เคล็ดลับอายุยืนอย่างมีความสุข

แม้ปีใหม่สากลจะผ่านมาครึ่งเดือนแล้ว แต่ปีใหม่จีนยังไม่มา ปีใหม่ไทยก็อีกไกล อย่างไรก็ดี เคล็ดลับอายุยืน ไม่จำกัดเฉพาะปีใหม่ เพราะเราสามารถทำได้ตลอดปีครับ


มิตรภาพ Heal ใจ โดยเฉพาะเมื่อเราอายุมากขึ้น

เป็นที่ทราบกันดีว่า มิตรภาพคือสิ่งดีๆ ของชีวิต ไม่ว่าจะเชื้อชาติใด ภาษาใด และวัยใด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเราอายุมากขึ้น จนเข้าสู่บั้นปลาย
เพราะมิตรภาพเป็นแหล่งความสุขที่สำคัญสำหรับ “วัยทอง” เนื่องจาก ส.ว. (สูงวัย) มักจะมีวงสังคมที่แคบลง อาจจะเป็นเพราะการต้องโฟกัส และให้ความสำคัญในเรื่อง “เวลา” ที่ต้องเฉลี่ยให้กับคนที่พวกเขารู้จักเท่าๆ กัน
อย่างไรก็ดี งานวิจัยหลายชิ้นชี้ตรงกันว่า การเปิดรับมิตรภาพใหม่ๆ ของคนสูงวัยให้ประโยชน์ต่างจากความสัมพันธ์ที่เรามีอยู่ เพราะบางครั้งความสัมพันธ์นั้นเต็มไปด้วยความรับผิดชอบตามหน้าที่
ส่วนมิตรภาพใหม่ๆ ที่ไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่เป็นภาระผูกพัน อาจจะเริ่มต้นและสิ้นสุดลงเมื่อใดก็ได้ มิตรภาพแบบนี้จึงมักเป็นความสนุกสนาน มีความตึงเครียดหรือวิตกกังวลน้อยกว่า
อย่างไรก็ตาม แม้ ส.ว. มักมีอุปสรรคหลายอย่าง ที่ทำให้การพบปะผู้คนใหม่ๆ เป็นเรื่องยาก แต่การทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ท่ามกลางวุฒิภาวะที่มากขึ้น ก็อาจทำให้เกิดทักษะทางสังคมใหม่ๆ
อีกทั้งมุมมองอาจจะเปลี่ยนไปที่ความสุขมากขึ้น ทำให้กลายเป็นคนที่ยอมรับและเห็นพ้องกับผู้อื่นมากขึ้น
นอกจากนี้ ความพยายามในการรักษามิตรภาพเมื่อมีอายุมากขึ้น จะยิ่งทำให้มิตรภาพเหล่านั้นมีค่ากับเรามากขึ้น เพราะนอกจากประโยชน์ทางใจแล้ว มิตรภาพยังช่วยเสริมการทำงานของสมอง และสุขภาพทางกาย
มีงานวิจัยจำนวนมากที่ชี้ว่า มิตรภาพสำคัญพอๆ กับความสัมพันธ์ภายในครอบครัว ที่จะกำหนดความเป็นอยู่ที่ดีในยามเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วัยชราครับ

ยินดีที่คนอื่นมีความสุข

“มุทิตาจิต” หรือความรู้สึกร่วมยินดีกับความสุขของผู้อื่นนั้น มีงานวิจัยหลายชิ้นที่ชี้ว่า แม้ “ความสุขร่วมกัน” จะมีความสำคัญพอๆ กับ “ความเห็นอกเห็นใจ” เพื่อ “รักษามิตรภาพ” แต่ “มุทิตาจิต” กลับเป็นแง่มุมที่ถูกประเมินค่าต่ำเกินไปในความสัมพันธ์
เพราะการไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบ และสนทนาแต่เนื่องดีๆ เป็นพื้นฐานสำคัญของ “มิตรภาพที่ดี” เพราะหากมีการตอบสนองกันแบบเฉยเมย หรือมีความพยายามด้อยค่า-ลดความสำคัญต่อความสำเร็จของเพื่อน เป็นเสี่ยงที่จะทำลายความสัมพันธ์ดีๆ ที่มีต่อกันนั่นเองครับ

จิตอาสา

“การได้ทำอะไรให้กับคนอื่น จะทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นกว่าการทำอะไรให้ตนเอง” ยิ่งเรียนรู้เกี่ยวกับ “ความไม่เห็นแก่ตัว” มากขึ้นเท่าไหร่ ข้างต้นนี้จะยิ่งดูเป็นจริง
งานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่า การทำงาน “จิตอาสา” สามารถเยียวยาได้ทุกสิ่ง ไม่ว่าจะเป็น อาการปวดเรื้อรัง หรือภาวะซึมเศร้า
งานวิจัยในปี ค.ศ. 2002 ที่มีอาสาสมัครออกให้การช่วยเหลือผู้ที่มีอาการปวดเรื้อรัง ผลการวิจัยพบว่า ระดับความเจ็บปวดลดลงของพวกเขาลดลงขณะที่อาสาสมัครกำลังเข้าช่วยเหลือ
นอกจากนี้ งานวิจัยอีกหลายชิ้นยังชี้ให้เห็นว่า “การดูแลสัตว์” ช่วยให้สุขภาพของเราดีขึ้น รวมถึง “การดูแลต้นไม้” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สวนหลังบ้าน ก็ช่วยให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในวัยชรา
ทั้งนี้ ในปัจจุบัน บุคลากรทางการแพทย์หลายประเทศ มีวิธีการรักษาผู้ป่วยแนวใหม่ โดยเปลี่ยนจากการจ่ายยา เป็นการให้ไปทำงานอาสาสมัคร หรือที่เรียกว่า “จ่ายยาด้วยกิจกรรมทางสังคม” หรือ Social Prescribing
เป็นการแนะนำให้ผู้ป่วยลงไปปฏิสัมพันธ์กับชุมชนผ่านกิจกรรมหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ศิลปะ ไปจนถึงปั่นจักรยาน หรือแม้กระทั่งการช่วยเหลือค่าอาหาร และค่าน้ำมันสำหรับเครื่องความร้อน
ทั้งหมดนี้ได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพ สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขได้ครับ

บันทึกสิ่งดีๆ

การเขียนไดอะรี่ เพื่อจดบันทึก ว่ามีสิ่งดีๆ อะไรบ้าง เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน  แม้จะดูเหมือนเป็นหนึ่งในคำแนะนำโบราณที่ส่งทอดต่อกัน ทว่า มันก็เป็นวิธีการที่ได้รับการพิสูจน์มาแล้วอย่างยาวนาน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การจดบันทึกสิ่งดีๆ 3 เรื่องที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ช่วยให้เราอารมณ์ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์เปลี่ยนชีวิต เช่น การได้โบนัส การมีลูกคนแรก
แม้กระทั่ง เรื่องบางเรื่องที่ดูเหมือนไม่สำคัญ อาทิ การเจอเพื่อเก่าโดยบังเอิญ หรือการดื่มด่ำกับแสงอาทิตย์ตอนเย็นอันงดงามขณะออกไปวิ่ง เป็นต้น
ปัจจุบัน มีงานวิจัยจำนวนมากที่บอกว่า การจดบันทึกเช่นนี้ สามารถช่วยปรับปรุงคุณภาพชีวิตเราให้ดีขึ้นได้ครับ

ตั้งตารอกิจกรรมสนุกๆ

มีการทดลองให้หนูออกไปสัมผัสประสบการณ์การขับรถเล่นบนท้องถนน โดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยริชมอนด์ในเวอร์จิเนีย ได้ให้หนูซ้อมขับรถยนต์พลาสติกขนาดเล็กในห้องปฏิบัติการ
กลุ่มหนูได้เรียนรู้ทักษะใหม่ได้อย่างรวดเร็ว โดยต่อมา พวกมันกระโดดขึ้นรถอย่างกระตือรือร้นเพื่อเตรียมตัวสำหรับการเดินทางครั้งถัดไป
ผลการวิจัยพบว่า หนูบางตัวมีอาการกระโดดโลดเต้น ราวกับว่า พวกมันรู้สึกสนุกสนานกับความพึงพอใจที่กำลังจะเกิดขึ้น
ผลจากการวิจัยเรื่องความคาดหวังนี้ พิสูจน์ว่า ความสนุกสนานในจิตนาการอาจให้ผลตอบแทนเทียบเท่ากับการทำกิจกรรมจริง
โดยในการทดลองอีกชุดหนึ่ง นักวิทยาศาสตร์ได้ฝึกหนูบางตัวให้รอรางวัล ในขณะที่อีกกลุ่มได้รับรางวัลทันที จากนั้นพวกเขาได้ประเมินหนูที่นำมาทดลองโดยดูที่พฤติกรรมเชิงบวก
ผลการวิจัยพบว่า หนูที่ได้รับการฝึกให้รอรางวัล มีการมองโลกในแง่ดีมากกว่า
นักวิจัยคาดการณ์ว่าผลการทดลองนี้อาจใช้ได้กับมนุษย์เช่นกัน เพราะการคาดหวังกิจกรรมดีๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตบ่อยๆ อาจทำให้เราสามารถโปรแกรมสมองของเราใหม่ให้มีทัศนคติเชิงบวกมากขึ้นนั่นเองครับ

อยู่นิ่งๆ ไม่ทำอะไรเลย

แฟน SALIKA ที่อ่านมาถึงตรงนี้ คำแนะนำข้อสุดท้าย อาจทำให้ท่านประหลาดใจเล็กน้อย
อย่างไรก็ดี มีผลการวิจัยหลายชิ้นที่ชี้ว่า การกังวลมากเกินไปเกี่ยวกับความสุขอาจเป็นอุปสรรคที่ทำให้เราไม่รู้สึกถึงมัน
มีงานวิจัยที่ให้กลุ่มตัวอย่างอ่านบทความเกี่ยวกับความสุข ก่อนที่จะดูหนังแนวสร้างแรงบันดาลใจ
ผลการวิจัยพบว่า ทั้ง 2 กิจกรรม กลับทำให้กลุ่มตัวอย่างรู้สึกผิดหวังมากกว่ารู้สึกตื่นเต้น
ผลการวิจัยสรุปว่า การตั้งความคาดหวังเอาไว้ จะเกิดความรู้สึกกังวลเกี่ยวกับความสำคัญของความสุข ซึ่งอาจทำให้ผู้คนรู้สึกผิดหวังแทน
แฟน SALIKA อาจจะเคยผ่านประสบการณ์ทำนองนี้ระหว่างร่วมกิจกรรมใหญ่ๆ หรืองานเลี้ยงที่ตั้งตารอจะเข้าร่วม แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว ท่านกลับพบว่า มันไม่สนุกเท่าที่คุณคาดหวังไว้
นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กเลย์ ชี้ว่า ความปรารถนาและความใฝ่หาความสุขอาจเพิ่มความรู้สึกโดดเดี่ยว
นักจิตวิทยาจึงทดลองให้ฝึกทำใจให้ยอมรับการขึ้นลงของชีวิตให้มากขึ้น ด้วยการ “อยู่นิ่งๆ แบบไม่ทำอะไรเลย” ในปีใหม่นี้ครับ