เสียงปืนในยูเครนยังไม่ทันสงบ แต่รัสเซียกลับเดินหน้ากลยุทธ์ใหม่ที่สะเทือนโลก ด้วยการหันมาใช้ “บิตคอยน์” (Bitcoin) และสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ อย่างจริงจัง เพื่อตอบโต้การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจจากชาติตะวันตก
การปรับเปลี่ยนครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเลือกใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย แต่คือแผนการที่คำนวณมาอย่างรอบคอบเพื่อปลดแอกเศรษฐกิจจากการพึ่งพาระบบการเงินแบบดั้งเดิม หลังจากถูกตัดขาดจากระบบการชำระเงินระหว่างประเทศและถูกกดดันด้วยมาตรการคว่ำบาตรที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ รัสเซียกลับเลือกใช้จุดอ่อนในระบบนั้นให้กลายเป็นจุดแข็ง ด้วยการปลดล็อกกฎหมายใหม่ที่อนุญาตให้ใช้สกุลเงินดิจิทัลในการค้าระหว่างประเทศ ตั้งเป้าหมายชัดเจน หวังเลี่ยงข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ และสร้าง “ระบบการเงินไร้พรมแดน” ที่ชาติตะวันตกไม่สามารถควบคุมได้
นี่จึงไม่ใช่แค่เกมเศรษฐกิจ แต่คือการเดินหน้าสู่สนามรบใหม่ที่น่าจับตา
การคว่ำบาตรจากชาติตะวันตกส่งผลให้บริษัทของรัสเซียเผชิญความยากลำบากในการทำธุรกรรมด้วยสกุลเงินดั้งเดิมอย่างดอลลาร์สหรัฐหรือยูโร โดยธนาคารในหลายประเทศ รวมถึงประเทศนอกภูมิภาคตะวันตก ต่างเพิ่มความระมัดระวังในการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับรัสเซีย เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากหน่วยงานกำกับดูแลของตะวันตก
สถานการณ์นี้ยังซับซ้อนยิ่งขึ้นเมื่อพูดถึงการค้าระหว่างรัสเซียกับพันธมิตรสำคัญ เช่น จีนและตุรกี เนื่องจากธนาคารในประเทศเหล่านี้ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบในทุกธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับรัสเซีย เพื่อป้องกันการถูกตรวจสอบและเผชิญมาตรการลงโทษจากชาติตะวันตกเช่นกัน

เมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ได้ออกมากล่าวถึงบทบาทที่เปลี่ยนแปลงไปของเงินดอลลาร์สหรัฐในฐานะสกุลเงินสำรองของโลก โดยเขาแสดงความเห็นว่ารัฐบาลสหรัฐอเมริกาภายใต้การบริหารปัจจุบันกำลังบั่นทอนความเชื่อมั่นในเงินดอลลาร์ ด้วยการใช้ประโยชน์จากสกุลเงินดังกล่าวเพื่อจุดประสงค์ทางการเมืองเป็นหลัก ซึ่งส่งผลให้หลายประเทศเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ในรูปแบบของสินทรัพย์อื่นแทน
เมื่อช่องทางการชำระเงินแบบดั้งเดิมเข้าถึงได้ยากขึ้น สกุลเงินดิจิทัลจึงเป็นทางเลือกที่ไม่ถูกกำกับดูแลโดยหน่วยงานกำกับดูแลมากนัก ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินสนับสนุนแนวคิดการใช้บิตคอยน์เป็นทางเลือกอื่นแทนเงินสำรองสกุลเงินต่างประเทศอย่างเปิดเผย โดยให้เหตุผลว่าบิตคอยน์ไม่ได้อยู่ภายใต้แรงกดดันทางการเมืองเช่นเดียวกับสกุลเงินทั่วไป
ไม่มีใครสามารถแบนบิตคอยน์ได้! ปูตินเผยเทคโนโลยีดิจิทัลคืออนาคตที่หยุดไม่ได้
ปูตินยังได้ยกตัวอย่างบิตคอยน์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ดิจิทัลที่กำลังได้รับความนิยม โดยกล่าวว่า “ไม่มีใครในโลกสามารถควบคุมบิตคอยน์ได้” ทำให้เห็นถึงมุมมองของเขาที่สนับสนุนการเปิดรับสกุลเงินดิจิทัลมากขึ้นในระดับสากล คำกล่าวนี้สะท้อนถึงทิศทางที่รัสเซียอาจให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีทางการเงินสมัยใหม่มาปรับใช้ เพื่อสร้างทางเลือกและลดการพึ่งพาสกุลเงินดั้งเดิมอย่างดอลลาร์สหรัฐฯ ในอนาคต
เขาแสดงจุดยืนชัดเจนว่าเทคโนโลยีแบบกระจายอำนาจ (Decentralized Technology) เช่น บิตคอยน์ไม่สามารถถูกควบคุมหรือห้ามโดยรัฐบาลใดได้ เพราะไม่มีศูนย์กลางควบคุม ทุกการดำเนินการในระบบนี้ถูกจัดการโดยเครือข่ายของคอมพิวเตอร์ทั่วโลก แทนที่จะพึ่งพาเซิร์ฟเวอร์กลางหรือองค์กรเดียว ตัวอย่างที่ชัดเจนคือบล็อกเชน ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญที่อยู่เบื้องหลังบิตคอยน์ ในระบบบล็อกเชน ทุกธุรกรรมจะถูกบันทึกและเชื่อมต่อกันเป็นเครือข่ายข้อมูลที่ตรวจสอบได้โดยสาธารณะ ผู้ใช้งานทุกคนมีสิทธิ์เข้าถึงและยืนยันความถูกต้องของธุรกรรม โดยไม่มีใครสามารถแก้ไขข้อมูลย้อนหลังได้ ระบบนี้จึงมีความปลอดภัยและโปร่งใสสูง

ปูตินเอ่ยคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบและคำยืนยันจากใครว่า “ใครสามารถแบนบิตคอยน์ได้? ไม่มีเลยสักคน” โดยเขาอธิบายว่าโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ระบบการชำระเงินมีความปลอดภัยและเป็นดิจิทัลมากขึ้น โดยกระบวนการนี้เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้จะมีมาตรการคว่ำบาตรหรือข้อจำกัดใดๆ ก็ไม่อาจหยุดยั้งได้
นอกจากนี้ ปูตินยังเปิดเผยถึงความร่วมมือระหว่างรัสเซียและพันธมิตรในกลุ่ม BRICS ซึ่งกำลังพัฒนา แพลตฟอร์มการลงทุนดิจิทัลเพื่อรองรับการทำธุรกรรมทางการเงินที่ปลอดภัย โปร่งใส และช่วยป้องกันปัญหาเงินเฟ้อ
ไม่เพียงเท่านี้ ปูตินยังประกาศว่านโยบาย “รูเบิลดิจิทัล” จะถูกผนวกเข้าในระบบงบประมาณของรัฐบาลกลางของรัสเซียภายในปี 2025 พร้อมอธิบายว่า “สกุลเงินดิจิทัลช่วยลดต้นทุนการทำธุรกรรมและเพิ่มความปลอดภัยของระบบการเงิน และรูเบิลดิจิทัลจะเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของรัสเซียให้ทันสมัย นี่คือข้อได้เปรียบทางการแข่งขันที่สำคัญสำหรับเศรษฐกิจของเราในบริบทระดับโลก”
ก่อนหน้านี้ ในปี 2024 รัสเซียได้ตราพระราชบัญญัติสำคัญที่อนุญาตให้ใช้สกุลเงินดิจิทัลในการค้าต่างประเทศและทำให้การขุดสกุลเงินดิจิทัลถูกกฎหมาย การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงจากการต่อต้านสกุลเงินดิจิทัลในอดีต ซึ่งธนาคารกลางของรัสเซียได้เสนอให้ห้ามใช้สกุลเงินดิจิทัลในช่วงต้นปี 2022 ปัจจุบัน บริษัทของรัสเซียได้รับอนุญาตให้ทำธุรกรรมระหว่างประเทศโดยใช้บิตคอยน์ที่ได้รับการขุดในประเทศภายใต้การทดลองนี้

“ในฐานะส่วนหนึ่งของการทดลอง เป็นไปได้ที่จะใช้บิตคอยน์ ซึ่งเราขุดได้ในรัสเซียในการทำธุรกรรมการค้าต่างประเทศ” แอนตัน ซิลูอาโนฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของรัสเซียกล่าวกับช่องโทรทัศน์ Russia 24 พร้อมเน้นย้ำว่าแนวทางปฏิบัตินี้กำลังดำเนินการอยู่แล้วและคาดว่าจะขยายตัวในอนาคต เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกทางการค้า
อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากลยุทธ์ของรัสเซียในการใช้บิตคอยน์เพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวจะมีประโยชน์และเป็นไปได้ แต่ก็ต้องเผชิญกับความท้าทายที่สำคัญเช่นกัน หนึ่งในนั้นคือการยอมรับจากทั่วโลก เนื่องจากการยอมรับ บิตคอยน์สำหรับธุรกรรมที่ถูกคว่ำบาตรยังคงไม่แน่นอน หลายประเทศอาจต่อต้าน โดยมีสาเหตุมาจากกรอบการกำกับดูแลของตนเองหรือแรงกดดันจากตะวันตก
นอกจากนี้ การบูรณาการสกุลเงินดิจิทัลเข้ากับการค้าระหว่างประเทศให้ประสบความสำเร็จนั้นต้องอาศัยการกำกับดูแลที่ซับซ้อนและการสร้างความร่วมมือที่เชื่อถือได้กับประเทศอื่นๆ ที่เห็นพ้องต้องกันในการทำธุรกรรมดังกล่าวขณะเดียวกัน แม้ว่ารัสเซียจะส่งเสริมการขุดสกุลเงินดิจิทัลในประเทศ แต่การประกาศล่าสุดของรัฐบาลแดนหมีขาวระบุว่าบางภูมิภาคจะต้องเผชิญกับการห้ามขุด เนื่องจากขาดแคลนพลังงาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการขุดบิตคอยน์เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าระหว่างประเทศโดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2025 เป็นต้นไป โดยจำกัดกิจกรรมการขุดสกุลเงินดิจิทัลในพื้นที่สำคัญ 10 แห่ง เป็นเวลา 6 ปี จนถึงวันที่ 15 มีนาคม 2031
โดยสรุปแล้ว การที่รัสเซียใช้บิตคอยน์เป็นเครื่องมือในการต่อสู้กับการคว่ำบาตรนั้นสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจ โดยใช้สกุลเงินดิจิทัลเพื่อรักษาความสัมพันธ์ทางการค้ากับประเทศพันธมิตรและรับมือกับความซับซ้อนที่เกิดจากข้อจำกัดทางการเงินระหว่างประเทศที่ถูกศัตรูวางหมากไว้
ปูตินเชือดเฉือน ตอกย้ำทิศทางใหม่ของรัสเซีย “ตะวันออกคืออนาคต”
ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ปูติน ปฏิเสธเสียงวิจารณ์ที่ว่าการหันหัวเรือรัสเซียสู่โลกตะวันออกเป็นเพียงผลจากการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก เขายืนยันอย่างหนักแน่นว่า การมุ่งหน้าไปยังเอเชียและประเทศกำลังพัฒนาเป็นยุทธศาสตร์ที่รัสเซียวางรากฐานมายาวนาน ไม่ใช่เพียงปฏิกิริยาชั่วคราว
“ตะวันออกดีกว่าตะวันตก”
“เป็นธรรมชาติที่เรามุ่งหน้าไปยังภูมิภาคที่เศรษฐกิจกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และมีพันธมิตรที่พร้อมร่วมมือเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งหรือข้อบังคับของใคร” ปูตินกล่าวอย่างแหลมคม พร้อมชี้ตัวอย่างประเทศอย่างเอธิโอเปียและบังกลาเทศ ที่เศรษฐกิจขยายตัวอย่างก้าวกระโดด โดยมี GDP เพิ่มขึ้นกว่า 100% ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา
ฟาดยุโรปอเมริกา “อย่าเย่อหยิ่งจนมองไม่เห็นอนาคต“
ปูตินไม่ลังเลที่จะวิพากษ์วิจารณ์ทัศนคติอัน “หยิ่งยะโส” ของโลกตะวันตก โดยกล่าวว่า ความมั่นใจเกินขอบเขตทำให้ยุโรปตะวันตกและสหรัฐอเมริกาล้มเหลวในการตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่กำลังปรับสมดุลเศรษฐกิจโลก “ตะวันออกไม่ได้เป็นเพียงทิศทางใหม่ แต่คือโอกาสแห่งอนาคตที่โลกตะวันตกกำลังมองข้าม” เขาทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจในทิศทางการบริหารประเทศของรัสเซีย

ยูโรโซนแผ่วปลาย! รัสเซียผงาดท่ามกลางความท้าทาย
ปูตินเปรียบเทียบความสำเร็จทางเศรษฐกิจของรัสเซียกับประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปที่ใช้สกุลเงินยูโร โดยระบุว่า GDP ของรัสเซียเติบโต 4.1% ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2024 ในขณะที่คาดว่ายูโรโซนจะเติบโตเพียง 1% นอกจากนี้ เขายังเน้นย้ำถึงการเติบโต 8.1% ในภาคการผลิตของรัสเซีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคยานยนต์และวิศวกรรมเครื่องกล
“ในเยอรมนี การผลิตหดตัว 4.6% แต่ที่นี่ในรัสเซีย การผลิตกำลังเติบโต 4.4% โดยมีความสำเร็จที่สำคัญในอุตสาหกรรมหลัก” ปูตินกล่าว เขาโต้แย้งว่าสิ่งนี้บ่งชี้ว่ารัสเซียได้ปรับตัวและเจริญรุ่งเรืองแม้จะมีแรงกดดันภายนอกขนาดไหนก็ตาม
แผนร้ายตะวันตกที่มุ่งทำลายเศรษฐกิจรัสเซีย ล้มเหลวไม่เป็นท่า
ปูตินตราหน้าว่าชาติตะวันตกว่าพยายามทำให้รัสเซียพ่ายแพ้เชิงยุทธศาสตร์ผ่านการคว่ำบาตรและแรงกดดันทางเศรษฐกิจ แต่ความพยายามเหล่านี้กลับส่งผลเสีย “พวกเขาพยายามทำให้ภาคอุตสาหกรรมของเราไม่มั่นคง ก่อให้เกิดการขาดแคลน และผลักดันการว่างงานให้สูงขึ้น แต่ในทางกลับกัน เศรษฐกิจของรัสเซียไม่เพียงฟื้นตัวเท่านั้น แต่ยังมีการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพในโครงสร้างอีกด้วย นี่คือผลลัพธ์ที่สำคัญที่สุดในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา”
เขาได้กล่าวถึงความสามารถในการฟื้นตัวของรัสเซียจากความร่วมมือใหม่ การผลิตในประเทศ และการบริหารจัดการทางการคลังที่มีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งระบุว่า “เรามีอัตราการว่างงานต่ำเป็นประวัติการณ์ที่ 2.3% เมื่อเทียบกับ 7.6% ในอิตาลี 11% ในกรีซ และ 8% ในบราซิล”
“บิตคอยน์” สินทรัพย์เสี่ยงหรือโอกาสทองในปี 2025?”
“บิตคอยน์” เป็นสกุลเงินดิจิทัลประเภทหนึ่งที่ไม่ได้ถูกควบคุมโดยรัฐบาลหรือธนาคารกลางใดๆ โดยใช้อัลกอริทึมการเข้ารหัส (Cryptography) ในการป้องกันความปลอดภัยและการทำธุรกรรมบนเครือข่ายที่กระจายอำนาจ ซึ่งเรียกว่า บล็อกเชน (Blockchain) การทำธุรกรรมทั้งหมดจะได้รับการบันทึกในฐานข้อมูลแบบกระจาย (Distributed Ledger) ที่ทุกคนในระบบสามารถตรวจสอบได้
สถานการณ์ปัจจุบันของบิตคอยน์ ในปี 2024 บิตคอยน์ยังคงเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ได้รับความนิยมสูงสุดในตลาด มีมูลค่าตลาดที่ใหญ่ที่สุดและเป็นที่รู้จักในวงกว้างจากนักลงทุนทั่วโลก การซื้อขายบิตคอยน์ในฐานะสินทรัพย์หรือการลงทุนระยะยาว (HODL) เป็นที่นิยม แต่ก็ยังมีความผันผวนสูง และมีการโต้แย้งเกี่ยวกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน เนื่องจากยังไม่สามารถใช้งานในระดับมวลชนได้อย่างกว้างขวางเท่ากับสกุลเงินอื่นๆ
ณ เดือนธันวาคม 2024 บิตคอยน์ยังคงครองตำแหน่งสกุลเงินดิจิทัลที่มีมูลค่าตลาดสูงสุด โดยมีมูลค่าตลาดประมาณ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นมูลค่าที่ใหญ่กว่าสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ เช่น Ethereum ที่มีมูลค่าตลาดประมาณ 230,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และ BinanceCoin (BNB) ที่มีมูลค่าตลาดประมาณ 65,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ราคาของบิตคอยน์ในปี 2024 มีการเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างผันผวน แต่ยังคงอยู่ในช่วงที่สูง โดยเฉพาะในช่วงต้นปี 2024 บิตคอยน์ได้ทะลุขึ้นไปที่ 40,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ก่อนที่จะมีการปรับตัวลงอย่างมีนัยสำคัญไปยังระดับ 30,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงครึ่งปีหลัง ล่าสุด ราคาของ Bitcoin ผันผวนอยู่ที่ประมาณ 95,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งบ่งชี้ถึงการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งและความสนใจของนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าราคาจะลดลงก่อนหน้านี้
บิตคอยน์ได้รับการยอมรับจากสถาบันการเงินขนาดใหญ่รายแห่ง และการเปิดตัว Bitcoin Exchange Traded Fund (ETF) ทำให้บิตคอยน์ได้รับความสนใจมากขึ้นจากนักลงทุนสถาบัน ตัวอย่างเช่น ProShares Bitcoin Strategy ETF และ Grayscale Bitcoin Trust ที่เริ่มมีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ มีจำนวนการลงทุนจากสถาบันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2024 มีการลงทุนจากสถาบันการเงินขนาดใหญ่เช่น BlackRock และ Fidelity ที่มองบิตคอยน์เป็นสินทรัพย์ที่มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนระยะยาว
กระนั้น ถึงแม้ว่าบิตคอยน์จะเป็นสกุลเงินที่ได้รับการยอมรับในบางประเทศ แต่ยังไม่สามารถใช้งานได้ในชีวิตประจำวันได้อย่างกว้างขวางเหมือนกับสกุลเงินดั้งเดิม การใช้บิตคอยน์ในการชำระเงินยังคงจำกัดในบางกลุ่มธุรกิจที่เป็นมิตรกับสกุลเงินดิจิทัล เช่น ร้านอาหารและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีนอกจากนี้ยังมีการทดสอบการใช้บิตคอยน์ในบางประเทศที่มีการสนับสนุนจากภาครัฐ เช่น เอลซัลวาดอร์ ที่ประกาศให้บิตคอยน์เป็นสกุลเงินที่ถูกกฎหมายในปี 2021 และมีการพัฒนาโครงการ Bitcoin Beach เพื่อส่งเสริมการใช้งานบิตคอยน์ในชุมชน
สำหรับการขุดบิตคอยน์ (Bitcoin Mining) ยังคงเป็นกิจกรรมที่สำคัญในการรักษาความปลอดภัยของเครือข่ายบิตคอยน์และการออกเหรียญใหม่ ในปี 2024 การขุดบิตคอยน์มีความท้าทายเพิ่มขึ้น เนื่องจากความยากในการขุดที่เพิ่มขึ้นและค่าพลังงานที่สูงขึ้น แต่การขุดบิตคอยน์ยังคงได้รับความสนใจจากผู้ลงทุนในกลุ่มธุรกิจพลังงานที่มุ่งหวังในการลดต้นทุนพลังงานโดยการใช้พลังงานหมุนเวียนขุดบิตคอยน์

เมื่อพิจารณาถึงแนวโน้มของบิตคอยน์ในปี 2025 คาดการณ์ว่าจะมีการนำไปใช้จริงมากขึ้นแม้ว่าการใช้บิตคอยน์ในชีวิตประจำวันจะยังคงมีข้อจำกัดในหลายประเทศ แต่ในปี 2025 คาดว่าจะมีการขยายการใช้งานอย่างมากในบางประเทศที่มีการยอมรับสกุลเงินดิจิทัลมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศในแอฟริกาใต้ ซึ่งกำลังทดลองระบบการชำระเงินดิจิทัลที่ใช้บิตคอยน์และสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ ขณะเดียวกันประเทศต่างๆ เริ่มหาทางออกในการควบคุมการซื้อขายบิตคอยน์ให้เป็นไปตามกฎระเบียบที่เหมาะสม ซึ่งอาจส่งผลให้มีการออกกฎหมายที่เป็นมิตรกับคริปโตเคอเรนซีและส่งเสริมการใช้บิตคอยน์ในตลาดการเงิน
ในปี 2025 คาดว่าเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับบิตคอยน์จะมีการพัฒนาและเสริมสร้างความปลอดภัยมากขึ้น เช่น การพัฒนาเทคโนโลยีการเข้ารหัสใหม่ๆ และการพัฒนาโซลูชัน L2 (Layer 2) เช่น Lightning Network ซึ่งช่วยเพิ่มความเร็วในการทำธุรกรรมและลดค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรม
แน่นอนว่าบิตคอยน์ยังคงเป็นสินทรัพย์การลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง แต่ก็มีโอกาสในการเติบโตและได้รับการยอมรับเพิ่มขึ้นจากสถาบันการเงินและนักลงทุนรายใหญ่ การเปิดตัว ETF ที่เชื่อมโยงกับบิตคอยน์จะช่วยเพิ่มสภาพคล่องและเปิดโอกาสให้นักลงทุนที่สนใจสามารถเข้าถึงตลาดนี้ได้ง่ายขึ้น และแม้ว่าบิตคอยน์จะยังคงมีความผันผวนสูงและการใช้งานในปัจจุบันยังค่อนข้างจำกัด แต่คาดว่าในปี 2025 จะเห็นการขยายตัวในแง่ของการใช้งานจริงและการลงทุน โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่พัฒนากฎหมายและเทคโนโลยีที่รองรับการใช้คริปโตเคอเรนซีอย่างเหมาะสม
ที่มา :
- Russia adopts Bitcoin, crypto assets for cross-border transactions, finance minister says
- Putin signs law recognizing digital currencies as property, exempting crypto mining and sales from VAT
- Bitcoin, Western snobbery, and why East is best: Key takeaways from Putin’s appearance at major Moscow investment forum
- Bitcoin Market Capitalization Hits $2 Trillion Milestone













