปลี่ยนข้อมูล คัดกรองสินค้าให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าสินค้าที่ซื้อผ่านช่องทางออนไลน์มีความปลอดภัยตำรวจไซเบอร์เตือนภัย! คนอยากหางานง่ายประเทศเพื่อนบ้าน กลับบ้านไม่ได้ เพราะโดนหลอกไปเป็น “แก๊งคอลเซ็นเตอร์”เพจ ตำรวจไซเบอร์ – บช.สอท. ระบุ ตำรวจไซเบอร์ได้จับกุมกลุ่มผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตั้งแต่ระดับบัญชีม้า จนไปถึงระดับหัวหน้าโอเปอเรเตอร์ ทำให้ทราบเรื่องราวของผู้ต้องหาที่ถูกหลอกไปทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ณ ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งผู้ต้องหาส่วนใหญ่ให้ข้อมูลเป็นแนวทางเดียวกันว่า เริ่มจากการหาข้อมูลบนอินเตอร์เน็ต แล้วพบกับประกาศรับหางาน ณ ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่อ้างว่าเป็นงานง่ายๆ แต่ได้ผลตอบแทนสูง เช่น แอดมินเว็บไซต์ เจ้าหน้าที่ธุรการ หรือแม้กระทั่งประกาศตรงๆไปเลยว่า หาคนรับจ้างเปิดบัญชีธนาคารจากนั้น แอดมินของกลุ่มหางานจะหลอกให้ผู้สนใจ ทำการเปิดบัญชีนาคาร โดยอ้างว่าใช้เป็นบัญชีรับเงินเดือนบ้าง หรือ อ้างว่าใช้สำหรับทำงานบ้าง แล้วแต่เหตุผลที่ยกมาอ้างกันไปต่อมา จะมีนายหน้าพาผู้สนใจเดินทางข้ามชายแดนผ่านช่องทางธรรมชาติ แล้วพาไปพักอาศัยในอาคารที่มีรั้วสูงรอบขอบชิด มี รปภ. เฝ้าตลอดเวลา ไม่สามารถออกไปไหนได้ แล้วพบกับกลุ่มคนไทยที่ถูกขังอยู่ในสถานที่เดียวกัน ทำให้ตอนนั้นรู้ตัวแล้วว่า โดนหลอก !เมื่อรู้ตัวก็หนีไปไหนไม่ได้ สุดท้ายก็จะโดนบังคับให้ทำหน้าที่ต่างๆ ในขบวนการของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หากใครทำยอดไม่ได้ตามเป้า หรือทำผิดกฎข้อห้าม หรือแม้พยายามหลบหนี ก็จะโดนทำโทษด้วยวิธีการโหดร้ายต่างๆ อาทิ บังคับให้ยืนตากแดดหลายชั่วโมง ทำร้ายร่างกายโดยการทุบตี ช็อตด้วยเครื่องช็อตไฟฟ้า งดอาหารงดน้ำ รวมทั้งการบังคับให้ทำงานทั้งวันทั้งคืนโดยไม่มีวันหยุดนอกจากนี้ บัญชีธนาคารที่เคยเปิดไว้ จะถูกพวกนายทุนนำมาเป็นบัญชีม้าเพื่อรับโอนเงินจากเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แล้วโอนไปยังบัญชีม้าแถวต่อไป หากมีการโอนเงินจำนวนเยอะ ก็จะถูกบังคับให้สแกนใบหน้าเพื่อทำการโอนเงินสุดท้าย หากโชคดีสามารถหนีกลับประเทศไทยได้ หรือ ถูกปล่อยตัว ก็จะกลับมาโดนเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีในฐานะ “บัญชีม้า” รวมถึงคดีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอีกหลายคดี ขึ้นอยู่กับจำนวนเหยื่อที่เข้าแจ้งความตำรวจไซเบอร์จึงขอนำเรื่องราวมาเตือนภัยและเป็นอุทาหรณ์ ขอให้พิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจข้ามแดนไปหางานทำ ณ ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากโดนทรมานแล้ว อาจกลับประเทศมาในฐานะผู้ต้องหาอีกด้วยยูเอ็นเตือนรัฐบาลทั่วโลก อุณหภูมิจะร้อนถึง 3.1 องศาเซลเซียส จนมนุษย์ไม่สามารถทำงานกลางแจ้งได้รายงานประจำปีเรื่องช่องว่างการปล่อยก๊าซเรือนกระจกฉบับใหม่ขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เปิดเผยว่า โลกจะเผชิญกับภาวะโลกร้อนสูงถึง 3.1 องศาเซลเซียสเหนือระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมภายในปี 2100 หากรัฐบาลต่างๆ ยังไม่ดำเนินการใดๆ ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หากอุณหภูมิเพิ่มถึง 3.1 องศาเซลเซียส จะทำให้โลกอยู่ในหายนะรุนแรง ส่งผลให้เกิดเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว เช่น ภัยแล้ง น้ำท่วม มนุษย์จะไม่สามารถทำงานกลางแจ้งได้ อุณหภูมิระดับดังกล่าวถือว่ามากกว่าเป้าหมายในข้อตกลงปารีสถึง 2 เท่า โดยในปี 2015 รัฐบาลต่างๆ ได้ลงนามในข้อตกลงและกำหนดว่าจะควบคุมไม่ให้อุณหภูมิโลกร้อนเกิน 1.5 องศาเซลเซียสจากระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมดวงแรกของโลก! “ดาวเทียมทำจากไม้” ฝีมือญี่ปุ่นขึ้นสู่อวกาศ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 พ.ย.67 “ลิกโนแซท” ดาวเทียมที่ทำจากไม้ดวงแรกของโลก ขนาดเท่าฝ่ามือมนุษย์ ซึ่งผลิตและพัฒนาขึ้นโดย “มหาวิทยาลัยเกียวโต” และ ซูมิโตโม ฟอเรสต์ทรี บริษัทแปรรูปไม้และรับสร้างบ้านในญี่ปุ่น ถูกส่งขึ้นสู่ห้วงอวกาศแล้วในวันอังคารนี้ โดย “สเปซเอ็กซ์” บริษัทขนส่งด้านอวกาศของ อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีชาวสหรัฐฯ ทำหน้าที่ส่งดาวเทียม “ลิกโนแซท” ไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ หรือไอเอสเอส ก่อนที่จะถูกปล่อยเข้าสู่วงโคจรในห้วงอวกาศ ที่ระดับความสูงเหนือพื้นโลกราว 400 กิโลเมตรทั้งนี้ การส่งดาวเทียม “ลิกโนแซท” ถือเป็นการทดสอบการใช้ในการสำรวจสำรวจดวงจันทร์และดาวอังคารต่อไปในอนาคต เช่น การปลูกต้นไม้ รวมไปถึงการสร้างบ้านบนดวงดาวดังกล่าว ซึ่งคาดว่าอาจจะมีขึ้นในอีก 50 ปีข้างหน้า Post Views: 1,417