China Plus One ดันอุตสาหกรรมไฮเทคแห่งอนาคตย้ายฐานเข้าอีอีซีต่อเนื่อง

กระแสการย้ายฐานการผลิตจากนักลงทุนต่างชาติ ทั้งจีนและญี่ปุ่นหวังใช้ไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (New S-Curve) ก้าวสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City)พัฒนาพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีล้ำสมัย สนับสนุนการเติบโตทางธุรกิจ ควบคู่ไปกับการดูแลคุณภาพชีวิตของชุมชนในพื้นที่ รองรับความเปลี่ยนแปลงในตลาดการลงทุนระหว่างประเทศ
นายโอซามู ซูโด รักษาการประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA เปิดเผยทิศทางในปี 2568 กระแส “China Plus One” จะยังดำเนินต่อไป ซึ่งเป็นกระแสที่เด่นชัดมาตั้งแต่ช่วงหลังความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน รวมถึงการระบาดของโควิด-19 ทำให้การย้ายฐานการผลิตนอกประเทศจีนไปมาสู่ประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมทั้งไทย ที่มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยหลายประเทศให้ความสนใจลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมของอมตะ โดยเฉพาะนักลงทุนจากจีนและญี่ปุ่น ซึ่งต่างมองว่าประเทศไทยเป็นฐานการผลิตที่มีความสำคัญระดับภูมิภาค เห็นได้จากไตรมาส 3 ปี 2567 มียอดโอนที่ดินของอมตะในชลบุรีและระยองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โลกระอุ! อุณหภูมิทะลุข้อตกลงปารีส แตะ 1.9 องศาเซลเซียส
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK กล่าวถึงข้อตกลงปารีส รัฐบาลต่างๆ ตกลงร่วมกันรักษาอุณหภูมิโลกให้ไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียส ภายในปี 2568 สถานการณ์ตอนนี้ถ้าทุกคนช่วยกันทั้งโลก อุณหภูมิจะไปหยุดที่ 1.9 องศาเซลเซียส แต่หากไม่จำกัดภาวะโลกร้อนจริงจังอุณหภูมิจะเพิ่มเป็น 3.6 องศาเซลเซียส ส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ เกิดสภาพอากาศแปรปรวนจาก Climate Change กลายเป็น Climate shock เหตุนี้ เอ็กซิมแบงก์จึงเดินหน้า GO GREEN และ GO BLUE สำหรับเศรษฐกิจสีเขียวเราสร้างกลไกขับเคลื่อน Blue Economy ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ Blue Finance สนับสนุนธุรกิจ Blue Economy ในหลายโครงการ ตัวอย่างโครงการธุรกิจรีไซเคิลขยะพลาสติกจากทะเล บริษัท EcoBlue พาณิชยนาวีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อย่างบริษัท พรีเซียส ชิพปิ้ง ติดตั้งอุปกรณ์ลดการใช้เชื้อเพลิงบริเวณใบจักรเรือ เข้าร่วมกลุ่ม Getting To Zero Colition พัฒนาเรือที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ โครงการ Crossroads มัลดีฟส์ บริษัทในเครือสิงห์ เอสเตท ต้นแบบสร้าง Ecosystem ทางทะเลอย่างยั่งยืน ช่วยเพิ่มปะการังทั้ง 8 เกาะ และปีหน้าเอ็กซิมแบงก์จะออก Blue Finance ถี่ขึ้น
6 สถานที่ในไทยติดท็อป 100 แหล่งท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก 2024
ท็อป 100 แหล่งท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก 2024 ตามที่ Green Destinations Top 100 Stories รายการประจำปีที่จัดขึ้นโดยมูลนิธิ Green Destinations เพื่อส่งเสริมโครงการริเริ่มสร้างสรรค์และนวัตกรรมจากทั่วโลกที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยในแต่ละปีจะมีการคัดเลือก 100 จุดหมายปลายทางที่ดำเนินโครงการอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน และการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ ในปีนี้ มีการลงทะเบียนมากกว่า 170 เรื่อง จาก 45 ประเทศ โดยมีเรื่องส่งเข้าประกวด 129 เรื่องได้รับการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละประเทศและพันธมิตร ซึ่งประสานงานโดย Green Destinations ส่วนเกณฑ์การคัดเลือกจะพิจารณาจากองค์ประกอบต่าง ๆ เช่น คุณภาพของเรื่อง ความสามารถในการถ่ายทอด ระดับของนวัตกรรม และการมีอยู่ของเสาหลักด้านความยั่งยืนทั้งหมด โดยมี 6 แหล่งท่องเที่ยวที่องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษ เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) ของประเทศไทย ซึ่งพัฒนาตามแนวทางเกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (GSTC) ได้รับการประกาศให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืน 100 แห่งของโลก ได้แก่ เวียงภูเพียงแช่แห้ง จังหวัดน่าน, เมืองโบราณอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี, เมืองเก่าสงขลา จังหวัดสงขลา,เชียงคาน จังหวัดเลย, หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และเมืองเก่าอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี
จีนเปิดตัว “คอมพิวเตอร์ควอนตัม” ตัวนำยิ่งยวด ขนาด 504 คิวบิต

















