เช่นเดียวกับ “คลองปานามา” ท้ายที่สุดแล้ว Trump ไม่ได้ต้องการเป็นเจ้าของ Greenland

ในช่วงที่ผ่านมา Trump ยกผลการวิจัยของนักวิชาการด้านแร่ธาติ ว่า Greenland มีศักยภาพด้านทรัพยากรธรรมชาติขนาดมหึมา ทำให้ Trump ประกาศว่า Greenland เป็น “โอกาสอันยิ่งใหญ่”

แน่นอนว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Trump เอ่ยคำว่า Greenland เพราะเป็นเวลาหลายปีมาแล้วที่ Trump ต้องการครอบครองเกาะซึ่งใหญ่ที่สุดในโลกที่มีชื่อว่า Greenland
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทันทีที่ Trump ผ่านพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 20 มกราคม ที่ผ่านมา ที่ Trump ใช้โอกาสนี้ ป่าวประกาศก้องโลกอีกครั้งว่า การเป็นเจ้าของ Greenland แห่งนี้เป็น “ความจำเป็นอย่างแท้จริง” เพื่อวัตถุประสงค์อันเกี่ยวเนื่องกับ “ความมั่นคงแห่งชาติ” และ “เสรีภาพของโลก”
เช่นเดียวกับกรณี “คลองปานามา” ที่ Trump ยกเรื่องการบีบบังคับ ทั้งทางการทหาร และทั้งทางเศรษฐกิจ เพื่อบีบให้ Greenland ยอมจำนน จนยินยอมทำข้อตกลงเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐอเมริกา

Location of Greenland (dark green) in the Kingdom of Denmark (light green)

ความสัมพันธ์ระหว่าง Greenland กับ Denmark

ชาว Greenland ใน “เดนมาร์ก” หรือที่เรียกว่า “ชาวเดนมาร์กกรีนแลนด์” เป็น “ชาวเดนมาร์ก” ที่มีเชื้อสาย Greenland หรือ “อินูอิตกรีนแลนด์”
ตามข้อมูลของ Stat Bank Greenland ในปี ค.ศ. 2020 มีผู้คนที่เกิดใน Greenland 16,780 คน อาศัยอยู่ในเดนมาร์ก ซึ่งคิดเป็นเกือบ 1 ใน 3 ของประชากร Greenland ตามรายงานของรัฐบาลเดนมาร์กในปี ค.ศ. 2007 มีคน Greenland อาศัยอยู่ในเดนมาร์ก 18,563 คน
ตัวเลขที่แน่นอนนั้นคำนวณได้ยาก เนื่องจากไม่มีความแตกต่างระหว่างเชื้อสาย Greenland และเดนมาร์กในบันทึกของรัฐบาลเดนมาร์ก และเนื่องจากวิธีที่ผู้คนระบุตัวตนไม่ได้สะท้อนถึงสถานที่เกิดของพวกเขาเสมอไป โดยในปี ค.ศ. 2018 มีชาว Greenland 2,507 คนเข้าเรียนในระบบการศึกษาในเดนมาร์ก
ชาว Greenland เกือบทั้งหมดมีสัญชาติเดนมาร์ก เนื่องจาก Greenland เป็นดินแดนปกครองตนเองของ “ราชอาณาจักรเดนมาร์ก”

ซึ่งหมายความว่า พวกเขาได้รับสิทธิพิเศษเช่นเดียวกับชาวเดนมาร์ก แต่ชาว Greenland จะพลาดโอกาสรับบริการต่างๆ ที่มอบให้กับผู้อพยพที่เพิ่งมาถึงเดนมาร์กด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชาว Greenland ไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นชนกลุ่มน้อยในเดนมาร์ก
ชาว Greenland ในเดนมาร์กมีอัตราการว่างงาน ความยากจน การไร้ที่อยู่อาศัย และการใช้สารเสพติดสูงกว่าชาวเดนมาร์ก นอกจากนี้ ยังมีรายงานการเหยียดหยาม และการเลือกปฏิบัติในระดับสูงจากชาว Greenland ที่อาศัยอยู่ในเดนมาร์ก
ดังนั้น รัฐบาลเดนมาร์กจึงตระหนักถึงความจำเป็นในการปรับปรุงสถานการณ์ของ “ชาวเดนมาร์กกรีนแลนด์” เสมอมา

The United States has operated Pituffik Space Base, originally Thule Air Base, since the 1950s // en.wikipedia.org

ข้ออ้างเรื่องฐานปฏิบัติการอวกาศ Pituffik ไร้น้ำหนักอย่างสิ้นเชิง

ก่อนหน้านี้ Trump เคยเสนอแนวคิด “ซื้อ Greenland” มาแล้วครั้งหนึ่ง ในปี ค.ศ. 2019 ระหว่างสมัยแรกของเขาในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ทว่า ไม่สำเร็จ
อย่างไรก็ดี ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา อยู่ๆ Trump ได้โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดีย X (Twitter) ว่าขณะนี้สหรัฐอเมริกา รู้สึกถึงการเป็นเจ้าของ Greenland และการเข้าควบคุม Greenland เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง จากเหตุผลด้านความมั่นคง
ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีในแวดวงการต่างประเทศ ว่าสหรัฐอเมริกานั้นมีฐานปฏิบัติการอวกาศ Pituffik ตั้งอยู่ใน Greenland และจากการที่ Greenland เป็นดินแดนที่อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ประกอบไปด้วย แร่ธาตุหายากนานาชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ขุมพลังงานฟอสซิลที่สามารถแปรสภาพเป็นน้ำมันดิบ
ดังนั้น การที่กองทัพสหรัฐอเมริกามีฐานที่ตั้งถาวรอยู่ที่ฐานทัพอวกาศ Pituffik (ชื่อเดิมคือ “ฐานทัพอากาศธูเล”) ในพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของ Greenland จึงถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่เป็นข้ออ้างสำคัญของ Trump
นอกจากเป็นที่ตั้งของฐานทัพอวกาศ ชื่อเสียงด้านแหล่งพลังงาน แร่ธาตุ และความสวยสดงดงามของ Greenland ทำให้ดินแดนแห่งนี้มีชื่อเสียง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทำเลที่ตั้งของ Greenland ที่มีพิกัดอยู่ในตำแหน่งยุทธศาสตร์ทางการค้า
ประเด็นหลังนี้เอง ที่ทำให้เหล่าประเทศมหาอำนาจ พยายามขยายอิทธิพลเข้ามาในเขต Arctic Circle แห่งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “รัสเซีย” ที่มองว่า ภูมิภาคนี้เป็น “โอกาสทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่ง”

Greenland ไม่ได้มีไว้ขาย เสียงกร้าวจากนายกฯ Greenland

“อายา เคมนิตซ์” ส.ส.เดนมาร์ค จากพรรค Inuit Ataqatigiit เรียกความเห็นของ Trump ที่มีต่อ Greenland ว่า “การไร้ซึ่งความเคารพ”
“ตัวฉันเองไม่กังวล แต่คิดว่าประชาชน Greenland มีความกังวลมาก ฉันจึงขอเป็นตัวแทนที่จะบอกว่า Greenland ไม่ได้มีไว้ขาย ไม่เคยมีไว้ขาย และจะไม่มีวันเอาไปขาย” อายา เคมนิตซ์ กล่าว
เช่นเดียวกับนายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์ “มูเต เบ เอเกเด” ได้แสดงความคิดเห็นเชิงโต้ตอบ Trump ว่า “Greenland ไม่ได้มีไว้ขาย และเราจะไม่มีวันขาย Greenland อย่างเด็ดขาด!”
อย่างไรก็ตาม ฝ่าย Trump กลับยังคงตอกย้ำความคิดผ่าน Truth Social แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของ Trump ด้วยการแสดงภาพธงชาติสหรัฐฯ ปักอยู่กลาง “คลองปานามา” โดย “อีริค ทรัมป์” ลูกชายคนรองของเขา ก็ได้โพสต์ภาพใน Greenland ธงชาติ Canada และ “คลองปานามา” อีกด้วย
ทันทีที่ทราบเรื่อง รัฐบาลเดนมาร์กนำโดยนายกรัฐมนตรี “เมต เฟรเดอริกสัน” ได้แสดงความพร้อมที่จะร่วมมือกับรัฐบาล Greenland โดยได้ประกาศเพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันประเทศของ Greenland อย่างมหาศาล เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลัง Tweet ของสองพ่อลูก
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากที่ทรัมป์ย้ำถึงความต้องการซื้อดินแดนอาร์กติกแห่งนี้อีกครั้ง
“มูเต เบ เอเกเด” นายกรัฐมนตรี Greenland ตอบโต้ Trump อย่างแข็งกร้าวว่า “เกาะใหญ่แห่งอาร์ติก” นี้ “ไม่ได้มีไว้ขาย” พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมโลกเคารพความใฝ่ฝัน ความต้องการเอกราชของ Greenland

เหตุใด Greenland จึงหอมหวาน

ก่อนหน้านี้ “ไมเคิล วอลต์ซ” ส.ส.รีพับลิกันจากรัฐฟลอริดา ได้ออกมากล่าวว่า เรื่อง Greenland นั้นเกี่ยวกับแร่ธาตุล้วนๆ
“นอกจาก Greenland จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับแร่ธาตุแล้ว ยังถือเป็นการแนะนำสหรัฐอเมริกายุคใหม่ต่อซีกโลกตะวันตกอีกครั้ง คุณจะเรียกว่าเป็น มอนโรดอคทริน 2.0 ก็ได้ แต่ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้นโยบายอเมริกาต้องมาก่อนอย่างแน่นอน” ไมเคิล วอลต์ซ กระชุ่น
“แร่ธาตุ” ที่ “ไมเคิล วอลต์ซ” กล่าวนั้น หมายความถึง กลุ่มวัตถุดิบที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เป็นกลุ่มแร่ธาตุที่มีความเสี่ยงสูง หากห่วงโซ่อุปทานพลังงานหยุดชะงัก ไม่ว่าจะเป็น ทองแดง ลิเธียม นิกเกิล หรือโคบอลต์
ทั้งนี้ แร่ธาตุดังกล่าว เป็นองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้ในเทคโนโลยีพลังงานสีเขียว อาทิ กังหันลม EV รวมไปถึงเทคโนโลยีกักเก็บพลังงาน และคาร์บอน
ในปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้ว่า “จีน” เป็นผู้นำซัพพลายเชนแร่ธาตุเหล่านี้อย่างไม่มีใครเทียบได้ เนื่องจาก “จีน” เป็นผู้ผลิตแร่ธาตุและวัตถุดิบหายากราว 60% ของโลก
ทำให้ทางการสหรัฐอเมริกาได้เคยออกมาเตือนก่อนหน้านี้ว่า หากสภาพการณ์เช่นนี้ ความท้าทายทางยุทธศาสตร์ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงไปสู่แหล่งพลังงานคาร์บอนต่ำจะมีเดิมพันที่สูงมาก
“จาค็อบ คล็อฟ คิดดิ้ง” ที่ปรึกษาอาวุโสแห่งสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาเดนมาร์กและกรีนแลนด์ หรือ GEUS ระบุว่า มีการประเมินว่า ปัจจุบัน Greenland มีวัตถุดิบที่โลกต้องการมากกว่า 38 ชนิด ซึ่งส่วนใหญ่มีศักยภาพสูงหรือปานกลาง อันได้แก่ โลหะหายาก เช่น กราไฟท์ ไนโอเบียม โลหะกลุ่มแพลตตินัม โมลิบดีนัม แทนทาลัม และไททาเนียม
“แน่นอนว่า Greenland มีวัตถุดิบมีค่าที่มีความสำคัญมหาศาล หลายชนิดสำคัญมากต่อเศรษฐกิจ EU และแน่นอนว่าไม่ได้จำกัดอยู่แค่ EU เพราะหลายชนิดเข้าไปอยู่ใน List วัตถุดิบสำคัญของสหรัฐอเมริกาเรียบร้อยแล้ว” จาค็อบ คล็อฟ คิดดิ้ง สรุป

บทสรุป: เช่นเดียวกับ “คลองปานามา” ท้ายที่สุดแล้ว Trump ไม่ได้ต้องการเป็นเจ้าของ Greenland

ที่ผ่านมา แม้ว่า Trump จะไม่ปฏิเสธนโยบายข่มขู่คุกคาม Greenland ด้วยการพูดเป็นนัยในประเด็นที่ว่า อาจจะมีการสั่งทหารเข้าแทรกแซง
อย่างไรก็ดี Trump นั้นรู้อยู่เต็มอก และรู้ดีมาก ว่า หากกระทำการยึดครอง Greenland ด้วยกำลังทหาร ก็เท่ากับเป็นการละเมิดสนธิสัญญาระหว่างประเทศ
ดังนั้น การ “ยึดครอง Greenland” จึงเป็นเรื่องที่จะไม่เกิดขึ้นในอนาคตอย่างแน่นอน
Trump เลือกใช้วิธีประกาศความต้องการด้วยเสียงอันดัง และประกาศขอบเขตความต้องการที่เกินเลยจากความต้องการที่แท้จริงไปมาก เช่นเดียวกับกรณี “คลองปานามา”
ที่เป็นไปเพื่อการประกาศนโยบายแบบ “เผื่อต่อ” หรือดันราคาให้สูงเข้าไว้ สำหรับการต่อรอง
เป็นการเล่นเกมเพื่อให้เกิดอำนาจต่อรอง เพื่อที่อีกด้านหนึ่งเป็นการผลักดันนโยบายอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของ Greenland คือเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ
เห็นได้จาก การที่ “เออร์ซูลา วอน เดอร์ ไลเอิน” ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ที่ได้เดินทางไปกรุงนุค ของ Greenland เพื่อทำพิธีเปิดสำนักงาน EU ซึ่งถือเป็นการจงใจตอกย้ำการดำรงอยู่ของ EU บน Greenland ผ่านการลงนามความร่วมมือจำนวน 2 ฉบับ มูลค่ารวมเกือบ 100 ล้านดอลลาร์ เพื่อการลงทุนในพลังงานสะอาด และแร่ธาตุสำคัญต่างๆ
“แน่นอนว่า ผมเป็นภูมิรัฐศาสตร์ ผมรู้ว่า Greenland มีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แร่ธาตุหายากเหล่านี้มีความสำคัญมากในเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา” เออร์ซูลา วอน เดอร์ ไลเอิน ทิ้งท้าย