“COP29” ทางแยกระหว่างความจริงใจในการต่อสู้โลกร้อนกับผลประโยชน์การเมือง

การประชุมสุดยอดสภาพอากาศโลกในปีนี้จะมีขนาดเล็กกว่าการหารือในปีที่แล้วที่ดูไบมาก เนื่องจากผู้นำโลกหลีกเลี่ยงการประชุม COP29 เพราะปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองและสูญเสียความเชื่อมั่น


สัปดาห์หน้า (วันที่ 11 – 22 พฤศจิกายน 2567) ผู้นำโลก นักเจรจา ผู้มีอิทธิพล และองค์กรพัฒนาเอกชนมีกำหนดพบปะกันที่กรุงบากู เมืองหลวงของอาเซอร์ไบจาน เพื่อร่วมการประชุม COP29 หรือการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งที่ 29 ของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) 
การประชุมว่าด้วยสภาพอากาศนี้ของสหประชาชาติได้รับการขนานนามว่าเป็น “COP ด้านการเงิน” เนื่องจากประเทศต่างๆ มีกำหนดที่จะกำหนดเป้าหมายการเงินด้านสภาพอากาศระดับโลกใหม่ในปีนี้ ก่อนการประชุม COP30 ในบราซิลในปีหน้า คาดว่าประเทศต่างๆ จะยื่นคำมั่นด้านสภาพอากาศในระดับชาติที่ชัดเจน ซึ่งเรียกอีกอย่างว่าการมีส่วนสนับสนุนที่กำหนดโดยประเทศ (Nationally Determined Contribution: NDC) 
ทั้งนี้ NDC คือเป้าหมายและแผนการดำเนินงานที่แต่ละประเทศกำหนดขึ้นเพื่อร่วมกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) เป้าหมายของ NDC คือการรักษาระดับอุณหภูมิโลกไม่ให้เพิ่มขึ้นเกิน 1.5 ถึง 2 องศาเซลเซียสเมื่อเทียบกับยุคก่อนอุตสาหกรรม ซึ่งการกำหนด NDC นี้มีความยืดหยุ่น โดยแต่ละประเทศสามารถปรับปรุงและยกระดับเป้าหมายให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและศักยภาพของประเทศตนเอง
NDC ครอบคลุมมาตรการและนโยบายต่างๆ เพื่อการลดก๊าซเรือนกระจก เช่น การใช้พลังงานหมุนเวียน การปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การปกป้องและฟื้นฟูป่าไม้ รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อลดมลพิษทางอากาศ ทั้งนี้ ประเทศต่างๆ ต้องรายงานความคืบหน้าในการดำเนินงานตาม NDC ต่อที่ประชุมของสหประชาชาติ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการตรวจสอบและผลักดันให้บรรลุเป้าหมายการลดโลกร้อน

COP29

สำหรับ COP29 มีหัวหน้ารัฐบาลและผู้นำองค์กรมากกว่า 100 ราย ยืนยันที่จะเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว ตามแหล่งข่าวของ UN อย่างไรก็ตาม ผู้นำและเจ้าหน้าที่รัฐบาลหลายคนได้ออกมาประกาศแล้วว่าจะไม่เดินทางไปบากู ตามรายงานของ Euronews ระบุว่า ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้นำยุโรปหลายคนประกาศว่าพวกเขาจะไม่เข้าร่วมการประชุม COP29 หนึ่งในนั้นคือ เออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปจเนื่องจากคณะกรรมาธิการกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน และเธอกำลังเตรียมตัวดำรงตำแหน่งสมัยที่สอง ซึ่งกำหนดจะเริ่มในวันที่ 1 ธันวาคม นี้ แต่สหภาพยุโรปจะมีชาร์ล มิเชล ประธานสภายุโรป วอปเคอ โฮคสตรา หัวหน้าฝ่ายนโยบายสภาพภูมิอากาศ และคาดรี ซิมสัน กรรมาธิการด้านพลังงาน เข้าร่วมประชุม 
ด้าน เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ก็คาดว่าจะพลาดการประชุมสุดยอดด้านสภาพอากาศครั้งนี้เช่นกัน โดยมีรายงานว่าเนื่องจากการประชุมดังกล่าวจัดขึ้นที่อาเซอร์ไบจาน ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศตึงเครียดมาตั้งแต่ปีที่แล้ว หลังจากที่ปารีสประณามการโจมตีทางทหารของอาเซอร์ไบจานต่อกลุ่มแบ่งแยกดินแดนชาวอาร์เมเนียในภูมิภาคคาราบัคที่แยกตัวออกไป
ผู้นำของมหาอำนาจยุโรปอีกหนึ่งประเทศที่จะไม่เข้าร่วมการประชุมดังกล่าวคือ โอลาฟ โชลซ์ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี โดยประกาศว่าเขาจะไม่เดินทางไปร่วมการประชุม COP29 แม้ได้วางแผนที่จะเข้าร่วมการประชุมด้านสภาพอากาศที่บากูมาก่อนหน้า แต่ได้เปลี่ยนใจหลังจากรัฐบาลผสมสามพรรคของเยอรมนีล่มสลาย
เนื่องจากการประชุม COP29 จัดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากการเลือกตั้งสหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดีโจ ไบเดน จึงไม่เข้าร่วมการประชุมนี้ นับเป็นปีที่สองติดต่อกันที่เขาไม่เข้าร่วมการเจรจาเกี่ยวกับสภาพอากาศโลก คณะผู้แทนสหรัฐอเมริกาจะนำโดยจอห์น โพเดสตา ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาอาวุโสของประธานาธิบดีด้านนโยบายสภาพอากาศระหว่างประเทศ 

ส่วน ลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ประธานาธิบดีบราซิลก็ยกเลิกการเดินทางไปยังบากูเช่นกัน หลังจากได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะเมื่อเดือนที่แล้ว ขณะที่บราซิลมีกำหนดเป็นเจ้าภาพการประชุม COP30 ที่เมืองเบเลง ในปีหน้า 
สมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักรจะไม่ได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดครั้งนี้เช่นกัน ด้วยเหตุผลที่รัฐบาลอังกฤษตัดสินใจมิให้พระองค์เป็นตัวแทน เนื่องจากพระองค์ยังอยู่ในช่วงพักฟื้นจากการรักษาโรคมะเร็ง ราชวงศ์อังกฤษและพระองค์ทรงมีพระปณิธานแน่วแน่และยาวนานในการสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเคยเสด็จร่วมประชุมในเวทีสหประชาชาติมาแล้วหลายครั้ง
ด้าน วลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย จะไม่เข้าร่วมการประชุมนี้ แต่มิคาอิล มิชุสติน นายกรัฐมนตรีรัสเซียจะเป็นผู้นำคณะผู้แทนของประเทศในการประชุม COP29 แทนเขา 
นอกจากนี้ จัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดา, นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย, ไซริล รามาโฟซา ประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ และแอนโธนี อัลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ก็ดูเหมือนว่าจะไม่เข้าร่วมการประชุมเรื่องสภาพอากาศในปีนี้เช่นกัน 
ขณะที่ สี จิ้นผิง ประธานาบดีจีน ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอด COP ด้วยตนเองอีกเลยนับตั้งแต่ที่กรุงปารีสในปี 2015 แต่เขาได้บันทึกวิดีโอข้อความสำหรับการประชุมสุดยอด COP26 ในปี 2021 และเมื่อปีที่แล้ว รองนายกรัฐมนตรี ติง เสว่เซียง ได้กล่าวปราศรัยในการประชุมสุดยอดในนามของเขา

สำหรับประเทศไทย แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไม่ได้เข้าร่วมประชุม แต่มีเฉลิมชัย ศรีอ่อนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย เข้าร่วมประชุมพร้อมกับปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ ประเด็นที่น่าสนใจอื่นๆ คือ เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เจมส์ มาราเป นายกรัฐมนตรีปาปัวนิวกินีประกาศว่าปาปัวนิวกินีจะไม่เข้าร่วมการประชุม COP29 เพื่อประท้วงประเทศใหญ่ๆ ที่ “ไม่ให้ความช่วยเหลือเหยื่อของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างรวดเร็ว” โดยปาปัวนิวกินีระบุว่าจะยืนหยัดเพื่อประโยชน์ของประเทศเกาะเล็กๆ ทั้งหมด 
ปาปัวนิวกินีล้อมรอบไปด้วยมหาสมุทรและเป็นที่ตั้งของป่าฝนที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลก จึงมีความเสี่ยงสูงต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย เช่น ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นและภัยพิบัติทางธรรมชาติ 
เมื่อเหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่สัปดาห์ จัสติน ตคาทเชนโก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของปาปัวนิวกินียืนยันว่าปาปัวนิวกินีจะถอนตัวจากการเจรจาระดับสูงในการประชุมสุดยอดด้านสภาพอากาศ โดยเขากล่าวว่านี่เป็นการ “เสียเวลาโดยสิ้นเชิง”
เขากล่าวว่าปาปัวนิวกินีจะ “ไม่ยอมทนต่อคำสัญญาที่ลมๆ แล้งๆ และการไม่ดำเนินการใดๆ อีกต่อไป” ในขณะที่ประชาชนต้องทนทุกข์กับผลที่ตามมาอันเลวร้ายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ท้้งยังกล่าวอีกว่าการประชุม COP สามครั้งหลังสุด “ดำเนินไปแบบวนเวียนไปมา และไม่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมสำหรับประเทศเกาะเล็กๆ แต่อย่างใด” 
ปาปัวนิวกินี
ปาปัวนิวกินี
กระนั้น ปาปัวนิวกินีจะส่งคณะผู้แทนรัฐชุดเล็กไปยังบากู แต่จะไม่มีรัฐมนตรีคนใดเข้าร่วมการเจรจาระดับสูง 
ทั้งนี้ จำนวนผู้เข้าร่วมการประชุมสภาพอากาศของสหประชาชาติในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ 
ปีที่แล้วมีผู้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดที่ดูไบทั้งหมด 83,884 คน สถานที่จัดงานเอ็กซ์โปซิตี้มีขนาดใหญ่มาก จนผู้เข้าร่วมการประชุมต้องโดยสารด้วยรถกอล์ฟ
ไซมอน สตีล เลขาธิการสหประชาชาติด้านสภาพอากาศกล่าวเมื่อต้นปีนี้ว่า เขาหวังว่าจะเห็นผู้คนในบากูลดลง หลังจากปีที่แล้วมีสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เขากล่าวต่อผู้ฟังที่สถาบันวิจัย Chatham House ในลอนดอนว่า “ขนาดไม่ได้บ่งบอกถึงคุณภาพของผลลัพธ์เสมอไป” 
ปีนี้ UNFCCC ตกลงที่จะจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมงานไว้ประมาณ 40,000 คน ซึ่งใกล้เคียงกับจำนวนผู้เข้าร่วมงาน COP26 ที่เมืองกลาสโกว์ ประเทศสกอตแลนด์
จากการที่การประชุม COP29 ที่บากูในปีนี้จัดขึ้นท่ามกลางข้อสงสัยเกี่ยวกับความร่วมมือและความตั้งใจของผู้นำโลกในการเผชิญวิกฤตสิ่งแวดล้อม หลายประเทศเลือกที่จะไม่เข้าร่วม หรือแสดงจุดยืนที่ไม่สอดคล้องกับแนวทางของการประชุมด้านสภาพภูมิอากาศ ซึ่งสะท้อนถึงความขัดแย้งและการขาดความเชื่อมั่นในระดับสากล การที่หลายชาติใหญ่ส่งเพียงตัวแทนระดับรองหรือไม่เข้าร่วมเลย ยิ่งทำให้เป้าหมายในการลดภาวะโลกร้อนและการบรรลุเป้าหมาย NDC ดูห่างไกลออกไป
คำถามสำคัญคือ การประชุม COP ยังคงมีบทบาทสำคัญเพียงใด? หากผู้นำโลกไม่เข้าร่วม และประเทศเกาะเล็กๆ ต้องเผชิญกับภัยพิบัติอย่างโดดเดี่ยว เราจะยังคาดหวังให้เป้าหมายการรักษาอุณหภูมิโลกเป็นจริงได้หรือไม่? และการประชุมที่มีขนาดเล็กลงจะนำไปสู่ความมุ่งมั่นที่มีคุณภาพ หรือเพียงแค่เป็นเวทีที่เสียงของประเทศใหญ่อาจมีอิทธิพลมากเกินไป

ที่มา :