ระวัง! อีอีซีสะดุดพิษเขตเศรษฐกิจพิเศษ “สิงคโปร์-มาเลเซีย” คู่แข่งที่มาพร้อมสิทธิประโยชน์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

การลงนามในข้อตกลงจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษยะโฮร์-สิงคโปร์ (JS-SEZ) อย่างเป็นทางการ ระหว่างรัฐบาลมาเลเซียกับสิงคโปร์ โดยมีกำหนดจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ JS-SEZ ภายในสิ้นปี 2567 เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่เข้มแข็งและเพิ่มประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อระหว่างสองประเทศ ส่งผลกระทบต่อเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ของไทยอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ เนื่องจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีและสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่ไม่ใช่ภาษี มีความน่าสนใจคล้ายคลึงกัน เช่นภาษีในอีอีซีอยู่ที่ 17% ขณะที่ของมาเลย์-สิงคโปร์อยู่ที่ 15% หรืออัตราภาษีนิติบุคคลของมาเลย์-สิงคโปร์ อยู่ที่ 5% เป็นระยะเวลา 15 ปี ส่วนของไทยยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับบางกิจกรรมได้นานสูงสุด 13 ปี
ขณะที่การดึงดูดอุตสาหกรรมก็คล้ายกันคือ New S-Curve เช่น เอไอ หุ่นยนต์ อีวี อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนของอีอีซี คือการการพัฒนาด้านเอไอ ยังเป็นรองมาเลเซียและสิงคโปร์ โรดแมปที่ตั้งไว้ในเฟส 1 ไม่ต่อเนื่องและไม่เป็นไปตามแผนในเฟส 2 การบริหารจัดการเชิงพื้นที่ขาดการเชื่อมต่อกับผู้นำชุมชน โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินล่าช้า นโยบายส่งเสริมการลงทุนยังขาดความชัดเจน ภายใต้บริบททางการเมืองที่ยังสับสน เป็นสิ่งที่ผู้บริหารอีอีซีต้องเร่งแก้ไข ก่อนที่จะโดนเขตเศรษฐกิจพิเศษ JS-SEZ โกยนักลงทุนไปในอนาคต
สทนช. ตั้งงบ 9 พันล้าน พัฒนาเจ้าพระยาตะวันออก ป้องกันน้ำท่วม กทม. และ 4 ลุ่มน้ำหลัก
















