Saturday, August 29, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.35

ครม. อนุมัติร่างกฎหมาย ห้ามนำเข้า “ขยะอิเล็กทรอนิกส์” ลดมลพิษ พิทักษ์สิ่งแวดล้อม

ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติในหลักการร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง ให้ขยะอิเล็กทรอนิกส์ เป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. … โดยร่างประกาศในเรื่องนี้ เป็นการยกเลิกประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้ขยะอิเล็กทรอนิกส์เป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2563 เพื่อปรับปรุงรายการสินค้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ และพิกัดอัตราศุลกากร สำหรับของเสียอันตราย ภายใต้อนุสัญญาบาเซล ว่าด้วยการควบคุมการเคลื่อนย้ายข้ามแดนของเสียอันตราย และการกำจัดจากระบบฮาโมไนซ์ ปี 2017 เป็นระบบฮาโมไนซ์ ปี 2022 จากเดิม 428 รายการ เป็น 463 รายการ กำหนดให้รายการสินค้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว เป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อลดปริมาณของเสียที่นำเข้ามากำจัดภายในประเทศ รวมทั้งช่วยลดมลพิษที่จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสุขอนามัยของประชาชน โดยให้ร่างประกาศดังกล่าว มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

5 สินค้าเตรียมพร้อมรับมือ เสี่ยงโดนพิษภาษี “สงครามการค้า” มากที่สุด

โดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มเดินหน้ามาตรการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าสหรัฐฯ โดยเป้าหมายกลุ่มแรกอยู่ที่ แคนาดา เม็กซิโก และจีน ซึ่งการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ในรอบนี้เป็นเครื่องมือที่มีขอบเขตมากกว่าการค้า โดยใช้ต่อรองประเทศคู่ค้าให้ยอมเจรจาตามเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์ต่อสหรัฐฯ มากขึ้น
สหภาพยุโรป เวียดนาม รวมถึงไทย มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกใช้เครื่องมือภาษีนำเข้าเพื่อต่อรองผลประโยชน์กับสหรัฐฯ ในลำดับถัดไป ซึ่งดูจากยอดมูลค่าการขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ และสัดส่วนการพึ่งพิงตลาดส่งออกสหรัฐฯ เทียบกับ Nominal GDP
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองผลกระทบต่อประเทศไทย มีแนวโน้มเผชิญผลกระทบโดยตรงจากการส่งออกไทยไปสหรัฐฯ ที่ลดลง และผลกระทบทางอ้อมจากการส่งออกไปตลาดโลกได้น้อยลง จากการแข่งขันกับสินค้าจีนในตลาดโลกที่รุนแรงขึ้น รวมถึงการส่งออกไทยไปจีนที่คาดว่าจะลดลงในกลุ่มที่มีความเกี่ยวเนื่องกับห่วงโซ่อุปทานการผลิตของจีน สินค้าที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ มากที่สุด ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วน, โซลาร์เซลล์, เครื่องใช้ไฟฟ้า, เฟอร์นิเจอร์ และ เครื่องปรับอากาศ เนื่องจากมีมูลค่าการส่งออกไปสหรัฐฯ ค่อนข้างมาก

รถไฟความเร็วสูง “กทม.- โคราช” เปิดหวูดปี 71 ไฟเขียว เฟส 2 เชื่อม สปป.ลาว 3.4 แสนล้าน

ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อ 11 กรกฎาคม 2560 มีมติอนุมัติให้ รฟท. ดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูง กทม. -หนองคาย (โครงการฯ ระยะที่ 1) กทม.- นครราชสีมา ระยะทางประมาณ 253 กม. วงเงิน 179,413 ล้านบาท โดยรัฐบาลรับภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการ ระยะเวลาดำเนินการ 4 ปี (ปีงบฯ 60-63) ซึ่งปัจจุบันโครงการฯ ระยะที่ 1 ล่าช้ากว่ากำหนด โดยมีความคืบหน้าโดยรวมร้อยละ 35.74 คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2571
ล่าสุด การประชุม ครม. (4 กุมภาพันธ์ 2568) กระทรวงคมนาคม ได้ขอเสนอ ครม. พิจารณาอนุมัติให้ดำเนินการโครงการรถไฟความเร็วสูง ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา–หนองคาย กรอบวงเงิน 341,351.42 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 8 ปี (ปีงบฯ 68-75) โดยให้รัฐบาลรับภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการ โดยให้สำนักงบประมาณจัดสรรงบประมาณรายปี และให้กระทรวงการคลังจัดหาแหล่งเงินกู้ และค้ำประกันเงินกู้ให้ตามความเหมาะสม

งานวิจัย “ออสซี่” ไม่พบความเชื่อมโยงระหว่าง “มือถือ” กับ “มะเร็ง” หลายชนิด

(แฟ้มภาพซินหัว : นักท่องเที่ยวถ่ายภาพควอกก้าและลูกน้อยบนเกาะรอทต์เนสต์ในออสเตรเลีย วันที่ 25 ต.ค. 2024) // www.xinhuathai.com
วันอังคาร (4 ก.พ.) งานวิจัยที่นำโดยสำนักงานป้องกันรังสีและความปลอดภัยนิวเคลียร์แห่งออสเตรเลีย (ARPANSA) พบว่าไม่มีความเชื่อมโยงระหว่างการสัมผัสคลื่นวิทยุจากโทรศัพท์มือถือกับโรคมะเร็งหลายชนิด อาทิ มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งต่อมน้ำเหลือง รวมถึงมะเร็งต่อมไทรอยด์และช่องปาก
งานวิจัยฉบับนี้ได้รับมอบหมายจากองค์การอนามัยโลก (WHO) เป็นการทบทวนงานวิจัยอย่างเป็นระบบครั้งที่สองที่องค์การฯ มอบหมายให้สำนักงานฯ ดำเนินการ ภายหลังการทบทวนงานวิจัยครั้งแรกที่เผยแพร่เมื่อเดือนกันยายน 2024 ซึ่งได้ศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างการใช้โทรศัพท์มือถือกับมะเร็งสมองและมะเร็งบริเวณศีรษะอื่นๆ และพบว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกัน
เคน คาริพิดิส ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายประเมินผลกระทบด้านสุขภาพของสำนักงานฯ กล่าวว่างานวิจัยล่าสุดได้ประเมินหลักฐานทั้งหมดที่มีอยู่เกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างโทรศัพท์มือถือ เสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือ และโรคมะเร็ง ไม่พบความเชื่อมโยงระหว่างการสัมผัสคลื่นวิทยุกับโรคมะเร็งชนิดต่างๆ
อย่างไรก็ดี ทีมวิจัยระบุว่าความมั่นใจในผลลัพธ์ครั้งนี้อาจไม่แน่ชัดเท่ากับการทบทวนงานวิจัยเกี่ยวกับมะเร็งสมองก่อนหน้านี้ เนื่องจากหลักฐานความเชื่อมโยงระหว่างโรคมะเร็งกับการสัมผัสคลื่นวิทยุจากเทคโนโลยีไร้สายนั้นมีไม่มากนัก
ด้านโรฮัน เมท นักวิทยาศาสตร์ประจำสำนักงานฯ ซึ่งมีส่วนร่วมในการศึกษาดังกล่าว เผยว่าผลการวิจัยนี้จะช่วยเสริมองค์ความรู้เพื่อให้ข้อมูลแก่สาธารณชนเกี่ยวกับเทคโนโลยีไร้สายและมะเร็ง
ทั้งนี้ การทบทวนงานวิจัยอย่างเป็นระบบทั้งสองฉบับจะเป็นข้อมูลประกอบการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพจากการสัมผัสคลื่นวิทยุฉบับปรับปรุงใหม่ ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดเตรียมโดยองค์การอนามัยโลก (ที่มา : ซินหัว)