Thursday, August 27, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.29

ไฟเขียว TikTok – AI Cloud Service ลงทุนในไทย 1.3 แสนล้านบาท

การประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนนัดแรกของปี 2568 ที่มี นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ได้อนุมัติส่งเสริมการลงทุน 3 โครงการสำคัญ มูลค่าลงทุนรวมกว่า 1.7 แสนล้านบาท ประกอบด้วยกิจการโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลขนาดใหญ่ 2 โครงการ ได้แก่ โครงการ Data Hosting ของบริษัทในเครือ TikTok Pte. Ltd. ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มวิดีโอคอนเทนต์ยอดนิยม โดยจะลงทุนติดตั้ง Server และอุปกรณ์ต่างๆ ใน Data Center ที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อใช้ในการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ และฉะเชิงเทรา มูลค่าลงทุนรวม 126,790 ล้านบาท และกิจการ AI Cloud Service ของบริษัท สยาม เอไอ คอร์เปอเรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทไทยรายแรกที่ได้รับเลือกให้เป็น NVIDIA Cloud Partner (NCP) จะตั้งอยู่ที่จังหวัดชลบุรีและปทุมธานี มูลค่าลงทุนรวม 3,250 ล้านบาท ทั้ง 2 โครงการใช้เงินลงทุนกว่า 1.3 แสนล้านบาท นอกจากนี้ ยังได้อนุมัติโครงการลงทุนผลิตโพแทสเซียมคลอไรด์ ซึ่งใช้เป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตปุ๋ย ของบริษัท เอเซีย แปซิฟิค โปแตช คอร์ปอเรชั่น จำกัด จะตั้งอยู่ที่จังหวัดอุดรธานี มูลค่าลงทุนรวม 40,400 ล้านบาท

“วิศวกรรม” ครองแชมป์คำค้นหางานยอดนิยม แนวโน้มทักษะภาษาที่สองกำลังมาแรง

Jobsdb by SEEK ประเทศไทย เผยข้อมูลคำค้นหางานยอดนิยมของผู้ค้นหางานในปี 2567 ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในตลาดแรงงานและแนวโน้มที่สำคัญที่ผู้ประกอบการต้องให้ความสนใจจากคำค้นหาที่ถูกใช้ในการค้นหางานมากที่สุด โดยพบว่า 5 คำค้นหางานที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในกลุ่มคนหางานปี 2567 ได้แก่: วิศวกรรม (Engineering) ธุรการ (Administration) บัญชี (Accounting) การตลาด (Marketing) และ ทรัพยากรบุคคล (Human Resources)
คำค้นหาเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการได้รับความนิยมของสายงานทางวิศวกรรม ที่มีการค้นหาเป็นอันดับหนึ่งของสายงานที่มีคนสนใจค้นหามากที่สุดในปี 2567 ซึ่งวิศวกรรม นับเป็นสายงานที่เป็นทักษะอาชีพระดับต้นๆ เพื่อรองรับการเติบโตของเทคโนโลยีสมัยใหม่ อย่าง ปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล 
อีกหนึ่งแนวโน้มที่น่าสนใจในปี 2567 คือการค้นหางานที่พูดถึงทักษะภาษาที่สอง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้สมัครงาน ที่พร้อมและยินดีที่จะมองหางานที่ต้องการทักษะด้านภาษา โดยภาษาอังกฤษยังคงเป็นภาษาที่ได้รับการค้นหามากที่สุดถึง 47% ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เนื่องจากภาษาอังกฤษถือเป็นภาษากลางที่มีความสำคัญในหลายอุตสาหกรรมทั่วโลก และเป็นปัจจัยสำคัญในตลาดแรงงานที่เชื่อมต่อถึงกันอย่างไร้พรมแดน อย่างไรก็ตาม ภาษาจีน/แมนดาริน ได้รับการค้นหามากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยมีสัดส่วนถึง 33% ของคำค้นหาทั้งหมดในปี 2567 ความต้องการทักษะภาษาจีนจึงไม่เพียงแค่ในระดับธุรกิจเท่านั้น แต่ยังขยายไปถึงภาคการศึกษา เรียนรู้ภาษาเพิ่มเติม รวมไปถึงการเป็นส่วนสำคัญของการค้าระหว่างประเทศอีกด้วย ภาษาญี่ปุ่นตามมาในอันดับที่ 19% ขณะที่ภาษาต่างๆ เช่น เกาหลี รัสเซีย พม่า ฮินดี เวียดนาม ฝรั่งเศส เยอรมัน และอาหรับ มีสัดส่วนรวมกันที่ 1% สะท้อนถึงความหลากหลายของความพร้อมของทักษะภาษาในผู้สมัครงานในแต่ละอุตสาหกรรม

ธุรกิจแก้ชงออนไลน์ : ความเชื่อที่ปรับตัวสู่โลกดิจิทัล

นอกจากคนไทยเชื้อสายจีนให้ความสำคัญกับการไหว้เจ้า และไหว้บรรพบุรุษแล้ว ยังนิยมการทำบุญเสริมดวงชะตา โดยเฉพาะในปีที่เรียกว่า “ปีชง” ซึ่งเป็นความเชื่อทางโหราศาสตร์จีนว่าอาจมีผลกระทบต่อดวงชะตาของแต่ละคน การแก้ชงจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของประเพณีที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยการไหว้ “เทพไท้ส่วยเอี๊ย” ซึ่งเชื่อกันว่าจะช่วยลดเคราะห์และเสริมมงคลให้ชีวิต เป็นธรรมเนียมสืบทอดกันมานานในช่วงเทศกาลตรุษจีนของทุกปี
จากข้อมูลในโซเชียลมีเดีย พบว่า ปัจจุบันในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน ประชาชนจำนวนไม่น้อยให้ความสนใจใช้บริการแก้ชงออนไลน์เพิ่มมากขึ้น สังเกตได้จาก Engagement การแก้ชงผ่านช่องทางออนไลน์ มีสัดส่วนถึง 34% โดยมีธุรกิจและบริการเกิดใหม่ที่น่าสนใจ เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมการทำบุญและการแก้ชงที่เปลี่ยนไปในปัจจุบัน

อดีตซีอีโอ Google ชี้ DeepSeek เป็น “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ในสมรภูมิเอไอ

(แฟ้มภาพซินหัว : คนเยี่ยมชมงานการประชุมสุดยอดเทคโนโลยีประจำปีของเลอโนโวในเมืองซีแอตเทิลของสหรัฐฯ วันที่ 15 ต.ค. 2024) // www.xinhuathai.com
สำนักข่าวซินหัว รายงาน บทความที่เผยแพร่ในเดอะ วอชิงตัน โพสต์เมื่อวันอังคาร (28 ม.ค.) ระบุว่าเอริก ชมิดต์ อดีตซีอีโอของกูเกิล (Google) กล่าวถึงการเติบโตของดีปซีก (DeepSeek) แอปแชทบอตผู้ช่วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของจีนว่าเป็น “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ในการแข่งขันด้านเอไอระดับโลก
ชมิดต์ย้ำว่าศักยภาพของจีนในการแข่งขันกับบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่โดยใช้ทรัพยากรน้อยกว่า สะท้อนถึงความจำเป็นที่สหรัฐฯ ต้องเร่งพัฒนาปัญญาประดิษฐ์โอเพนซอร์ส (open-source AI) ให้มากขึ้น พร้อมเรียกร้องให้เพิ่มการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเอไอและโครงการริเริ่มต่างๆ เช่น สตาร์เกต (Stargate) และกระตุ้นให้กลุ่มห้องปฏิบัติการวิจัยชั้นนำแบ่งปันแนวทางการฝึกอบรมของพวกเขา
อนึ่ง ดีปซีกเป็นบริษัทปัญญาประดิษฐ์สัญชาติจีนที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2023 และได้เปิดตัวโมเดลล่าสุดอย่างดีปซีก-อาร์1 (DeepSeek-R1) ในเดือนมกราคม 2025 ซึ่งได้รับความสนใจล้นหลามจากทักษะการใช้เหตุผลขั้นสูง โมเดลรุ่นนี้มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับระบบปัญญาประดิษฐ์ชั้นนำอย่างแชตจีพีที (ChatGPT) ของโอเพนเอไอ (OpenAI) แต่ใช้ต้นทุนการพัฒนาที่ต่ำกว่ามาก
การเปิดตัวดีปซีก-อาร์1 สร้างแรงสั่นสะเทือนทั่วอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่ง อาทิ ไมโครซอฟต์ (Microsoft) เมตา (Meta) และเอ็นวิเดีย (Nvidia) ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อวันจันทร์ (27 ม.ค.) ที่ผ่านมา
ชมิดต์ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาโอเพนซอร์สเพื่อรับมือกับความก้าวหน้าของดีปซีก โดยเรียกร้องให้สหรัฐฯ ส่งเสริมความร่วมมือ พัฒนาโซลูชันปัญญาประดิษฐ์ที่มีความสามารถในการแข่งขัน และรับมือการเปลี่ยนแปลงของพลวัตการแข่งขันปัญญาประดิษฐ์ระดับโลก