Monday, August 31, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.18

WEF เผย โลกกังวล “สงคราม-ภูมิอากาศ” สูงสุด หวังเวทีดาวอส 2025 ช่วยหาทางออกอย่างยั่งยืน

สงครามโลก

การประชุมสภาเศรษฐกิจโลก หรือ เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม (World Economic Forum: WEF) หรือที่คนส่วนใหญ่เรียกว่าการประชุมดาวอส (Davos) ประจำปี 2025 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-24 มกราคมนี้ ท่ามกลางผู้นำรัฐและภาคธุรกิจกว่า 3,000 คน จากกว่า 130 ประเทศ
โดยเมื่อวันที่ 15 มกราคม ได้มีการเผยแพร่รายงาน “Global Risk Report 2025” สำรวจความคิดเห็นนักเศรษฐศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญ ต่อประเด็นความเสี่ยงในปี 2025 จำนวน 900 คน พบว่าผู้ตอบแบบสำรวจเกือบ 1 ใน 4 (23%) เลือก “ความขัดแย้งระหว่างรัฐโดยมีการใช้อาวุธ” เป็นความเสี่ยงที่สร้างความกังวลมากที่สุดในปี 2025 รองลงมา อันดับ 2 คือ สภาพภูมิอากาศสุดขั้ว (14%) อันดับ 3 คือ การเผชิญหน้าทางภูมิเศรษฐศาสตร์ เช่น การคว่ำบาตร กำแพงภาษี (8%) อันดับ 4 ข้อมูลที่ผิดพลาดและข้อมูลที่บิดเบือน (7%) และอันดับ 5 การแบ่งขั้วทางสังคม (6%) 
WEF ระบุว่า ความขัดแย้งที่ใช้กำลัง เคยถูกมองข้ามไปในฐานะความเสี่ยงหลักเมื่อสองปีก่อน การกลับมามีเปอร์เซ็นต์สูงสุด สะท้อนให้เห็นความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงขึ้น และภูมิทัศน์โลกที่แตกแยกมากขึ้นด้วย

สภาพัฒน์ ชี้ 4 ปัจจัยเสี่ยง ตัวแปรเศรษฐกิจไทยไปไม่ถึงฝัน

ภูมิรัฐศาสตร์
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ กล่าวในงานสัมมนา “CIO Forum 2025” หัวข้อ “Thai Economic Outlook 2025” ระบุว่า ปี 2568 เศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้ในกรอบ 2.3-3.3% หรือค่ากลางที่ 2.8% โดยมีแรงขับเคลื่อนจาก 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1.การลงทุนของภาครัฐ 2.การบริโภคภาคเอกชน 3.การท่องเที่ยว และ 4.การส่งออก
อย่างไรก็ตาม ยังมีความเสี่ยงที่ต้องจับตา 4 ด้านเช่นกันคือ 1.ทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ภายในการนำของประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” 2.ปัญหาความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งในตะวันออกกลาง และรัสเซีย-ยูเครน 3.การดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารประเทศหลัก ที่จะส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และ 4.สถานการณ์เศรษฐกิจของจีน ซึ่งยังแก้ปัญหาภายในไม่ตก ทั้งภาคอสังหาริมทรัพย์ และการย้ายฐานการผลิตของอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อกระจายความเสี่ยงจากผลกระทบของสงครามการค้า

23 ม.ค. ลงนาม FTA ไทย-เอฟตา เปิดศักราชใหม่ การค้าฉบับแรกกับยุโรป 

FTA กับทวีปยุโรป
คณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์มีกำหนดการเดินทางเข้าร่วมการประชุมประจำปี World Economic Forum (WEF) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-24 มกราคม 2568 ณ เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส พร้อมร่วมลงนามความตกลงการค้าเสรี หรือ FTA ระหว่างไทยกับสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป หรือ “เอฟตา” (European Free Trade Associations : EFTA) ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 4 ประเทศ คือ สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ และลิกเตนสไตน์ โดยพิธีลงนามจะจัดขึ้นในวันที่ 23 มกราคม 2567 ขยายโอกาสในการส่งออกสินค้าและบริการของไทย สร้างแต้มต่อและอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการในการทำธุรกิจ ดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติในอุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพ และอุตสาหกรรมใหม่

สีจิ้นผิง-ทรัมป์ ต่อสายคุย หนุนร่วมมือเพื่อ “จีน-สหรัฐฯ” และโลก

(แฟ้มภาพซินหัว : สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน พบปะกับโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในเวลานั้น เพื่อหารือความสัมพันธ์ทวิภาคีและประเด็นร้อนระดับโลก นอกรอบการประชุมสุดยอดกลุ่มจี20 ในเมืองฮัมบวร์กของเยอรมนี วันที่ 8 ก.ค. 2017) // www.xinhuathai.com
เมื่อวันศุกร์ (17 ม.ค.) สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่ ตามคำเชิญของทรัมป์ โดยสีจิ้นผิงเริ่มต้นบทสนทนาด้วยการแสดงความยินดีกับทรัมป์ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ อีกครั้ง
สีจิ้นผิงชี้ว่าทั้งเขาและทรัมป์ต่างให้ความสำคัญกับการรักษาปฏิสัมพันธ์กับอีกฝ่ายอย่างยิ่ง หวังว่าสายสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ จะมีจุดเริ่มต้นที่ดีในวาระการดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่ และพร้อมผลักดันความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นจากจุดเริ่มต้นใหม่
สีจิ้นผิงเน้นย้ำว่าทั้งจีนและสหรัฐฯ กำลังไล่ตามความฝันของตัวเองและมุ่งมั่นทำให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ดียิ่งขึ้น โดยจีนและสหรัฐฯ มีผลประโยชน์ร่วมกันมากมายและพื้นที่กว้างขวางสำหรับความร่วมมือ ทั้งสองประเทศสามารถเป็นหุ้นส่วนและมิตรสหาย มีส่วนส่งเสริมความสำเร็จของอีกฝ่าย และประสบความเจริญรุ่งเรืองอันจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศและโลกทั้งใบ
ด้านทรัมป์ขอบคุณสีจิ้นผิงสำหรับการแสดงความยินดี กล่าวว่าเขาเชิดชูความสัมพันธ์อันดีของเขากับสีจิ้นผิง คาดหวังว่าจะเดินหน้าการพูดคุยสื่อสารต่อไป และรอคอยจะได้พบสีจิ้นผิงโดยเร็ววัน พร้อมเสริมว่าสหรัฐฯ และจีนเป็นกลุ่มประเทศสำคัญที่สุดในโลกวันนี้ ซึ่งควรรักษามิตรภาพอันยืนยาวและทำงานร่วมกันเพื่อคุ้มครองสันติภาพของโลก (ที่มา : ซินหัว)