“บิล เกตส์” กับวิสัยทัศน์โปรตีนแห่งอนาคต คำตอบของการรับมือ Climate Change?

โปรตีนทางเลือกเป็นทางออกของวิกฤตโลกร้อนจริงหรือ? อ่านบทวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับบทบาทของเนื้อสัตว์สังเคราะห์และพืชในอนาคต พร้อมมุมมองของบิล เกตส์


เนื้อสัตว์จากห้องแล็บ

“เนื้อสัตว์จากห้องแล็บ” ความหวังใหม่ในการลดโลกร้อน

บิล เกตส์ อภิมหาเศรษฐี ผู้ร่วมก่อตั้งไมโครซอฟท์ เป็นนักธุรกิจ นักเขียน นักการกุศล และนักคิดที่มีวิสัยทัศน์ด้านเทคโนโลยี การพัฒนาสังคม และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
เขาเป็นหนึ่งในนักคิดและผู้สนับสนุนการแก้ปัญหาวิกฤติสภาพภูมิอากาศ ได้ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนว่า “เนื้อสัตว์ที่ปลูกในห้องแล็บ” และ “โปรตีนจากพืช” อาจเป็นทางออกสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคปศุสัตว์ ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะก๊าซมีเทนที่เกิดจากกระบวนการย่อยอาหารของวัวและการใช้ปุ๋ยเคมี  
“คนส่วนใหญ่ยังไม่ทราบว่าเกษตรกรรมมีส่วนสำคัญต่อโลกร้อนมากเพียงใด โดยเฉพาะก๊าซมีเทนจากปุ๋ยและปศุสัตว์” เกตส์กล่าวในพ็อดแคสต์ “Unconfuse Me” พร้อมกับเน้นย้ำว่า หากวัวเปรียบเสมือนประเทศ วัวจะเป็นผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากจีนและสหรัฐอเมริกา 

นวัตกรรมโปรตีนพืช

“นวัตกรรมโปรตีนพืช” ทางเลือกใหม่เพื่ออนาคตอาหารโลก?

บิล เกตส์เชื่อมั่นว่าเทคโนโลยีจะช่วยพัฒนาเนื้อสัตว์ทางเลือกให้ใกล้เคียงกับเนื้อสัตว์จริงทั้งในด้านรสชาติและราคา โดยเขาได้ลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัพชั้นนำอย่าง Impossible Foods, Beyond Meat และ Upside Foods รวมถึง Neutral บริษัทสตาร์ทอัพด้านอาหารที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยจากการศึกษาของ University of California, Davis (UC Davis) ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่เผยแพร่เมื่อเดือนพฤษภาคม 2023 ชี้ให้เห็นว่าการผลิตเนื้อสัตว์ในห้องแล็บบางวิธีอาจมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมสูงกว่าเนื้อวัวทั่วไปถึง 25 เท่า โดยพบว่ากระบวนการผลิตเนื้อสัตว์ที่เพาะเลี้ยงในห้องแล็บต้องใช้พลังงานและทรัพยากรมาก โดยเฉพาะในการปรับแต่งสารเลี้ยงเซลล์ให้มีความบริสุทธิ์ระดับเดียวกับมาตรฐานการแพทย์ที่ใช้ในการผลิตยา ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงถึง 3-25 เท่าของเนื้อวัวทั่วไปในตลาดปัจจุบัน 
นักวิจัยได้เสนอว่า หากอุตสาหกรรมสามารถพัฒนาสารเลี้ยงเซลล์ที่มี Food-grade purity (ความปลอดภัยของสารเคมีหรือวัสดุสำหรับการบริโภคและการสัมผัสของมนุษย์) แทนระดับยาที่มีต้นทุนสูงและใช้ทรัพยากรมาก จะช่วยลดการใช้พลังงานและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีนัยสำคัญในอนาคต ตัวอย่างเช่น การปรับมาใช้วัตถุดิบที่ผลิตได้ง่ายกว่าและใช้พลังงานน้อยลงในการแปรรูป

เทรนด์ ‘Cultured meat’

“เนื้อวัวสังเคราะห์” ภารกิจของประเทศที่มั่งคั่ง 

ในหนังสือ How to Avoid a Climate Disaster (2021) บิล เกตส์เสนอว่าประเทศที่พัฒนาแล้วควรเปลี่ยนไปบริโภคเนื้อวัวสังเคราะห์ 100% เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างมีนัยสำคัญ แต่เขาก็ยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคของคนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะในประเทศที่เนื้อสัตว์เป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมอาหาร  

ความท้าทายของโปรตีนทางเลือก

ยอดขายโปรตีนจากพืชยังคงเป็นสัดส่วนเล็กน้อยของตลาดเนื้อสัตว์ และราคายังสูงกว่าเนื้อสัตว์จริงอย่างมาก ความท้าทายนี้ทำให้การโน้มน้าวผู้บริโภคหันมาบริโภคโปรตีนทางเลือกเป็นเรื่องยาก แต่เกตส์เชื่อว่าการลงทุนในเทคโนโลยีจะช่วยลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มความน่าสนใจของผลิตภัณฑ์ได้
Business Wire รายงานว่าตลาดโปรตีนจากพืชทั่วโลกคาดว่าจะเติบโตจาก 10,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2020 เป็น 14,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2025 โดยมีอัตราเติบโตต่อปีแบบทบต้น (CAGR) ที่ 7.1% ซึ่งขับเคลื่อนโดยความต้องการที่เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมอาหารและแนวโน้มด้านสุขภาพ

ในทางกลับกัน ตลาดเนื้อสัตว์ที่ปลูกในห้องแล็ปคาดว่าจะมีมูลค่าถึง 1,990 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2035 โดยมี CAGR 21.4% ตั้งแต่ปี 2025-2035 เนื่องจากความต้องการแหล่งโปรตีนที่ยั่งยืน และเมื่อพิจารณาจากประเภทของผลิตภัณฑ์ ในปี 2025 คาดว่ากลุ่มเนื้อวัวจะคิดเป็นส่วนแบ่งที่ใหญ่ที่สุดของตลาดเนื้อสัตว์ที่เพาะเลี้ยงในห้องแล็บ ความต้องการเนื้อวัวที่เพิ่มมากขึ้นในฐานะแหล่งโปรตีนหลัก ความตระหนักรู้ที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการบริโภคโปรตีนผ่านอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และความต้องการเนื้อวัวที่เพิ่มมากขึ้นเหนือเนื้อสัตว์ประเภทอื่น เนื่องจากโรคต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ปีกและเนื้อหมู เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ครองส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่ง
แม้แนวคิดของบิล เกตส์ จะเผชิญกับข้อสงสัยและคำถามในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความยั่งยืนหรือการยอมรับของผู้บริโภค แต่สิ่งที่เขาชี้ให้เห็นคือความสำคัญของการคิดถึงอนาคตของอาหารและบทบาทที่มันมีต่อสิ่งแวดล้อม ต่อให้ปัจจุบันนี้โปรตีนจากพืชและเนื้อสัตว์ที่ผลิตในห้องแล็บอาจยังไม่สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่พลิกโฉมระบบเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมอาหารในอนาคต
“การเปลี่ยนแปลงต้องเริ่มต้นจากวิธีคิด และความกล้าที่จะลองสิ่งใหม่ๆ” บิล เกตส์ กล่าวทิ้งท้าย พร้อมเรียกร้องให้ทุกคนร่วมมือกันสร้างโลกที่ยั่งยืนมากขึ้น ทั้งในจานอาหารและทุกแง่มุมของชีวิต

ที่มา :