บอร์ด EEC เดินหน้าไฮสปีดเทรน แก้สัญญาจบ เม.ย. 68 ออกหนังสือ NTP เริ่มก่อสร้างทันที
นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) หรือ EEC เปิดเผยว่า ในการประชุมบอร์ด กพอ. เดือนม.ค. 68 นี้ EEC จะรายงานความก้าวหน้าโครงการไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน และจะขอทบทวนมติบอร์ด กพอ.เมื่อวันที่ 11 ต.ค. 67 โดยขั้นตอนหลังบอร์ด กพอ.ทบทวนมติขั้นตอนการเสนอ ครม.พิจารณาครั้งเดียวแล้ว ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จะเร่งไปหารือกับเอกชนเพื่อสรุปเรื่องสัญญา ซึ่งขณะนี้ไม่มีประเด็นสำคัญแล้ว เพราะเงื่อนไขการแก้ไขสัญญาร่วมทุนฯ ในหลักการได้ข้อยุติไปแล้ว ตอนนี้เหลือเรื่องถ้อยคำ จากนั้นจะส่งร่างสัญญาฯ ให้อัยการตรวจสอบ คาดว่าใช้เวลาประมาณ 1 เดือน เรื่องจะกลับมาเสนอบอร์ด กพอ. เพื่อเห็นชอบร่างสัญญาฯ ในวาระประชุมเดือนก.พ. 68 และคาดว่าจะเสนอ ครม.ขออนุมัติได้ประมาณเดือนมี.ค.-เม.ย. 68 ลงนามแก้ไขสัญญาร่วมทุนฯ และจะออกหนังสือให้เริ่มงาน (Notice to Proceed: NTP) ทันที
โครงการนี้ เป็นการร่วมทุนระหว่างรัฐกับเอกชน ดังนั้นการขับเคลื่อนรัฐกับเอกชนต้องไปด้วยกัน ซึ่งรัฐ โดย รฟท. ต้องเตรียมวงเงิน 1.2 แสนล้านบาท เพื่อจ่ายคืนค่าก่อสร้างให้เอกชนภายใน 4 ปี ซึ่งเริ่มตั้งงบประมาณตั้งแต่ปี 69 ดังนั้น หากเอกชนไม่ทำโครงการต่อด้วยเหตุผลใดก็ตาม รัฐก็มีเงินที่จะทำโครงการเองอยู่แล้ว
ไฟเขียว ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน ฉบับใหม่ ห้ามจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ไม่ถึง 18 ห้ามทำงานที่อาจเป็นอันตราย
ครม. (24 ธ.ค. 67) อนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ โดยมีสาระสำคัญในการแก้ไขเพิ่มเติมจากพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน พ.ศ. 2553 ให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบัน เพื่อยกระดับการคุ้มครองให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและเป็นไปตามมาตรฐานสากล อาทิ เพิ่มมาตรการคุ้มครองสิทธิผู้รับงานไปทำที่บ้าน กำหนดห้ามจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีและห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีทำงานที่อาจเป็นอันตราย
นอกจากนี้ ครม. ได้รับทราบแผนการจัดทำกฎหมายลำดับรอง รวม 3 ฉบับ โดยออกเป็นกฎกระทรวง 1 ฉบับ (กำหนดงานอันตรายสำหรับหญิงมีครรภ์/เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี) ประกาศกระทรวงแรงงาน 1 ฉบับ (หลักเกณฑ์การแต่งตั้งคณะกรรมการฯ) และประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน 1 ฉบับ (หลักเกณฑ์ เงื่อนไขการรับ เก็บรักษา และการจ่ายงานที่ผู้จ้างงานมามอบไว้แก่อธิบดี) โดยทั้งหมดมีกรอบระยะเวลาในการออกภายใน 1 ปีนับแต่วันที่ พ.ร.บ. มีผลใช้บังคับ
จุดนอกเขตมีโทษ! กรุงเทพฯ ประกาศ 14 พื้นที่ อนุญาตให้จุดพลุปีใหม่ 2568
กรุงเทพมหานคร ประกาศ 14 จุด พื้นที่อนุญาตให้จุดพลุปีใหม่ 2568 สั่งห้ามจุดพลุ บั้งไฟ ตะไล โคมลอย หรือวัตถุอื่นที่คล้ายกันโดยไม่ได้รับอนุญาต ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปีหรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
สถานที่ 14 จุด พื้นที่อนุญาตให้จุดพลุปีใหม่ในกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย เขตคลองสาน (ICONSIAM) เขตบางคอแหลม (เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์, โรงแรมเดอะ สลิล ริเวอร์ไซด์, โรงแรมชาเทรียม ริเวอร์ไซด์, โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์) เขตปทุมวัน (Central World, One Bangkok) เขตสาทร (โรงแรมคาเพลลา กรุงเทพฯ, โรงแรมเจซี เควิน) เขตบางพลัด (ช่างชุ่ย) เขตประเวศ (Seacon Square) เขตพระนคร (สวนนาคราภิรมย์) เขตมีนบุรี (ริมลากูน คาเฟ่และเรสเตอรองต์) เขตวัฒนา (Terminal 21)
ยอด “คนไร้บ้าน” สหรัฐฯ สูงเป็นประวัติการณ์ในปี 2024

















